posttoday
ทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน ยื่นพระราชสาส์นต่อโอบามา (ตอนจบ)

ทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน ยื่นพระราชสาส์นต่อโอบามา (ตอนจบ)

25 กุมภาพันธ์ 2558

ถ้อยแถลงของพิศาล มาณวพัฒน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ในโอกาสยื่นพระราชสาส์นตราตั้งต่อ บารัก โอบามา ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ระหว่างการเข้าพบโอบามาในวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นตอนที่เหลือมีเนื้อหาดังนี้

ถ้อยแถลงของพิศาล มาณวพัฒน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ในโอกาสยื่นพระราชสาส์นตราตั้งต่อ บารัก โอบามา ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ระหว่างการเข้าพบโอบามาในวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา
ซึ่งเป็นตอนที่เหลือมีเนื้อหาดังนี้

3.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

รัฐบาลปัจจุบันของไทยมุ่งมั่นที่จะลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศภายในประเทศ โดยการพัฒนาและการใช้พลังงานสะอาดและการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไทยได้กำหนด
เป้าหมายที่จะเพิ่มอัตราการใช้พลังงานทางเลือกและพลังงานทดแทนให้ได้ร้อยละ 25 ของอัตราการใช้พลังงานรวมของประเทศภายในปี 2564

พร้อมทั้งลดอัตราการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายและความเข้มข้นของการใช้พลังงานลงร้อยละ 25 ภายในปี 2573 ผมประสงค์ที่จะเชื่อมโยงความพยายามดังกล่าวของไทยเข้ากับกองทุนอากาศสีเขียว (Green Climate Fund) ซึ่งสหรัฐเป็นผู้นำ โดยเพิ่งประกาศสนับสนุนงบประมาณให้แก่กองทุนจำนวน 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และจะร่วมมือกับประเทศผู้บริจาคอื่นๆ เพื่อสนับสนุนการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำทั่วโลก

เราควรตระหนักด้วยว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก่อให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติบ่อยขึ้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาความร่วมมือด้านการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ ซึ่งจะเห็นได้จากการฝึกร่วมผสมคอบร้าโกลด์ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปว่า ไทยมีความพร้อมที่จะร่วมมือกับสหรัฐและมิตรประเทศในภูมิภาคในการเพิ่มศักยภาพและเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับภัยพิบัติ

นอกจากนี้ ไทยยังให้ความสำคัญต่อเป้าหมายร่วมกับสหรัฐ ภายใต้กรอบข้อริเริ่มลุ่มน้ำโขงตอนล่าง (Lower Mekong Initiative-LMI) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความท้าทายต่อระบบนิเวศวิทยาในรูปแบบอื่นๆ รวมถึงความเป็นอยู่ของประชาชนในลุ่มแม่น้ำโขง โดยความร่วมมือระหว่างไทยกับสหรัฐนั้นสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของข้อริเริ่มดังกล่าว

4.ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ

การค้าและการลงทุนระหว่างกันเป็นผลประโยชน์ร่วมของทั้งสองประเทศ โดยช่วยสร้างงานและรายได้ให้แก่ประชาชน ซึ่งการเดินทางเยือนประเทศไทยของคณะผู้แทนสภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน (U.S.-ASEAN Business Council-USABC) ที่ประกอบด้วยผู้แทนของบริษัทชั้นนำของสหรัฐกว่า 70 คน เมื่อเดือน พ.ย. 2557 แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่นักธุรกิจสหรัฐมีต่อเศรษฐกิจไทย

รัฐบาลปัจจุบันมุ่งมั่นที่จะดำเนินนโยบายการค้าเสรีและดำเนินกระบวนการปฏิรูปที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงการปฏิรูปภาษี ระบบศุลกากร และการเพิ่มความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อการประกอบธุรกิจ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของสหรัฐและประเทศอื่นๆ

นโยบายดังกล่าวประกอบด้วยมาตรการปราบปรามคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความสำคัญในลำดับต้นในแผนการปฏิรูปประเทศของรัฐบาล และได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนในสังคมไทย

นอกจากนี้ ไทยยังเป็นประตูสู่อาเซียน ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่มีพลวัตและแข็งแกร่งมากที่สุดของโลก โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าและบริการจากสหรัฐมายังอาเซียนมีมูลค่าถึงเกือบ 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสร้างงานให้กับชาวอเมริกันกว่า 5.6 แสนคน อาเซียนยังเป็นแหล่งลงทุนอันดับหนึ่งของสหรัฐในภูมิภาคเอเชียด้วย

5.วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

ความตกลงเกี่ยวกับความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และวิชาการระหว่างรัฐบาลไทยกับสหรัฐ ซึ่งลงนามเมื่อเดือน ส.ค. 2556 ได้กำหนดแนวทางให้แก่หน่วยงานของทั้งสองประเทศเพื่อแสวงหาสาขาความร่วมมือที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน ทั้งในด้านการวิจัยร่วม พลังงาน ความหลากหลายทางชีวภาพ การพัฒนาเครือข่ายห้องปฏิบัติการ การศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (Science, Technology, Engineering and Mathematics – STEM Education) และการแลกเปลี่ยนในด้านอื่นๆ

การเยือนประเทศไทยของ Dr. Geraldine Richmond ผู้แทนด้านวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลสหรัฐ เมื่อเดือน ม.ค. 2558 ถือเป็นพัฒนาการสำคัญอีกก้าวหนึ่งของความสัมพันธ์ด้านวิทยาศาสตร์ระหว่างไทยกับสหรัฐ โดยมีการระบุประเด็นเพิ่มเติมที่ทั้งสองประเทศจะสามารถพัฒนาความร่วมมือต่อไปได้

อาทิ การพัฒนาบทบาทของสตรีในวงการวิทยาศาสตร์และการค้นคว้าวิจัยด้านสาธารณสุข ทั้งนี้ รัฐบาลไทยพร้อมต้อนรับการเยือนของ Dr. Richmond อีกครั้งในเดือน มิ.ย.ที่จะ
ถึงนี้

6.การพัฒนาบทบาทสตรีและความสัมพันธ์ในระดับประชาชน

ไทยพร้อมจะขยายความร่วมมือกับสหรัฐในกรอบข้อริเริ่มต่างๆ โดยเฉพาะกรอบความร่วมมือ Equal Futures Partnership (EFP) การจัดตั้งศูนย์ Women’s Entrepreneurial Centers of Resources, Education, Access, and Training for Economic Empowerment (WECREATE) ภายใต้กรอบข้อริเริ่มลุ่มน้ำโขงตอนล่าง

รวมทั้งโครงการ Young Southeast Asian Leaders Initiative (YSEALI) ซึ่งสหรัฐริเริ่มขึ้นเมื่อปี 2556 โดยผมประสงค์จะผลักดันให้มีการเพิ่มโอกาสให้แก่เยาวชนมุสลิม โดยเฉพาะเยาวชนจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีส่วนร่วมในโครงการเหล่านี้มากขึ้นด้วย

ท่านประธานาธิบดี ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้กลับมากรุงวอชิงตันอีกครั้ง และได้ปฏิบัติหน้าที่เอกอัครราชทูตแห่งราชอาณาจักรไทยประจำสหรัฐ คนที่ 44 กรุงวอชิงตันเป็นเมืองแรกของการออกประจำการในต่างประเทศของผม ซึ่งในช่วงดังกล่าวผมได้รับประสบการณ์ที่มีค่ายิ่งจากการทำงานในฐานะผู้ช่วยของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครตและของอดีตวุฒิสมาชิก Daniel Inouye จากมลรัฐฮาวายผู้ล่วงลับไปแล้ว

ในช่วงการประชุมรัฐสภาสหรัฐ สมัยที่ 99 (ระหว่างปี 2529-2530) ซึ่งการมีโอกาสได้ทำงานในระหว่างที่วุฒิสมาชิก Inouye ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการเฉพาะกิจเพื่อสอบสวนกรณีอิหร่าน-คอนทรานั้น ทำให้ผมได้เข้าใจถึงค่านิยมของชาวอเมริกัน ไม่ว่าจะเป็นความสำคัญของประชาชนในฐานะพลเมืองไปจนถึงหลักความเสมอภาคของบุคคลทุกคนตามกฎหมาย

ในฐานะเอกอัครราชทูตแห่งราชอาณาจักรไทย ท่านประธานาธิบดีโปรดวางใจได้ว่าผมมีความพร้อมและความกระตือรือร้นที่จะทำงานอย่างหนัก เพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมืออันใกล้ชิดกับสหรัฐใน
ทุกๆ ด้านที่ผมได้กล่าวไปแล้วอย่างเต็มความสามารถ ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายที่ดำรงตำแหน่ง เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศและประชาชน

การปฏิบัติหน้าที่เอกอัครราชทูตของผมในทุกๆ วัน จะยึดตามแนวคำสอนของพระราชสุเมธาจารย์ (สุเมโธภิกขุ) พระภิกษุชาวอเมริกันที่เคยเป็นอาสาสมัครหน่วยสันติภาพของสหรัฐก่อนที่จะบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ ซึ่งท่านเป็นที่นับถือยิ่งในหมู่พุทธศาสนิกชนทั้งในประเทศไทยและในประเทศอื่นๆ โดยท่านได้เขียนไว้ว่า “อดีตเป็นเพียงความทรงจำ อนาคตไม่สามารถหยั่งรู้ได้ ปัจจุบันต่างหากที่สำคัญที่สุด” ซึ่งเป็นหนึ่งในแก่นของหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า

อนึ่ง ท่านประธานาธิบดีน่าจะยินดีที่ได้ทราบว่า ปัจจุบันหน่วยสันติภาพของสหรัฐยังคงทำหน้าที่สำคัญในการเชื่อมโยงมิตรภาพระหว่างประชาชนไทยและสหรัฐ โดยขณะนี้มีอาสาสมัครจากหน่วยสันติภาพของสหรัฐในประเทศไทยทั้งหมด 159 คน ใน 40 จังหวัดทั่วประเทศ

สุดท้ายนี้ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผมจะได้รับไมตรีจิตและการสนับสนุนจากรัฐบาลของท่านในการปฏิบัติหน้าที่เอกอัครราชทูตฯ โดยผมจะไม่ยึดติดอยู่กับอดีต หรือมีความคลางแคลงใจกับอนาคตที่ไม่สามารถหยั่งรู้ได้ แต่ผมจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยสติและความรู้เท่าทัน และเมื่อคำว่า “ฉัน” ถูกแทนด้วยคำว่า “เรา” ผมก็เชื่อว่าทุกสิ่งจะสำเร็จได้หากเราร่วมมือกันเพื่อสร้างอนาคตที่ดีให้แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท