posttoday
ได้เวลาปฏิรูปพลังงาน

ได้เวลาปฏิรูปพลังงาน

25 กุมภาพันธ์ 2558

การตัดสินใจเลื่อนการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ออกไประยะหนึ่งเป็นเวลา 3 เดือนเศษ เพื่อดำเนินการแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ให้แล้วเสร็จก่อนดำเนินการในเรื่องพลังงาน ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถือเป็นเรื่องที่ควรชื่นชมในการตัดสินใจผ่าทางตันเพื่อลดความขัดแย้งด้านพลังงานของประเทศ

การตัดสินใจเลื่อนการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ออกไประยะหนึ่งเป็นเวลา 3 เดือนเศษ เพื่อดำเนินการแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ให้แล้วเสร็จก่อนดำเนินการในเรื่องพลังงาน ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถือเป็นเรื่องที่ควรชื่นชมในการตัดสินใจผ่าทางตันเพื่อลดความขัดแย้งด้านพลังงานของประเทศ

ไม่ว่าผลของการยืดระยะเวลาการขยายการเปิดสัมปทานออกไปของรัฐบาล คสช.จะกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานแค่ไหน คนไทยต่างยอมรับและตระหนักในการตัดสินใจปรองดองของรัฐบาล ที่แม้มีอำนาจพิเศษอยู่ในมือแต่ก็เงี่ยหูฟังคำทัดทานของประชาชนในชาติ

รัฐบาลต้องตระหนักว่าธุรกิจพลังงานนั้นเป็นธุรกิจที่มีการผูกขาดอยู่สูงมาก ดังนั้นรัฐจึงมีควรเพิ่มบทบาทในการดูแลการทำงานของกลไกตลาดควบคุมการทำงานของภาคเอกชนอย่างเข้มข้น ต้องมีการกำกับดูแลเพื่อรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวมของผู้บริโภคและผลประโยชน์ประชาชนที่เป็นเจ้าของทรัพยากร ไม่ใช่ตัดสินใจใช้อำนาจไปเพียงแค่อนุญาตให้ภาคเอกชนมาดำเนินการมาบริหารจัดการพลังงาน 

นอกจากนี้ ธุรกิจพลังงานถือเป็นธุรกิจที่กระบวนการผลิตส่งผลกระทบต่อประชาชน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างมาก จึงจำเป็นจะต้องมีกฎกติกามาดูแลจากผลกระทบจากการเปิดสัมปทานการขุดเจาะปิโตรเลียมในพื้นที่ประเทศไทย ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมและมีกลไกการกำกับตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพมาจัดการ

ขณะเดียวกันธุรกิจพลังงานเป็นธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่อการครองชีพของประชาชน กระทบกับค่าใช้จ่ายประชาชนโดยตรง ชีวิตคนไทยทุกคนล้วนผูกติดกับพลังงาน ตั้งแต่เรื่องการขนส่ง ต้นทุนของสินค้าทุกตัว ค่าครองชีพประจำวัน นโยบายที่เกี่ยวข้องกับพลังงานจึงต้องมีการปฏิรูปและดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา

ดังนั้น เมื่อยึดถือหลักการนี้ รัฐบาล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ก็สามารถกำหนดแนวทางในการแก้ไขกฎหมาย กำหนดกรอบแนวทาง กติกาในการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานได้อย่างเป็นระบบ แทนที่จะยึดติดกับการเปิดให้สัมปทานและแบ่งปันผลประโยชน์ที่เป็นภาษีปิโตรเลียมเพียงอย่างเดียว

ข้อเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายภาษีปิโตรเลียมที่เกี่ยวกับการนำค่าใช้จ่ายมาหักลบภาษีได้ การแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.ปิโตรเลียมเพื่ออุดช่องโหว่ในเรื่องอนุญาโตตุลาการเพื่อยุติข้อพิพาทระหว่างภาครัฐและเอกชนอาจเป็นเพียงมิติหนึ่ง แต่การบรรจุสิทธิด้านปิโตรเลียมและเชื้อเพลิงพลังงานเพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชนก็เป็นประเด็นที่รัฐไม่ควรละเลย

นอกจากนี้ รัฐบาลควรจะใช้ระยะเวลา 3 เดือนเศษ ในการแก้ไขกฎหมายปิโตรเลียมและกฎหมายภาษีทำการปฏิรูปในเชิงโครงสร้างธุรกิจพลังงานในประเทศ ให้สะท้อนกลไกราคาต้นทุนที่แท้จริง ไม่ใช่ปล่อยให้บริษัทน้ำมันเป็นคนกำหนด แต่ควรสร้างกลไกให้คณะกรรมการที่มีหน้าที่ดูแลด้านราคา ต้นทุน ทำหน้าที่กำกับตรวจสอบอย่างมีประสิทธิภาพกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท