
หมอล่า5หมื่นชื่อดันพรบ. ปลดแอกพ้นระบบราชการ
โพสต์ทูเดย์
— แพทยสภาล่าหมื่นชื่อผลักดันข้าราชการ สธ. พ้นระบบ ก.พ.พญ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา ประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาปรับเปลี่ยนเงินเดือนและค่าตอบแทนแพทย์ในภาคราชการ แพทยสภา เปิดเผยว่า ตั้งแต่มี พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติตั้งแต่ปี 2545 หน่วยงานด้านสาธารณสุขต้องรับบทหนักมากและขาดบุคลากรประจำจำนวนมาก
ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชพลเรือน (ก.พ.) ไม่ยอมอนุมัติตำแหน่งให้เพิ่ม จนขณะนี้มีแต่ลูกจ้างชั่วคราว 2 หมื่นคน เงินเดือนก็ไม่ขึ้น อาชีพไม่มีความก้าวหน้าและก็สวัสดิการไม่ดี จึงต้องปฏิรูประบบราชการของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ออกจาก ก.พ.
นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัด สธ. กล่าวว่า สธ.ได้พิจารณาใน 3 แนวทาง คือ 1.อยู่ในระบบ ก.พ.เหมือนเดิมแต่ต้องต่อรองกับรัฐบาลปีต่อปี 2.พิจารณาว่าจะแยกออกจาก ก.พ.หรือไม่ และ 3.ตั้งกองทุนคล้ายกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ โดยผู้ที่อยู่ในระบบจะได้รับเงินเดือนสูงกว่าข้าราชการ 1.5 เท่า และยังมีเงินที่ได้หลังเกษียณอีกด้วย
“
ได้ตั้งคณะทำงาน 1 ชุด มี นพ.เสรี หงษ์หยก รองปลัดกระทรวง สธ. เป็นประธาน เพื่อศึกษาข้อดีข้อเสียของแต่ละแนวทางแล้ว” ปลัด สธ. กล่าวนพ.ทวีเกียรติ บุญยไพศาลเจริญ สาธารณสุขนิเทศก์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้ตรวจราชการสาธารณสุข เขต 3 กล่าวว่า ต้องจ่ายผลตอบแทนบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข 3 ส่วน 1.เงินเดือนประจำต้องปรับขึ้นตามอายุราชการ 2.เงินเพิ่มพิเศษจ่ายเท่ากันเพื่อจูงใจให้บุคลากรอยู่ในระบบราชการ 3.เงินเพิ่มพิเศษจ่ายตามภาระงาน โดยในปี 2554 จะของบกลางอีก 5,000 ล้านบาทมาจ่าย
ทั้งนี้ ข้อเสนอแยกข้าราชการ สธ.พ้น ก.พ. เกิดขึ้นระหว่างการสัมมนาเรื่อง
“การแยกข้าราชการและบุคลากรของกระทรวงสาธารณสุขออกจาก กพ.” จัดโดยแพทยสภา โดยมีการแจกแบบฟอร์มเข้าชื่อ 1 หมื่นรายชื่อเพื่อเสนอร่าง พ.รบ.ระเบียบข้าราชการสาธารณสุขและบุคลากรสาธารณสุขด้วย






