
คุมจริยธรรมนักการเมือง
การประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญนอกสถานที่ ณ โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ พัทยา จ.ชลบุรี
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
การประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญนอกสถานที่ ณ โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ พัทยา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 23 ก.พ.)เข้มข้นตั้งแต่วันแรก โดยเป็นการพิจารณาในเรื่องมาตรการตรวจสอบจริยธรรมและคุณลักษณะที่ดีของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ทั้งนี้ คณะ กมธ.ยกร่างฯ กำหนดให้ต้องมีประมวลจริยธรรมแห่งชาติเพื่อกำหนดเป็นมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้นำการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ละประเภท โดยให้สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติสามารถส่งเรื่องการกระทำผิดมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สส. สว. ผู้บริหารท้องถิ่นหรือสมาชิกสภาท้องถิ่น ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการพิจารณาโดยเร็ว เพื่อขึ้นเป็นบัญชีรายชื่อให้ประชาชนลงมติว่าจะถอดถอนหรือไม่ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
จากนั้นคณะ กมธ.ยกร่างฯ ได้กำหนดแนวปฏิบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 5 ประการ ได้แก่ 1.ยึดประโยชน์ส่วนรวมเหนือประโยชน์ส่วนตนและพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองที่ตนสังกัด 2.รับฟังความคิดเห็นของประชาชน 3.ให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนอย่างครบถ้วน และไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง 4.แสดงความรับผิดชอบทางการเมืองเมื่อตนหรือผู้อยู่ในความรับผิดชอบของตนกระทำผิด และ 5.เมื่อพบว่ามีการกระทำซึ่งมีลักษณะฝ่าฝืนรัฐธรรมนญ กฎหมาย หรือประมวลจริยธรรม ต้องคัดค้านการกระทำดังกล่าว และแจ้งให้องค์กรตามรัฐธรรมนูญซึ่งมีอำนาจตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทราบเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
นอกจากนี้ ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คณะ กมธ.ยกร่างฯ ได้บัญญัติพฤติกรรมที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและผู้นำอื่นในภาครัฐ ไม่สมควรกระทำ 6 ประการ ประกอบด้วย 1.การใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองที่ตนสังกัด 2.การละเมิดหลักการสำคัญทางศีลธรรม ศาสนา และประเพณี 3.กระทำการที่ก่อให้เกิดความเกลียดชังระหว่างคนในชาติหรือศาสนา
4.การยอมให้บุคคลหรือคณะบุคคลใดครอบงำหรือชี้นำโดยมิชอบ 5.ใช้อำนาจหน้าที่ที่มุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจในระยะยาว และ 6.การเลี่ยงหรือชี้นำให้บุคคลอื่นเลี่ยงการปฏิบัติตามกฎหมาย รวมทั้งไม่แสดงความเห็นทำนองดังกล่าวต่อสาธารณะ
ปกรณ์ ปรียากร โฆษกคณะ กมธ.ยกร่างฯ อธิบายที่มาของสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ว่า จะมี 55 คน แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 1.คณะมนตรี 5 คน ที่มาจากการสรรหาของ สว. 2.ส่วนอีก 50 คนที่เหลือจะมาจากการเลือกของคณะกรรมการสรรหาที่ถูกแต่งตั้งโดยคณะมนตรีทั้ง 5 คน มีอำนาจ โดยขณะนี้คณะทำงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้จัดทำร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติเสร็จแล้ว ซึ่งจะมีการเสนอเข้าที่ประชุม สปช.ก่อนลงมติส่งให้กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป







