แจ้ง 5 ข้อหา "ถวิล พึ่งมา"ร่วมโกง สจล.
กองปราบแจ้ง 5 ข้อหา "ถวิล พึ่งมา" ร่วมยักยอกทรัพย์ สจล. คุมฝากขังศาลมีนบุรีช่วงบ่าย
กองปราบแจ้ง 5 ข้อหา "ถวิล พึ่งมา" ร่วมยักยอกทรัพย์ สจล. คุมฝากขังศาลมีนบุรีช่วงบ่าย
เมื่อวันที่ 24 กพ. เวลา 09.00 น. นายถวิล พึ่งมา อดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือสจล.เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม หลังพนักงานสอบสวนได้นัดมาให้ปากคำเพิ่มเติมในคดีลักทรพย์สจล.พร้อมยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยักยอกทรัพย์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
นายถวิล กล่าวว่า อยากให้มีการสาวให้ถึงต้นตอผู้กระทำผิด เพราะในช่วงที่มีการลักทรัพย์เกิดขึ้นตลอดปี 2555-2557มีทีมผู้บริหาร ถึง 3 ชุดที่มีอำนาจในการเซ็นต์เบิกถอน ส่วนการเซ็นต์เอกสารในขณะที่ตนดำรงตำแหน่ง ตนจำไม่ได้ว่าเคยเซ็นต์เอกสารอะไรบ้างหรือมีการยัดไส้เอกสารหรือไม่ ทั้งนี้หากมีการออกหมายจับก็พร้อมที่จะเตรียมหลักทรัพย์ขอยื่นประกันตัวตัวทันที
ด้าน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า วันนี้ สจล.ได้มอบอำนาจให้ดำเนินการกับ 3 อดีตผู้บริหาร สจล. ได้แก่นายถวิล พึ่งมา นายสรรพสิทธิ์ ลิ่มนรรัตน์ และนายศรุต ราชบุรี โดยเบื้องต้นช่วงเช้าที่ผ่านมานายถวิล เดินทางมาให้ปากคำพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาทั้งหมด 5 ข้อหา ได้แก่ ร่วมกันลักทรัพย์ , ปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม , เป็นเจ้าพนักงานของรัฐที่ดูแลทรัพย์แต่เบียดเบียนทรัพย์เป็นของตนเอง , เป็นเจ้าพนักงานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตาม ม.157 และร่วมกันฟอกเงิน ก่อนนำตัวฝากขังยังศาลจังหวัดมีนบุรีในช่วงบ่ายวันนี้
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวอีกว่า จากการสอบปากคำนายถวิล เบื้องต้น ยังให้การปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง และจำไม่ได้ว่าเคยเซ็นชื่อไปตอนไหนบ้าง แต่จากพยานหลักฐานและพฤติกรรมพบพิรุธ เนื่องจากนายถวิล ลงนามเปิดบัญชีสถาบันก่อนที่จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งอธิการบดี รวมทั้งเป็นผู้ปิดบัญชีหลังจากหมดสถานภาพการเป็นอธิการบดีแล้ว และยังทำหนังสือถึงธนาคารพร้อมระบุไม่อนุญาตให้ธนาคารตรวจสอบบัญชี หรือสถานะทางการเงินของสถาบัน
นอกจากนี้ยังพบว่านายถวิล มีความสนิทสนมกับนายทรงกลด ศรีประสงค์ หนึ่งในผู้ต้องหา เกินกว่าปกติ เนื่องจากเป็นผู้รับรองความประพฤติให้กับนายทรงกลด ขณะที่ทางธนาคารพบพิรุธในพฤติกรรม และเตรียมจะโยกย้ายนายทรงกลด ในส่วนของลายเซ็นต์ที่มีอำนาจในการโอนเงินของสถาบันนั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า อดีตผู้บริหาร สจล.ทั้ง 3 รายนี้น่าจะเป็นกลุ่มของบอสใหญ่ ที่คอยบงการการกระทำทุกอย่าง ทั้งนี้เชื่อว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการอีก แต่ไม่ใช่ระดับผู้บงการ อย่างไรก็ตามได้ประสานทางอัยการเพื่อติดตามจับกุมนายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด ผู้ต้องหาคนสำคัญที่เชื่อว่ายังคงหลบหนีอยู่ในประเทศอังกฤษ ซึ่งหากจับกุมตัวได้ จะสามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินของขบวนการนี้ทั้งหมด
ทั้งนี้ในส่วนของนายสรรพสิทธิ์ และนายศรุต พนักงานสอบสวนนัดหมายมาสอบปากคำในเวลา 10.00 น. แต่นายสรรพสิทธิ์ติดภารกิจ จึงขอเลื่อนมาพบในวันที่ 25 ก.พ.นี้ เวลา 10.00 น.
ภาพจาก ทีมโฆษก ตร.







