
เบี้ยวหนี้ทะลัก
คนไทยอาการหนักหนี้สินครัวเรือนทะลุ 85% ผิดนัดชำระ 3 เดือนขึ้นไปทะลัก 30%
คนไทยอาการหนักหนี้สินครัวเรือนทะลุ 85% ผิดนัดชำระ 3 เดือนขึ้นไปทะลัก 30%
นางชุตินาฏ วงศ์สุบรรณ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ภาวะการก่อหนี้ของภาคครัวเรือนเริ่มชะลอตัวลง โดยหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภคคงค้างในไตรมาส 4/2557 ขยายตัว 7.4% วงเงินประมาณ 3.39 ล้านล้านบาท ถือเป็นการเติบโตที่ชะลอตัวลงจากไตรมาส 1-3 ที่ขยายตัว 10.7% 8.8% และ 8% ตามลำดับ
ขณะที่หนี้สินครัวเรือนที่รวมการให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ในสิ้นไตรมาส 3/2557มีหนี้สินคงค้าง 10.22 ล้านล้านบาท ขยายตัว 7.7% มีสัดส่วนต่อจีดีพี 84.2% และคาดว่าในสิ้นปี 2557 หนี้สินครัวเรือนจะขึ้นมาอยู่ที่ 85%
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องติดตามคือ หนี้เสียของสินเชื่อเพื่อการบริโภค โดย ณ สิ้นไตรมาส 4/2557 อยู่ที่ 8.34 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.5% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะยังไม่ส่งสัญญาณว่ามีความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ แต่ต้องเฝ้าติดตามกลุ่มเสี่ยง เนื่องจากกลุ่มที่ผิดนัดชำระเกิน 3 เดือน เพิ่มขึ้นถึง 30.4% คิดเป็นมูลค่าราว 1.42 หมื่นล้านบาท มีสัดส่วน 4.6% ของสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2555 และ 2556 ที่มีแค่ 3% และ 3.7%
นอกจากนี้ ยอดค้างชำระบัตรเครดิตเกิน 3 เดือน ก็เพิ่มขึ้นเป็น 8,316 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 25.3% ทำให้สัดส่วนหนี้เสียต่อหนี้รวมเพิ่มเป็น 2.6% จาก 1.6% และ 2.3% ในสิ้นปี 2555 และ 2556
“แม้หนี้เสียของสินเชื่อเพื่อการบริโภคจะยังมีสัดส่วนต่ำ แต่การผิดนัดชำระหนี้ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทำให้ต้องเฝ้าติดตามการผิดนัดชำระหนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่มีรายได้ปานกลางและรายได้น้อย ซึ่งอ่อนไหวต่อปัจจัยที่เข้ามากระทบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานในภาคเกษตรที่เผชิญกับปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ” รองเลขาธิการ สศช.ชี้แจง
นางชุตินาฏ กล่าวว่า ประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังสำหรับปี 2558 คือการผิดนัดชำระหนี้ของกลุ่มเสี่ยงผู้มีรายได้ปานกลางและรายได้น้อยที่อ่อนไหวต่อปัจจัยทางเศรษฐกิจ และหากมีการดำเนินมาตรการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ซึ่งเป็นสินเชื่อบุคคลโดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน คาดว่าจะช่วยให้ผู้มีรายได้ต่ำสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้







