
เออีซี-เอสเอ็มอี-สินค้าเกษตร หนุนพิษณุโลกฟื้นไตรมาส 3
แม้นว่าพิษณุโลกจะไม่ใช่พื้นที่ร้อนแรงด้านการลงทุนเท่ากับ อ.แม่สอด จ.ตาก ที่กำลังขึ้นรูปเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ
โดย...ชินวัฒน์ สิงหะ
แม้นว่าพิษณุโลกจะไม่ใช่พื้นที่ร้อนแรงด้านการลงทุนเท่ากับ อ.แม่สอด จ.ตาก ที่กำลังขึ้นรูปเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ แต่พิษณุโลกก็ถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญต่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษต่างๆ เนื่องจากอยู่ในทำเลที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมเศรษฐกิจตะวันออกจากเขตเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหาร ไปยังเขตเศรษฐกิจพิเศษตะวันตกที่ อ.แม่สอด และเชื่อมภาคเหนือจากด่านแม่สาย เชียงแสน เชียงของ จ.เชียงราย ลงมาสู่ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง จ.ชลบุรี หรือลงสู่ภาคใต้เชื่อมต่อไปยังมาเลเซียและสิงคโปร์
พิษณุโลกในฐานะสี่แยกอินโดจีนจึงคุมยุทธศาสตร์การค้าที่สำคัญของภูมิภาค ซึ่งขณะนี้การพัฒนาขยายเส้นทางทางหลวงหมายเลข 12 พิษณุโลก-หล่มสัก เส้นทางเชื่อมต่อแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก โดยได้รับความช่วยเหลือเงินกู้จากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย หรือเอดีบี งบประมาณกว่า 3,300 ล้านบาท กำลังจะแล้วเสร็จคาดว่าภายในปี 2558
แต่นอกจากจะเป็นจุดเชื่อมการค้าแล้ว พิษณุโลกยังมีขนาดเศรษฐกิจที่น่าสนใจ ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจเชื่อมภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน
วิโรจน์ จิรัฐิติกาลโชติ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคเหนือ หอการค้าไทย มองว่าพิษณุโลกและภาคเหนือยังคงเป็นแหล่งผลิตข้าวและพืชไร่ที่สำคัญ โดยพืชเศรษฐกิจสำคัญเป็นกลุ่ม
ถั่วเหลือง ข้าวโพด ข้าว และอ้อย ปริมาณการผลิตไม่ต่ำกว่า 1 ใน 4 ของผลผลิตทั้งประเทศ ขณะที่อุตสาหกรรมส่วนใหญ่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างเกี่ยวเนื่องกับภาคเกษตร เช่น อุตสาหกรรมน้ำตาลที่ จ.นครสวรรค์ กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ และพิษณุโลก ส่วนอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรอยู่ในพื้นที่ จ.พิษณุโลก และนครสวรรค์ ซึ่งจังหวัดดังกล่าวมีพื้นที่การเกษตรกว่าร้อยละ 53 ของพื้นที่ สำหรับ จ.พิษณุโลก มีสัดส่วนพื้นที่การเกษตรประมาณร้อยละ 41 ของจังหวัด มีพื้นที่ทำการเกษตร 2,814,602 ไร่ มีพื้นที่ปลูกข้าว 1,150,487 ไร่
"ในไตรมาสแรก จ.พิษณุโลก มีสัญญาณที่ดีของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ แต่เนื่องจากสภาพของพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในภาคการเกษตร ทำให้การฟื้นตัวยังไม่ค่อยหวือหวามากนัก และเชื่อว่าจะมองชัดเจนมากขึ้นในไตรมาส 2 ซึ่งภาครัฐจะมีงบประมาณมาลงทุน ซึ่งภาครัฐต้องจัดการมาให้เร็วกว่านี้ ก็จะช่วยทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น อีกทั้งการที่สภาพบ้านเมืองและเศรษฐกิจที่ยังไม่นิ่ง ส่งผลให้ภาคประชาชนมีการจับจ่ายที่ระมัดระวังมากขึ้น ทำให้การไหลเวียนของเงินภายในจังหวัดยังไม่คล่องเท่าที่ควร แต่เชื่อว่าจากแนวโน้มทางการเมือง ที่ภาครัฐพยายามแก้ไขปัญหา จะทำให้เห็นผลจากภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นชัดเจนในช่วงปลายปีประมาณไตรมาส 3-4”
โครงการลงทุนภาครัฐ ซึ่ง วิโรจน์ มองว่าจะส่งผลดีต่อการฟื้นตัวและพัฒนาเศรษฐกิจของพิษณุโลก คือ งบประมาณด้านโครงสร้างพื้นฐาน 68 ล้านบาท พัฒนาแหล่งน้ำ 115 ล้านบาท การเกษตร ปศุสัตว์ ประมง 87,809,000 บาท การท่องเที่ยว 24,860,000 บาท ส่งเสริมอาเซียน 10 ล้านบาท และส่งเสริมการค้าการลงทุน 10 ล้านบาท เป็นงบประมาณที่ทางภาครัฐจัดสรรงบประมาณมาดำเนินการพัฒนาด้านเศรษฐกิจของจังหวัด และมีโครงการที่ใหญ่ที่ภาครัฐกำลังจัดสรรลงมาตามแผนงบประมาณอีก
ด้าน คมสัน วัฒนวนาพงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขา บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ก็เชื่อว่า ปี 2558 ภาวะเศรษฐกิจน่าจะดีขึ้นจากนโยบายรัฐที่มุ่งเน้นจะช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอีให้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน โดย บสย.พิษณุโลกตั้งเป้าหมายค้ำประกันสินเชื่อ 6,000 ล้านบาท สูงกว่าปี 2557 ที่ผ่านมามาก หลังจากที่ให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการที่ขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนจนได้รับสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ปี 2557 วงเงินค้ำประกัน 3,290 ล้านบาท
ขณะที่ ชูศักดิ์ นันทสุวรรณผู้จัดการ บสย.สาขาพิษณุโลก ก็มั่นใจว่าเป้าหมายการส่งเสริมธุรกิจเอสเอ็มอีในปีนี้ โดยเน้นใน 10 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี และชัยนาท ผ่านโครงการค้ำประกันสินเชื่อ โดยฟรีค่าธรรมเนียมการค้ำประกันในปีแรก จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ภาวะเศรษฐกิจของภาคเหนือตอนล่างเติบโตมากขึ้น







