posttoday
เศรษฐกิจติดกับดัก สภาพคล่อง

เศรษฐกิจติดกับดัก สภาพคล่อง

23 กุมภาพันธ์ 2558

การกดดันให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ลดดอกเบี้ยนโยบายลง เพื่อให้บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยในประเทศดีขึ้น

โดย...ชลลดา อังครีสว่าง

การกดดันให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ลดดอกเบี้ยนโยบายลง เพื่อให้บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยในประเทศดีขึ้น ด้วยการประโคมว่าประเทศไทยกำลังผจญกับปัญหาเงินฝืด และเศรษฐกิจชะลอตัวอย่างหนัก ทำให้ผู้ว่าการ ธปท. ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ต้องเอาข้อมูลออกมากางให้ดูกันว่า สภาพคล่องในตลาดยังมีอยู่สูง เห็นได้จากเงินส่วนเกินที่ธนาคารพาณิชย์นำมาฝากไว้ที่ ธปท.วันละ 7-9 แสนล้านบาท

ภาคเอกชนมองกันว่านี่คือสัญญาณของการปฏิเสธอย่างสุภาพของ ธปท.ที่จะลดดอกเบี้ย โดยแสดงข้อมูลว่า ประเทศยังมีเงินที่จะใช้ลงทุนหมุนเวียนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจอีกมาก หากจะมีการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ หรือภาคธุรกิจมั่นใจในการลงทุนหรือขยายธุรกิจเพิ่มเติม ก็สามารถกู้ยืมจากธนาคารพาณิชย์ได้โดยตรง ในอัตราดอกเบี้ยที่ไม่ได้สูงหรือต่ำจนเกินไป 

ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า “มันเหมือนน้ำในประเทศ เราไม่ได้ขาดแคลนน้ำ แต่อาจจะมีบางจุดที่น้ำอาจจะน้อยไปบ้าง สภาพคล่องที่พูดกันไม่ใช่เงินในกระเป๋าของคน เป็นสภาพคล่องของระบบ โดยเงินในกระเป๋าเกษตรกรอาจน้อยลง เพราะรายได้ลดลง แต่ราคาน้ำมันที่ลดลงอาจจะช่วยเพิ่มเงินในกระเป๋าได้บ้าง และอีกระยะเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น รัฐบาลเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เงินจะลงไปในระบบโดยตรงมากขึ้น”

จำนวนสภาพคล่องที่สูงมากของธนาคารพาณิชย์สะท้อนให้เห็นว่า การปล่อยสินเชื่อมีการขยายตัวต่ำ เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่มีแรงส่งโดยการลงทุนภาครัฐยังไม่เกิด ส่วนเอกชนก็ยังรอดูท่าทีว่าจะลงทุนดีหรือไม่ กำลังซื้อในประเทศก็ยังไม่ขยายตัว ส่วนการส่งออกก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะขยายตัวได้ 3-4% ตามเป้าหมายหรือไม่

สภาพเงินล้นธนาคารนี้ ยังมาจากการที่เอกชนระดมทุนโดยตรงด้วยการออกตราสารการเงินขายให้กับนักลงทุน ไม่ได้กู้เงินจากธนาคารเหมือนในอดีต และการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และการออกหุ้นกู้

หลังจากระดมทุนได้ก็นำเงินส่วนหนึ่งไปขยายกิจการและอีกส่วนหนึ่งมาชำระคืนหนี้เงินกู้ธนาคารพาณิชย์ ซึ่งพบว่ามียอดคืนหนี้ที่มีมูลค่าสูงกว่า 5,000 ล้านบาท
ขึ้นไป คิดเป็นมูลค่ารวมถึง 2.07 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 1.8% ของสินเชื่อคงค้างทั้งระบบ

ดังนั้น กอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จึงยืนยันว่า ธนาคารพาณิชย์มีสภาพคล่องสูงมาก ไม่ได้เป็นเรื่องแปลกใหม่แต่อย่างใด และเป็นเพราะเอกชนไม่มาขอสินเชื่อเพื่อลงทุน ไม่ใช่เพราะธนาคารไม่ปล่อยกู้

ทั้งนี้ เอกชนรอจังหวะการลงทุนจากโครงการนโยบายรัฐมากกว่า เห็นได้จากยอดการขอส่งเสริมการลงทุน ที่มียอดขอส่งเสริมกว่า 2 ล้านล้านบาท จะเห็นว่าทางภาคเอกชนต้องการที่จะลงทุน เพียงแต่รอโอกาสจากทางภาครัฐ

“สิ่งที่ ธปท.ระบุสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์เหลือเป็นจำนวนมากนั้น เพื่อบอกว่าสถานภาพการเงินในประเทศมีความคล่องตัวสูง สามารถขอสินเชื่อเพื่อนำไปลงทุนในโครงการต่างๆ ได้ไม่มีปัญหา ไม่เกี่ยวกับการขอสินเชื่อยากแต่อย่างใด” กอบศักดิ์ กล่าว

การติดกับดักสภาพคล่องนี้ ทำให้มีเงินล้นในเศรษฐกิจภาพใหญ่ แต่ในระดับจุลภาค คือในภาคเศรษฐกิจย่อยทั้งในระดับธุรกิจเอสเอ็มอีหรือครัวเรือน ไม่ได้มีเงินล้นเหมือนในภาพรวม นี่จึงเป็นสาเหตุที่ไม่สามารถขจัดความรู้สึกเงินฝืดออกจากความคิดของประชาชนได้

และเมื่อรู้สึกว่าเงินในประเป๋ามีไม่มาก ประชาชนก็ไม่ใช้จ่าย ผู้ประกอบการก็ขายสินค้าได้น้อย จึงมีกำลังการผลิตเหลือ ไม่จำเป็นที่จะต้องกู้เงินมาเพื่อขยายกิจการ แต่อาจต้องกู้เงินมาไว้สำรองเป็นสภาพคล่อง

อย่างไรก็ดี ภาพความฝืดเคืองในเศรษฐกิจระดับจุลภาคไม่ได้เลวร้ายจนถึงขั้นทำให้ระบบเครดิตเสียหาย ภาคธุรกิจของไทยยังไม่ถึงขั้นต้องซื้อขายกันด้วยเงินสด ไม่รับเช็คหรือไม่ให้เครดิตกันระหว่างผู้ค้า ซึ่งถือว่าสภาพโดยทั่วไปยังดีอยู่ ปัญหาคือจะทำอย่างไรให้เงินที่มีเหลือมากมายไหลลงมาสู่ระดับฐานราก

อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า ข้อจำกัดต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยปี 2558 คือราคาสินค้าเกษตรที่ยังอยู่ในระดับต่ำ เศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน และแนวโน้มการอ่อนค่าของเงินสกุลต่างๆ ทำให้เงินบาทเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านแข็งค่าขึ้น

การปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันโลกยังส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อชะลอตัว และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดย สศช.คาดว่าเงินเฟ้อปีนี้จะขยายตัวเพียง 0-1% เมื่อนำดอกเบี้ยเงินฝากมาลบกับเงินเฟ้อก็จะพบว่า ผลตอบแทนจากการออมสูงขึ้น

ฉะนั้น เลขาธิการ สศช. จึงมองว่า ธปท. ในฐานะผู้กำกับนโยบายการเงิน ไม่ต้องรอให้เงินเฟ้อลงไปถึง 0% หรือติดลบ เพียงแค่ลดลงใกล้ 0% จะน่าจะมีมาตรการออกมา ซึ่งในหลายประเทศก็มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย แม้กระทั่งกลุ่มอาเซียน เช่น กรณีของประเทศสิงคโปร์กับจีน ทั้งๆ ที่เศรษฐกิจขยายตัว ขณะที่จีดีพีไทยตอนนี้ไม่ใช่อยู่ที่ระดับ 5-6% แต่อยู่ไล่เลี่ยในระดับไม่สูงมาก อย่างปีที่แล้วทั้งปีโตแค่ 0.7% ปีนี้คาดอยู่ที่ 3.5-4.5%

นอกจากนี้ ยังเห็นว่าขณะนี้ได้เกินเวลาที่ ธปท.จะลดดอกเบี้ยแล้ว เพราะหากเงินเฟ้อต่ำลงเรื่อยๆ ไปลดดอกเบี้ยในช่วงนั้น อาจจะไม่มีประโยชน์แล้ว

อย่างไรก็ดี มุมมองของ สศช.กับ ธปท.ก็ไม่อาจจะเหมือนกันได้ เพราะ ธปท.มีภารกิจที่จะต้องดูแลอัตราแลกเปลี่ยนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมด้วย ซึ่งดอกเบี้ยก็เป็นเครื่องมือสำคัญของ ธปท.ในการดูแลค่าเงิน และใช้กระตุ้นหรือชะลอภาวะเศรษฐกิจในแต่ละช่วง

ปัญหาของเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ ไม่ได้อยู่ที่ดอกเบี้ยสูงหรือต่ำ แต่อยู่ที่สภาพคล่องที่มีสูง ไม่ได้เฉลี่ยลงมาในระบบให้กับเศรษฐกิจระดับฐานราก ซึ่งวิธีการจะทำให้เงินไหลลงมาก็จะต้องดำเนินการผ่านโครงการลงทุนของรัฐบาลที่วางแผนไว้แล้ว แต่ยังไม่มีการขับเคลื่อนออกมาเป็นรูปธรรม การลงทุนจะทำให้เงินหมุนเกิดการจ้างงาน การบริโภค แต่ด้วยเงื่อนไขหลายอย่างทำให้การเบิกจ่ายงบลงทุนออกมาช้า หากการลงทุนโครงการใหญ่ที่รัฐออกไปโรดโชว์และเปิดเผยแผนต่อประชาชนไม่ออกมาเป็นรูปธรรม รัฐบาลก็จะต้องเผชิญกับปัญหาไม่มีผลงานในสายตาของประชาชนต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท