posttoday
ถึงเวลาตั้งศาลสงฆ์

ถึงเวลาตั้งศาลสงฆ์

22 กุมภาพันธ์ 2558

คำตัดสินชี้ขาดของกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) กรณีที่อ้างพระลิขิตสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช

โดย...สมาน สุดโต

คำตัดสินชี้ขาดของกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) กรณีที่อ้างพระลิขิตสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช เมื่อ พ.ศ. 2542 ว่าพระเทพญาณมหามุนี (ไพบูลย์ ธมฺมชโย) ไม่เป็นปาราชิก ทั้งนี้จากกรณีที่ ไพศาล พืชมงคล อดีตสมาชิกวุฒิสภา และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวเปิดเผยถึงการประชุม ณ รัฐสภา ของคณะกรรมาธิการการศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมี ไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นประธาน ว่า ผู้แทนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้เข้าชี้แจงในที่ประชุมว่า ตามลิขิตสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งมีพระลิขิตลงวันที่ 26 เม.ย. 2542 นั้น ชี้ชัดว่า พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และประธานมูลนิธิธรรมกาย ต้องอาบัติปาราชิก พ้นจากความเป็นสมณะโดยอัตโนมัตินั้น เมื่อ มส.ประชุมในวันที่ 20 ก.พ. 2558 พิจารณาเรื่องนี้แล้วมีมติว่า ธมฺมชโย ไม่มีเจตนาฝ่าฝืนพระลิขิตสังฆราช ไม่ฉ้อโกงที่ดินวัดพระธรรมกาย จึงคงสถานะเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายเช่นเดิม

แน่นอนคำชี้ขาดของ มส.สร้างความมรื่นเริงแก่วัดพระธรรมกาย และคณะศิษย์ ขณะผู้ที่ติดตามเรื่องนี้มาตลอด และสังคมส่วนหนึ่งก็มีแต่สลดหดหู่ บางรายก็มีความโกรธ กล่าวหา มส.ในทางเสียหาย จนลืมพิจารณาประเด็น และสิ่งแวดล้อมอย่างแยบคายและเป็นธรรม

แน่นอนว่าเสียงสรรเสริญเยินยอ ย่อมเบากว่าเสียงตำหนิติเตียนเป็นธรรมดา แม้ว่า มส.ที่ประกอบด้วยพระเถระทั้งสองฝ่าย คือ มหานิกาย และธรรมยุต 20 รูป ที่มีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธาน จะเป็นผู้ทรงศีลก็ตาม แต่ก็ไม่พ้นคำนินทาและข้อครหาต่างๆ ได้

มติ มส.ไม่ถูกใจมหาชน เคยมีมาแล้วในอดีต แม้ว่าจะทำด้วยความเป็นธรรม ประกอบด้วยจิตเมตตาแล้วก็ตาม ถ้าหากไม่แก้ไขในวันนี้ ทั้งเรื่อง พ.ร.บ.และกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ก็จะมีเรื่องต่างๆ ที่ถูกใจ ได้ศรัทธา หรือไม่ถูกใจ เสียศรัทธา ตามมาไม่หยุด ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่จะทำอะไรกันเสียที

เพราะการให้พระเถระทั้งหลายที่มีอายุพรรษาสูง เป็นรุ่นปู่ รุ่นตา หรือรุ่นต่ำก็รุ่นน้า รุ่นอา ทรงศีล 227 ข้อ ต้องมาทำงานทั้งด้านการปกครองและเป็นศาลไปในตัวเอง ไม่ถูกต้องแล้วในเวลานี้ การให้พระเถระสูงทั้งอายุและพรรษา พิจารณาและตัดสินความ เมื่อมีคดี นิคหกรรม หรืออธิกรณ์ ที่เป็นเรื่องอื้อฉาวของคณะสงฆ์ ย่อมไม่มีผลสัมฤทธิ์ 100%  ย่อมไม่เป็นที่สบายใจของพุทธศาสนิกชนแน่นอน

แต่จะทำอย่างไรดี ในเมื่อพระราชบัญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2535 ให้อำนาจมหาเถรสมาคมไว้ท่วมท้น เรียกว่ามีอำนาจพิเศษ ตรากฎมหาเถรสมาคม ออกข้อบังคับมหาเถรสมาคม วางระเบียบมหาเถรสมาคม และออกคำสั่งมหาเถรสมาคมได้ทุกอย่าง ทำให้พระเถระผู้เฒ่าต้องทำงานหนัก แม้จะมีสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นเลขาธิการก็ตาม

บัดนี้ถึงเวลาที่จะสังคายนาพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2535 ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งการปกครองและการตัดสินคดีความแล้วใช่ไหม ผู้เขียนเสนอของเก่าในสมัย ร.6 ให้ศึกษา

เมื่อผู้เขียนอ่านเรื่อง การคณะสงฆ์ ประมวลพระนิพนธ์สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมวชิรญาณวโรรส ได้พบร่างพระราชบัญญัติจัดศาลพระพุทธอาณา  พระพุทธศักราช 2458 ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ยกร่างขึ้น แต่ไม่ทันมีผลบังคับ ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน จึงนำมาเสนอเผื่อเป็นแนวคิดให้สานต่อได้

ร่างศาลสงฆ์ในสมัย ร.6 มีดังนี้

พระราชบัญญัติจัดศาลพระพุทธอาณา พระพุทธศักราช 2458

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ เอกอัครมหาบุรุษ บรมนราธิราช พินิตประชานารถ มหาสมมตวงศ์ อติสัยพงศ์วิมลรัตน วรขัตติยราชนิกโรดม จาตุรันตบรมมหาจักรพรรดิราชสังกาส บรมธรรมิกมหาราชาธิราช บรมนารถบพิตร พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เอกอัครพุทธศาสนูปถัมภก มีพระบรมราชโองการมานพระสุรสิงหนาท ประกาศไว้ว่า ก่อนแต่งตั้งศาลสถิตยุติธรรมขึ้น ศาลธรรมการมีหน้าที่พิจารณาคดีอันเกิดขึ้นในระหว่างภิกษุด้วยกัน และในระหว่างฝ่ายหนึ่งเป็นภิกษุอีกฝ่ายหนึ่งเป็นฆราวาส เป็นศาลพิเศษ ดุจศาลทหารบกทหารเรือในบัดนี้ จำเดิมแต่ตั้งศาลสถิตยุติธรรมขึ้นแล้ว คดีเหล่านี้ได้พิจารณาที่ศาลสถิตยุติธรรมอย่างคดีพื้นเมือง เว้นไว้แต่คดีประถมปาราชิก ที่ยังพิจารณาในหน้าที่ศาลธรรมการ อีกฝ่ายหนึ่งอธิกรณ์ในระหว่างภิกษุด้วยกัน อันเกิดขึ้นทางพระพุทธอาณา ไม่เกี่ยวกับทางอาณาจักร เป็นหน้าที่ของเจ้าคณะสงฆ์จะพึงพิจารณามีอยู่ ทรงพระราชดำริเห็นสมควรจะพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์แก่คณะสงห์ ในทางชำระอธิกรณ์และขจัดเสี้ยนพระพุทธศาสนา โดยฐานเป็นพุทธศาสนูปถัมภก อนุโลมตามธรรมเนียมเดิม จึงโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ มีกระแสความดังต่อไปนี้

หมวดที่ 1 ขนานชื่อและกำหนดใช้พระราชบัญญัติ

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้ให้ชื่อว่า “พระราชบัญญัติจัดศาลพระพุทธอาณา พระพุทธศักราช 2458”

มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้ได้ตั้งแต่โฆษณาในหนังสือราชกิจจานุเบกษาแล้ว

มาตรา 3 ตั้งแต่ใช้พระราชบัญญัตินี้แล้ว ให้ยกเลิกกฎหมายและธรรมเนียมอันขัดขวางต่อพระราชบัญญัตินี้ มิให้ใช้ต่อไป

หมวดที่ 2 ชั้นแห่งศาล

มาตรา ศาลพระพุทธอาณามี 4 ชั้น คือ

1.ศาลฎีกา

2.ศาลคณะมลฑล

3.ศาลคณะเมือง

4.ศาลคณะแขวง

มาตรา ศาลเหล่านี้มีอำนาจพิจารณาและวินิจฉัยอธิกรณ์ตามอาณาเขตดังนี้

1.ศาลฎีกา ทั่วพระราชอาณาเขต

2.ศาลคณะมณฑล เพียงมณฑลหนึ่ง

3.ศาลคณะเมือง เพียงเมืองหนึ่ง

4.ศาลคณะแขวง เพียงแขวงอำเภอหนึ่ง

มาตรา-- ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าคณะจะพิจารณาและวินิจฉัยอธิกรณ์ด้วยตนเอง หรือจัดให้มีผู้ทำแทนในนามของตน อธิกรณ์ชั้นฎีกาเป็นพระธุระของสมเด็จพระมหาสมณะจะทรงเอง หรือโปรดให้ผู้อื่นพิจารณาและวินิจฉัย

มาตรา-- อธิกรณ์ที่ศาลล่างวินิจฉัยแล้ว ฝ่ายโจทย์ก็ดี ฝ่ายจำเลยก็ดี เห็นไม่เป็นธรรม ให้ร้องอุทธรณ์ขึ้นไปได้โดยลำดับ ให้ถึงที่สุดเพียงชั้นฎีกา

นี่เป็นแนวคิดพิจารณาจัดตั้งศาลสงฆ์ขึ้นมา เพื่อพระมหาเถระที่เป็นกรรมการมหาเถรสมาคมทำหน้าที่การปกครองอย่างเดียว ไม่ต้องยุ่งกับเรื่องลงนิคหกรรม หรือเรื่องอื่นๆ ในวงการคณะสงฆ์ ถ้ามีก็ให้องค์คณะผู้พิพากษาศาลสงฆ์วินิจฉัยชี้ขาด

พระเถระทั้งหลายก็มีเวลาปฏิบัติธรรมเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง ตามความมุ่งหมายแห่งการบรรพชาอุปสมบท และเป็นไปตามพระราชประสงค์ขององค์พระมหากษัตริย์ ที่ทรงเป็นพุทธมามกะ และเอกอัครศานูปถัมภก ดังที่รัชกาลที่ 5 มีพระราชดำรัสที่ให้ตราพระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. 121 ว่า

ทุกวันนี้การปกครองฝ่ายอาณาจักรก็ได้ทรงดำริแก้ไข และจัดตั้งการปกครองให้เรียบร้อยเจริญดีขึ้นกว่าแต่ก่อนหลายประการ และฝ่ายพุทธจักร การปกครองสงฆมณฑลย่อมเป็นการสำคัญทั้งในประโยชน์แห่งพระศาสนาและในประโยชน์ความเจริญแห่งราชอาณาจักรด้วย

ถ้าการปกครองสงฆมณฑลเป็นไปตามแบบแผนอันเรียบร้อย พระศาสนาก็จะรุ่งเรืองถาวรและจะชักนำประชาชนทั้งหลายให้เลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสโนวาท ประพฤติสัมมาปฏิบัติ และร่ำเรียนวิชาคุณในสงฆ์สำนักยิ่งขึ้นเป็นอันมาก

จึงขอฝากผู้ที่เกี่ยวข้องไว้ด้วย

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69