posttoday
กลุ่มเมฆปริศนาบนดาวอังคาร

กลุ่มเมฆปริศนาบนดาวอังคาร

22 กุมภาพันธ์ 2558

นักดาราศาสตร์สมัครเล่นรายงานการเห็นสิ่งที่มีลักษณะเหมือนกลุ่มเมฆนูนสูงขึ้นที่ขอบดาวอังคาร

โดย...วรเชษฐ์ บุญปลอด

นักดาราศาสตร์สมัครเล่นรายงานการเห็นสิ่งที่มีลักษณะเหมือนกลุ่มเมฆนูนสูงขึ้นที่ขอบดาวอังคาร ตัดกับพื้นหลังของอวกาศอันมืดมิด แสดงว่ามีบางสิ่งบางอย่างลอยขึ้นเหนือพื้นผิวในระดับสูงมาก สร้างความประหลาดใจให้กับนักดาราศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับบรรยากาศของดาวอังคาร ทุกวันนี้เรายังไม่ทราบว่าสิ่งที่เห็นนั้นเกิดจากอะไรกันแน่ ซึ่งนักดาราศาสตร์ก็พยายามเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อหาคำอธิบาย

กลุ่มเมฆดังกล่าวปรากฏให้เห็นหรือถ่ายภาพได้เมื่ออยู่บริเวณใกล้ขอบดาวอังคาร หรืออยู่บริเวณรอยต่อระหว่างด้านกลางวันกับด้านกลางคืนของดาวอังคาร การปรากฏของกลุ่มเมฆเมื่อเดือน มี.ค. และ เม.ย.  2555 พบว่าเมฆได้ลอยขึ้นเหนือผิวดาวอังคารในบริเวณเดียวกัน และมีความสูงถึง 250 กิโลเมตร ซึ่งปกติบรรยากาศที่ระดับนี้จะเบาบางมาก ไม่ควรมีเมฆหนาก่อตัวขึ้นได้

คณะนักดาราศาสตร์จากหลายชาติได้ร่วมกันศึกษา วิเคราะห์ และเผยแพร่รายงานเกี่ยวกับเมฆปริศนานี้ลงในวารสารเนเจอร์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จากงานวิจัยนี้ พวกเขาพบว่าสำหรับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2555 กลุ่มเมฆดังกล่าวใช้เวลาก่อตัวน้อยกว่า 10 ชั่วโมง ก่อนจะแผ่คลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง 500 กิโลเมตร ยาว 1,000 กิโลเมตร และปรากฏค้างอยู่นานราว 10 วัน โดยมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างไปด้วย กลุ่มเมฆนี้ไม่สามารถสังเกตได้จากยานอวกาศที่โคจรอยู่รอบดาวอังคาร เนื่องจากระยะที่ใกล้เกินไป รวมถึงมุมมองและสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย

กลุ่มเมฆปริศนาไม่ได้ปรากฏเพียงครั้งหรือสองครั้ง ภาพถ่ายในคลังภาพของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลและภาพถ่ายของนักดาราศาสตร์สมัครเล่นหลายคนได้บันทึกเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้ไว้ด้วย แต่พบว่าความสูงของกลุ่มเมฆที่พบในคราวอื่นๆ โดยปกติจะสูงไม่เกิน 100 กิโลเมตร อย่างไรก็ตามกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลเคยถ่ายภาพกลุ่มเมฆที่มีความสูงมากเป็นพิเศษมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2540

นักวิทยาศาสตร์พยายามรวบรวมข้อมูลเพื่อหาคำอธิบายที่สมเหตุสมผลสำหรับเมฆประหลาดนี้ โดยคาดไว้เป็นสองแนวทาง คำอธิบายแรกคาดว่าอาจเกิดจากแสงที่สะท้อนเมฆ น้ำแข็ง คาร์บอนไดออกไซด์แข็ง หรืออนุภาคฝุ่นเหนือผิวดาวอังคาร แต่จากความเข้าใจเรื่องการไหลเวียนของบรรยากาศบนดาวอังคาร นักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถอธิบายได้ว่าอะไรทำให้สิ่งเหล่านี้อยู่สูงเหนือพื้นดินได้มากถึงเพียงนั้น

กลุ่มเมฆปริศนาบนดาวอังคาร กลุ่มเมฆปริศนาที่ขอบดาวอังคารเมื่อ พ.ศ. 2555 (ภาพ - W. Jaeschke / D. Parker)

 

คำอธิบายอีกแบบหนึ่งคาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับกระบวนการเกิดแสงออโรรา ทำนองเดียวกับแสงเหนือ-แสงใต้ที่พบบนโลก ดาวอังคารไม่มีสนามแม่เหล็กทั่วทั้งดวงแบบโลก แต่มีสนามแม่เหล็กความเข้มสูงเป็นหย่อมๆ นักดาราศาสตร์พบว่ากลุ่มเมฆก่อตัวขึ้นเหนือบริเวณเทร์ราซิมเมอเรีย ตั้งอยู่ที่ละติจูด 45 องศาใต้ ซึ่งการสำรวจด้วยแมกนิโทมิเตอร์บนยานมาร์ส โกลบัล เซอร์เวเยอร์ เมื่อปี 2541 พบการกระจุกตัวของแร่เหล็ก เป็นไปได้ที่อนุภาคจากดวงอาทิตย์จะทำอันตรกิริยาก่อให้เกิดแสงออโรราเหนือบริเวณดังกล่าว แต่ปัญหาคือ หากนั่นเป็นแสงจากออโรรา แสดงว่าแสงออโรราบนดาวอังคารจะต้องสว่างกว่าบนโลกราว 1,000 เท่า และเกิดขึ้นในความสูงที่เกินความคาดหมายไปมาก คำอธิบายทั้งสองจึงมีข้อกังขา ทำให้ยังไม่สามารถสรุปถึงสาเหตุที่แท้จริงได้ปี 2559 องค์การอวกาศยุโรป หรืออีซ่า มีแผนร่วมกับรอสคอสมอสของรัสเซียในการปล่อยยานเอกโซมาร์สเทรซแก๊สออร์บิเตอร์ หรือทีจีโอ (ExoMars Trace Gas Orbiter : TGO) ออกเดินทางเพื่อไปโคจรรอบดาวอังคาร โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการศึกษาบรรยากาศด้านนอกของดาวอังคาร พวกเขาหวังว่ายานลำนี้อาจช่วยไขปริศนากลุ่มเมฆประหลาดนี้

ปรากฏการณ์ท้องฟ้า (22 ก.พ.-1 มี.ค.)

เวลาหัวค่ำมองเห็นดาวศุกร์เป็นดาวสว่างเด่นบนท้องฟ้าทิศตะวันตก โดยมีดาวอังคารอยู่ใกล้กัน คืนวันอาทิตย์ที่ 22 ก.พ. ดาวศุกร์และดาวอังคารเข้าใกล้กันที่ระยะ 0.4 องศา หรือใกล้กว่าขนาดปรากฏของดวงจันทร์เต็มดวงเล็กน้อย หลังจากนั้นดาวศุกร์กับดาวอังคารจะอยู่ห่างกันมากขึ้นทุกวัน สังเกตดาวเคราะห์ทั้งสองได้จนกระทั่งตกลับขอบฟ้าก่อน 2 ทุ่มครึ่ง ดาวพฤหัสบดีอยู่ในกลุ่มดาวปู เป็นดาวสว่างเด่นอยู่บนท้องฟ้าทิศตะวันออก เริ่มเห็นเมื่อท้องฟ้าเริ่มมืด และสังเกตได้ต่อเนื่องไปจนถึงเช้ามืดของวันใหม่ โดยดาวพฤหัสบดีจะอยู่สูงเหนือศีรษะในเวลา 5 ทุ่ม ก่อนคล้อยต่ำลงไปตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกในเวลาประมาณตี 5 ครึ่ง ดาวเสาร์อยู่ตรงส่วนหัวของกลุ่มดาวแมงป่อง ขึ้นเหนือขอบฟ้าให้เห็นได้ตั้งแต่ราวตี 1 จากนั้นเคลื่อนสูงขึ้นเรื่อยๆ อยู่สูงทางทิศใต้ในเวลาเช้ามืด ซึ่งเป็นเวลาที่มีโอกาสเห็นดาวพุธอยู่เหนือขอบฟ้าทิศตะวันออก สัปดาห์นี้ดาวพุธจะทำมุมห่างดวงอาทิตย์มากที่สุด หากฟ้าเปิดจะเป็นช่วงที่สังเกตดาวพุธได้ดี สัปดาห์นี้เป็นข้างขึ้น ดวงจันทร์อยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำ ช่วงแรกเป็นเสี้ยว สว่างครึ่งดวงในคืนวันที่ 25 ก.พ. ซึ่งจะเห็นดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวอัลเดบารันหรือดาวตาวัวในกลุ่มดาววัว และมีกระจุกดาวลูกไก่อยู่ไม่ไกลจากดวงจันทร์มากนัก

วันพฤหัสบดีที่ 26 ก.พ. สถานีอวกาศนานาชาติจะโคจรผ่านเหนือท้องฟ้าประเทศไทย เห็นเป็นดาวสว่างเคลื่อนที่บนท้องฟ้า กรุงเทพฯ และบริเวณใกล้เคียงเริ่มเห็นเหนือขอบฟ้าทิศตะวันตกเฉียงเหนือในเวลา 19.45 น. จากนั้นเคลื่อนสูงขึ้นไปทางซ้าย ถึงจุดสูงสุดทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ที่มุมเงย 56 องศา ในเวลา 19.48 น. แล้วหายเข้าไปในเงามืดของโลกในอีกไม่เกิน 1 นาที

วันศุกร์ที่ 27 ก.พ. สถานีอวกาศนานาชาติปรากฏอีกครั้ง เห็นเหนือขอบฟ้าทิศตะวันตกเฉียงเหนือในเวลา 18.51 น. จากนั้นเคลื่อนสูงขึ้นไปทางขวา ถึงจุดสูงสุดทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือที่มุมเงย 44 องศา ในเวลา 18.55 น. สถานีอวกาศผ่านใกล้ดาวพฤหัสบดี ก่อนเคลื่อนต่ำลงไปสิ้นสุดใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออกเฉียงใต้ในเวลา 18.58 น. (จากวงโคจรของสถานีอวกาศ ณ เวลาที่คำนวณนี้ คาดว่าบริเวณ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีโอกาสเห็นสถานีอวกาศผ่านกลางดาวพฤหัสบดีในเวลาประมาณ 18.56 น.)

ข่าวล่าสุด

CPAXT โชว์รายได้ Q1/69 แตะ 1.3 แสนล้าน ปลื้มยอดขายออนไลน์โตพุ่ง 27.6%

CPAXT โชว์รายได้ Q1/69 แตะ 1.3 แสนล้าน ปลื้มยอดขายออนไลน์โตพุ่ง 27.6%