เกษตรกรปลูกเผือกหอมสร้างรายได้หน้าแล้ง
บุรีรัมย์-เกษตรกรปลูกเผือกหอมพืชอายุสั้นแบบน้ำหยดขายช่วงหน้าแล้งรายได้ดีไร่ละกว่า40,000 บาท
บุรีรัมย์-เกษตรกรปลูกเผือกหอมพืชอายุสั้นแบบน้ำหยดขายช่วงหน้าแล้งรายได้ดีไร่ละกว่า40,000 บาท
เมื่อวันที่21ก.พ.58 เกษตรกรบ้านวังปลัดและบ้านเบาน้อย ต.บ้านแพ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ กว่า 10 ครัวเรือน ที่ว่างเว้นจากงานหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยวได้รวมกลุ่มกันเช่าที่ดินของเกษตรกรบ้านวังปลัด ที่มีพื้นที่ติดกับลำน้ำมูลคนละ 1 ไร่ ค่าเช่าไร่ละ 200 บาท เพื่อปลูกเผือกหอมระบบน้ำหยด เป็นการประหยัดลดปัญหาการขาดแคลนน้ำช่วงฤดูแล้ง พร้อมกันนี้เกษตรกรยังได้บำรุงดินด้วยปุ๋ยชีวภาพ และปุ๋ยคอกโดยไม่ใช้ปุ๋ยและสารเคมี แทนการเคลื่อนย้ายไปขายแรงงานยังต่างจังหวัดอย่างเช่นทุกปีที่ผ่านมา โดยเริ่มแรกเกษตรกรกลุ่มดังกล่าว ได้ชื้อเมล็ดพันธุ์เผือกหอมมาจากจังหวัดสระบุรี พร้อมได้เรียนรู้รับคำแนะนำวิธีการเพาะปลูกจากเจ้าของเมล็ดพันธุ์มาในเบื้องต้น
จากนั้น จึงได้ลองผิดลองถูกปลูกเผือกหอมเองเป็นครั้งแรก ทั้งที่ไม่เคยมีความรู้และประสบการณ์ ด้านการเพาะปลูกเผือกมาก่อนเลย โดยเกษตรกรจะลงทุนซื้อเมล็ดพันธุ์ จ่ายค่าไถพรวนปรับพื้นที่ และซื้อปัจจัยการผลิตอื่นๆ รวมแล้วอยู่ที่ประมาณไร่ละกว่า 10,000 บาท ใช้ระยะเวลาการเพาะปลูกประมาณ 5 – 6 เดือน ก็สมารถเก็บผลผลิตออกมาวางจำหน่ายได้ โดยเกษตรกรทั้ง 10 ครัวเรือน ได้เก็บผลผลิตของตนเองออกมาวางจำหน่ายบริเวณริมถนนสายบุรีรัมย์ – พุทไธสง ระหว่างหมู่บ้านวังปลัด หรือที่หน้าแปลงเพาะปลูก ให้กับผู้ที่ขับขี่รถสัญจรผ่านไปมานำไปรับประทานมีรายได้วันละ 1 – 2,000 บาท หรือเกษตรกรจะสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ต่อฤดูกาลประมาณไร่ละกว่า 50,000 –60,000 บาท หักต้นทุนที่ใช้ในการเพาะปลูกแล้ว จะเหลือกำไรอยู่ไร่ละกว่า 40,000 บาท ถึงแม้จะเป็นรายได้ที่ไม่มากนักระยะเวลาสั้น ๆ แต่เกษตรกรก็พอใจ เพราะถือว่าเป็นการเพาะปลูกเผือกหอมเป็นอาชีเสริมครั้งแรก และปีหน้าจะขยายพื้นที่ปลูกจะทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
ด้านนายนิกร พาดไธสง เกษตรกรผู้ปลูกเผือกหอมเป็นอาชีพเสริมรายหนึ่งบอกว่า การลองผิดลองถูกกับการปลูกเผือกหอมจำหน่ายเป็นอาชีพเสริมครั้งแรกในปีนี้ ถือว่าประสบผลสำเร็จในระดับหนึ่ง ที่สามารถลดปัญหาการว่างงาน และการเคลื่อนย้ายไปขายแรงงานยังต่างจังหวัดได้ และปีต่อไปกลุ่มเกษตรก็จะขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มอีก เพื่อให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น
พร้อมยอมรับว่าปีนี้ผลผลิตยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ ทำให้รายได้ต่อไร่น้อยกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ หากเผือกหอมที่ปลูกสมบูรณ์เต็มที่ จะสามารถจำหน่ายและทำรายได้ให้เกษตรกรมากถึงไร่ละกว่า 100,000 บาท.


