posttoday
ไร้ทางออก... สัมปทานพลังงาน

ไร้ทางออก... สัมปทานพลังงาน

21 กุมภาพันธ์ 2558

เวทีรับฟังความคิดเห็นการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เวทีรับฟังความคิดเห็นการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จัดขึ้นเพื่อหาทางออกด้านพลังงานเป็นไปอย่างคึกคัก แต่กลับไร้ผลสรุป โดยจะมีการตั้งคณะทำงานร่วมกันเพื่อให้พิจารณาเสร็จก่อนวันที่ 16 มี.ค.นี้ และเสนอต่อผู้บริหารระดับสูงต่อไป

ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง เสนอว่า รัฐบาลมีเหตุผลอะไรที่จะไม่แก้กฎหมายก่อนที่การเปิดสำรวจรอบที่ 21 การที่กระทรวงพลังงานออกประกาศเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า รัฐบาลมีนโยบายนำระบบแบ่งปันผลผลิตหรือระบบบริหารจัดการอื่นมาใช้ ก็เป็นการยอมรับที่ชัดเจนว่าทางราชการเห็นว่าวิธีการทางเลือกอื่นจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ

แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าการดำเนินการเป็นในรูปแบบสัมปทาน โดยรัฐบาลอาจจะใช้สิทธิแจ้งผู้ที่ได้รับสัมปทานมาเจรจาตกลงยินยอมหลักเกณฑ์ภายหลังได้ ซึ่งการที่จะนำระบบแบ่งปันผลผลิตมาใช้ในการคัดเลือกผู้ชนะนั้น ในแง่ของธรรมาภิบาลจะเกิดขึ้นอัตโนมัติโดยมีการประมูลแข่งขัน ซึ่งฝ่ายที่แบ่งสัดส่วนให้กับรัฐสูงสุดจะได้อัตโนมัติ แต่การประมูลแข่งขันต้องทำก่อนที่จะได้ผู้ชนะ

ปัญหาแรกคือ การพิจารณาในชั้นสัมปทาน เพราะไม่ได้มีการพูดคุยกันว่า ถ้าเปลี่ยนไปเป็นระบบแบ่งปันผลผลิตแล้วจะแบ่งรัฐกี่เปอร์เซ็นต์

นอกจากนี้ คนที่จะต้องมารับผิดชอบเจรจากับผู้รับสัมปทานไม่ใช่รัฐมนตรีปัจจุบัน แต่จะเป็นรัฐบาลในอนาคตที่จะมาจากการเลือกตั้ง ปัญหาจะอยู่ที่ว่าเวลารัฐบาลในอนาคตจะเจรจาแทนที่จะเป็นการเจรจาและมีการแข่งขันปกติ แต่รัฐบาลจะต้องมาเจรจากับผู้ถือสัมปทานแทน อย่างนี้เขาเรียกว่าปิดประตูตีแมว

รสนา โตสิตระกูล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เสนอว่า ก่อนที่จะมีการเปิดสัมปทานพลังงานรอบที่ 21 ต้องมีการแก้ไขกฎหมายปิโตรเลียม ทั้งในส่วนของ พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 และ พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ใน 3 ประเด็นสำคัญ

1.แก้ไขกฎหมายภาษีปิโตรเลียม เกี่ยวกับการนำค่าใช้จ่ายมาหักลบภาษีได้

2.แก้ไขบทบัญญัติที่เกี่ยวกับการใช้กระบวนการอนุญาโตตุลาการยุติข้อพิพาทระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะประเด็นการเพิกถอนสัมปทาน เพราะไม่มีประเทศใดในโลกใช้ระบบอนุญาโตตุลาการที่ถือเป็นการให้สิทธิและอธิปไตยทางกระบวนการยุติธรรมนอกประเทศมาพิพากษาเกี่ยวกับสิทธิด้านทรัพยากรหรือกิจการสาธารณะนอกราชอาณาจักร

3.ควรบรรจุสิทธิด้านปิโตรเลียมและเชื้อเพลิงพลังงานไว้ในรัฐธรรมนูญเพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชน

รสนา ตั้งข้อสังเกตว่า การเร่งรีบให้สัมปทานครั้งนี้ทั้งที่ฝ่ายรัฐยอมรับว่ามีข้อบกพร่องอยู่ ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนของข้าราชการกระทรวงพลังงานที่ทำหน้าที่กำกับดูแลนโยบาย แต่กลับไปนั่งเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน คือ กรณีการกำหนดราคาก๊าซแอลพีจีที่เกิดความเหลื่อมล้ำ เพราะธุรกิจปิโตรเคมีใช้ราคาก๊าซหน้าโรงงานและเป็นราคาในประเทศ ขณะที่ภาคประชาชนซื้อก๊าซในราคาตลาดโลก ที่สำคัญต้องแบกรับภาระราคาที่สูง ดังนั้นหากภาครัฐมีความจริงใจในการลอยตัวราคาก๊าซอย่างแท้จริงต้องให้ภาคธุรกิจและภาคประชาชนใช้ราคาก๊าซที่เท่าเทียมกัน

ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า ควรแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.ปิโตรเลียม เพื่อให้เลือกได้ว่าควรใช้ระบบสัมปทานหรือระบบพีเอสซี เพื่อเปิดโอกาสให้กับประเทศ อีกทั้งหากรายเดิมที่ได้รับสัมปทานในรอบที่ 21 หากชนะการประมูลจะนำค่าใช้จ่ายจากการสำรวจที่ไม่พบปิโตรเลียมไปหักลดหย่อนภาษี

ขณะที่รายใหม่ไม่สามารถนำรายจ่ายมาหักลดหย่อนภาษีได้ จึงเกิดความเหลื่อมล้ำและไม่เป็นธรรมกับนักลงทุนรายใหม่ที่จะเข้ามาประมูล และหากไม่ต้องการแก้ไขกฎหมายต้องบอกให้ชัดเจนว่ารัฐบาลร่วมรับความเสี่ยงจากการสำรวจแหล่งปิโตรเลียม

ฝ่ายรัฐบาลนำโดย คุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า วันนี้ได้พยายามชี้แจงในประเด็นกฎหมายที่มีข้อบกพร่องไปแล้ว แต่ภาครัฐก็ยังไม่เห็นรูปแบบการเปิดสัมปทานระบบพีเอสซี ที่เครือข่ายภาคประชาชนต้องการ และรู้สึกเสียใจกับการกล่าวถึงของรสนา ในประเด็นที่ระบุว่าข้าราชการที่เข้าไปเป็นกรรมการเพื่อรักษาผลประโยชน์ให้กับเอกชน ถ้าไม่ให้ข้าราชการเข้าไปเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจแล้ว ควรจะให้ผู้รับเหมาหรือหัวคะแนนเข้าไปเป็นกรรมการอย่างนั้นเหรอ

สำหรับประเด็นข้อกฎหมายภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ตามหลักประมวลรัษฎากรต้องดูให้หมด เป็นอำนาจของเจ้าหน้าที่จะจัดเก็บได้อยู่แล้ว มีความชัดเจนว่าการเก็บภาษีจากกำไรจะต้องดูผลรวมของทั้งหมดก่อนจะมาคำนวณเป็นค่าใช้จ่าย รายได้ ค่าภาคหลวงที่จะแปรตามจริง และการเปิดสัมปทานจะเป็นระบบแบบไหนก็ได้ ขึ้นอยู่กับการออกแบบในสาระสำคัญของสัญญา

ส่วน มนูญ ศิริวรรณ สปช. กล่าวว่าการเสนอให้แก้ไขกฎหมายก่อนแล้วค่อยเปิดสำรวจปิโตรเลียมเห็นด้วยหากทำได้จริง แต่ใครจะรับรองได้ว่าจะใช้ระยะเวลาเท่าใด ไม่ได้คัดค้านระบบแบ่งปันผลผลิต แต่ทุกระบบมีทั้งข้อดีข้อเสีย การเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 มีความล่าช้ามาพอสมควร เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องรีบดำเนินการ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การค้นหาทรัพยากรธรรมชาติขึ้นมาใช้ประโยชน์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของการบริหารความเสี่ยงด้านพลังงานของประเทศ

ถ้าไม่มีการสำรวจจะไม่ทราบความเสี่ยง ถ้าสำรวจแล้วพบหรือไม่พบก๊าซธรรมชาติก็จะได้รีบวางแผนพลังงานของประเทศบริหารความเสี่ยงได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท