
ปฏิรูปมหาเถรฯ
เป็นที่จับตามองของพุทธศาสนิกชนทั้งประเทศ ในเรื่องของการปฏิรูปวงการศาสนา
เป็นที่จับตามองของพุทธศาสนิกชนทั้งประเทศ ในเรื่องของการปฏิรูปวงการศาสนา ที่คณะกรรมาธิการศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้หยิบยกกรณีพระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งลงไว้เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2542 ระบุว่า พระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย อาบัติปาราชิกขาดจากความเป็นภิกษุ
ทั้งนี้ ในพระลิขิตระบุด้วยว่า ผู้ที่ต้องอาบัติปาราชิกต้องพ้นจากความเป็นสมณะโดยอัตโนมัติ และถูกจัดการอย่างเด็ดขาด รวมถึงต้องมอบสมบัติทั้งหมดที่เกิดขึ้นในขณะเป็นพระให้แก่วัดทันที ซึ่งกรณีการดำเนินการรับโอนที่ดินเป็นของวัดพระธรรมกาย ทางมหาเถรสมาคมได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่กรณีการปาราชิก ซึ่งยังไม่ได้มีการดำเนินการ
การยกตัวอย่างขึ้นมาหารือเป็นประเด็นที่จุดติด เพราะปัจจุบันคนไทยจำนวนมากเริ่มเสื่อมศรัทธาในแวดวงสงฆ์ ที่ไม่มีการจัดระเบียบใดๆ ปล่อยให้คนห่มผ้าเหลืองหากินและปู้ยี่ปู้ยำทำให้พระพุทธศาสนาเสื่อมเสีย มีทั้งเสพเมถุนกับเด็กชาย เด็กหญิง สตรี ปฏิบัติตนไม่สำรวม เสพยาเสพติดและของมึนเมา ทรงเจ้าเข้าผี อวดอุตริ ซึ่งล้วนแต่ผิดไปจาก
พระธรรมวินัยทั้งสิ้น
กลุ่มดังกล่าวได้กระทำความผิดพระธรรมวินัยที่ชัดเจน การขจัดออกจากแวดวงสงฆ์ไม่ยาก เพียงแต่คนกลุ่มนี้จะกลับมาบวชใหม่เป็นกาฝากในพระพุทธศาสนาต่อไป
แต่กลุ่มที่สร้างปัญหาให้มากกว่าคือกลุ่มที่บิดเบือนคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ว่าผู้ที่กระทำการนั้นสร้างแนวคิดแปลกใหม่ในพุทธศาสนา สร้างสรรค์ในทางบวกหรือลบ ทางองค์กรสงฆ์อย่างมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กลับเพิกเฉยไม่ออกมามีบทบาทในการตรวจสอบว่าแนวคิดดังกล่าวได้สร้างปัญหาให้สังคม ทั้งการเผยแพร่พฤติกรรมและความคิดที่ไม่สอดคล้องกับแนวทางดั้งเดิมและสร้างความแตกแยกในหมู่สงฆ์หรือไม่
ความเสื่อมในแวดวงสงฆ์จำเป็นที่จะต้องถูกปฏิรูปเช่นเดียวกัน แต่การชำระ พ.ร.บ.สงฆ์ คงไม่ช่วยอะไร หากผู้ถือกฎที่จะต้องดูแลและลงโทษผู้กระทำผิดอย่างมหาเถรสมาคม องค์คณะการปกครองสังฆมณฑล ซึ่งเป็นองค์กรที่สำคัญต่อการปกป้องพระพุทธศาสนา ไม่ทำหน้าที่ของตนเองอย่างเข้มแข็ง จนถูกตั้งข้อสงสัยมีผลประโยชน์ไม่โปร่งใส
ดังนั้น การเรียกร้องให้มีการปฏิรูปมหาเถรสมาคมจึงดังกระหึ่มขึ้นในหมู่พุทธศาสนิกชนที่รับไม่ได้กับการบิดเบือนตีความพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชเป็นเพียงคำปรารภ ไม่ใช่คำสั่ง ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตาม นี่ถือเป็นตัวอย่างแรกที่ควรปฏิรูปในวงการศาสนา
เรื่องการชำระล้างวงการสงฆ์เป็นเรื่องใหญ่ และมีผลกระทบในวงกว้าง แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็นและรัฐบาลควรรีบดำเนินการก่อนที่ศาสนาพุทธจะเสื่อมมากกว่านี้







