posttoday
"อารีพงษ์"ยันต้องเดินหน้าหาพลังงานสำรอง

"อารีพงษ์"ยันต้องเดินหน้าหาพลังงานสำรอง

20 กุมภาพันธ์ 2558

"อารีพงษ์"ชี้ข้อกังวลภาคประชาชนไม่เกี่ยวพ.ร.บ.ปิโตเลียม เดินหน้าสำรวจหาพลังงานสำรองสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน

"อารีพงษ์"ชี้ข้อกังวลภาคประชาชนไม่เกี่ยวพ.ร.บ.ปิโตเลียม เดินหน้าสำรวจหาพลังงานสำรองสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอารีพงษ์ ภู่ชะอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวภายหลังรับฟังความคิดเห็นจากเวทีเสวนา "เดินหน้าประเทศไทยเพื่อความมั่นคงทางพลังงานที่ยั่งยืน" ว่า เรื่องของพลังงานสำรองที่ประเทศไทยมี เป็นประเด็นที่สำคัญในการตัดสินใจในการเดินหน้าเปิดสัมปทาน โดยข้อมูลของกระทรวงพลังงาน ที่ระบุว่าแหล่งพลังงานยังเหลืออีก 7-8 ปี เป็นแหล่งพลังงานที่ได้ข้อมูลจากกฎหมายสัมปทานที่ออกอยู่ทุกวันว่าบริษัทผู้รับสัมปทานทั้ง 50 บริษัทต้องมีการรายงานข้อมูลที่สำรวจว่ามีสำรองอยู่เท่าไร เพราะฉะนั้นกระทรวงพลังงานจึงใช้เป็นฐานในการพิจารณา ซึ่งเป็นข้อมูลที่ดีที่สุด

ทั้งนี้จากการฟังฝ่ายภาคประชาชน ยังมีข้อกังวลเรื่องของข้อมูลที่ยังไม่ตรงกัน แต่หลายข้อมูลที่แก้ไขได้นั้น หลายเรื่องไม่เกี่ยวกับพ.ร.บ.ปิโตรเลียม เช่น เรื่องของภาษี เชื่อว่าสรรพากรดูแลผลประโยชน์ของภาครัฐ และเรื่องที่ภาคประชาชนมีความเป็นห่วงอยู่แล้ว ซึ่งเรื่องดังกล่าวสามารถแก้ที่ประมวลรัษฎากรได้ ขณะที่ภาคประชาชน แสดงความเป็นห่วงว่า พ.ร.บ.ปิโตรเลียม มีการคัดสรรมีความโปร่งใสหรือไม่ มีอำนาจในการควบคุมหรือไม่ นั้น เมื่อดูในกฎหมายพ.ร.บ.ปิโตรเลียม มาตรา 26 ระบุว่าปิโตรเลียมเป็นของรัฐ เพราะฉะนั้นรัฐจะต้องมีเงื่อนไข ควบคุมในการดำเนินการปิโตรเลียมที่เป็นของรัฐ ซึ่งในพ.ร.บ. ระบุว่าเมื่อมีการค้นพบแล้วต้องตกลงราคา ผลประโยชน์กับทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รวมถึงเมื่อยามฉุกเฉินรัฐมนตรีสามารถที่จะให้หยุดการขนส่งปิโตรเลียมออกนอกประเทศได้ เพราะฉะนั้นประเด็นที่ภาคประชาชนมีความเป็นห่วงนั้น กฎหมายได้กำหนดเงื่อนไขร้ฐสามารถควบคุมการผลิต ทุกอย่างเพื่อดูแลผลประโยชน์ของประเทศชาติ รวมถึงความมั่นคงของประเทศได้

อย่างไรก็ตาม จากการรับฟังครั้งนี้ คิดว่าภาครัฐได้ชี้แจง และคิดว่าจะมีการพุดคุยกัน ว่าในเชิงนโยบาย จากข้อสังเกตจากภาคประชาชนได้ดำเนินการมามีประเด็นใดที่จะสามารถแก้กฎระเบียบของทางกระทรวงพลังงานให้มีความรัดกุมขึ้นได้ หรือแก้กฎระเบียบในเรื่องของกระทรวงการคลังในเรื่องของภาษีให้มีความรัดกุมได้ แต่ในเรื่องของพลังงานที่กำลังขาดแคลนขึ้นทุกวันนี้นั้น กระทรวงพลังงานได้ติดตามปัญหาในทุกพื้นที่ตลอด เพราะฉะนั้นในเรื่องของพลังงานวิกฤตเราต้องมีการสำรวจเดินหน้าผลิตเพิ่มเติมให้ได้ จะมัวรอไม่ได้ เพราะมีการขาดแคลนพลังงานเข้ามาในการพิจารณาของกระทรวงพลังงานตลอด ซึ่งเป็นความอ่อนไหวของพลังงานประเทศ โดยในวันนี้เกี่ยวข้องกับการลงทุนของนักลงทุนจากต่างประเทศ ที่ต้องสร้างความเชื่อมั่นว่าพลังงานของประเทศยังมีอย่างมั่นคง

ส่วนจำเป็นต้องออกกฎหมายลูก หรือจะใช้กฎหมายเดิมนั้น นายอารีพงษ์ กล่าวว่า กฎหมายปิโตรเลียมได้วางกำหนดไว้ว่าภาครัฐสามารถบริหารจัดการได้ ให้สิทธิภาคเอกชนสำรวจปิโตรเลียม และผลิตภายใต้เงื่อนไขที่ภาครัฐกำหนด ซึ่งถ้าเราต้องใช้เอกชนต้องขายให้ ถ้าคิดว่าสำรวจแล้วมีแหล่งผลิตสำรองมาก เราก็จะเจรจาผลประโยชน์ก็ต้องให้มากขึ้น และในยามฉุกเฉินรัฐมนตรีมีอำนาจชัดเจนในการหยุดการส่งออกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมได้ตามข้อกฎหมาย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ