
ค่าเงินโลกบิดเบี้ยว
โดย...ธนพล ไชยภาษี [email protected]
โดย...ธนพล ไชยภาษี [email protected]
ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นสูตรสำเร็จไปแล้วสำหรับนโยบายทางการเงินของหลายประเทศทั่วโลก ที่เอะอะๆ ก็งัดมาตรการผ่อนคลายทางการเงินออกมาใช้ไม่ว่าจะผ่านการอัดฉีดเข้าสู่ระบบ หรือการลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งมาตรการเหล่านี้ล้วนแต่มีนัยแอบแฝงคือการจงใจที่จะทำให้ค่าเงินอ่อนตัวลงเพื่อชิงความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดโลก
สูตรสำเร็จนี้เห็นได้ชัดเจนกับญี่ปุ่น ที่แม้ว่ามาตรการผ่อนคลายทางการเงินที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) นำมาใช้นั้นจะอ้างว่ามีขึ้นเพื่อการแก้ปัญหาเงินฝืดภายในประเทศ แต่วัตถุประสงค์หลักก็คือการกดให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงนั่นเอง เพื่อช่วยเหลือภาคเอกชนให้มีศักยภาพการแข่งขันที่สูงขึ้น
ขณะที่กลุ่มยูโรโซนนั้นก็ประกาศใช้มาตรการคิวอีไปแล้ว และแม้ว่าจะยังไม่มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ (จะมีผลในเดือน มี.ค.นี้) แต่แค่การประกาศก็ทำให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงไปอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับวิกฤตหนี้กรีซก็ยิ่งทำให้เกิดภาวะสั่นคลอนมากขึ้นกับค่าเงินยูโรเช่นกัน
ส่วนที่จีน เริ่มมีการกดดันมากขึ้นให้ธนาคารกลางจีนเองทำอะไรบางอย่างกับค่าเงินให้อ่อนลงเช่นกัน หลังจากที่ค่าเงินหยวนเริ่มได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของค่าเงินรายรอบ
และที่น่ากลัวที่สุดก็คือ การเปิดเผยรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อวานนี้ ที่มีการพูดถึงค่าเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่าขึ้นจนทำให้เจ้าหน้าที่ผู้กำหนดนโยบายของเฟดเริ่มวิตกกังวลต่อการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนั้น ถือว่าเป็นการส่งสัญญาณเป็นนัยว่าเฟดอาจจะกระโดดเข้าร่วมสงครามลดค่าเงินเช่นกันครับ
ที่ผ่านมา ค่าเงินเหรียญสหรัฐของสหรัฐได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วงจากการแทรกแซงค่าเงินในหลายๆ ประเทศ บวกกับสหรัฐเป็นเขตเศรษฐกิจหลักแห่งเดียวของโลกที่มีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีที่สุด จึงส่งผลให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
และนั่นก็กลายเป็๋นปัญหาสำหรับเศรษฐกิจสหรัฐไปแล้ว ค่าเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งตัว ย่อมหมายถึงต้นทุนการผลิตในสหรัฐที่สูงขึ้น ขณะที่ผลกำไรจากการค้าขายในต่างประเทศจะกลับน้อยลงเมื่อแลกเปลี่ยนกลับมาเป็นเงินเหรียญสหรัฐ
ค่าเงินทั่วโลกบิดเบี้ยวนั้น เพราะว่าหลายประเทศทั่วโลกกำลังแห่เข้าแทรกแซงค่าเงินของตัวเองผ่านมาตรการทางการเงิน และกำลังจะกลายเป็นพฤติกรรมปกติไปแล้วในยุคสมัยนี้ ซึ่งภาวะเช่นนี้จะส่งผลกระทบต่อค่าเงินอื่นๆ อย่างรุนแรงตามไปด้วย โดยเฉพาะค่าเงินของประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่มีแรงต้านทานอย่างเพียงพอครับ







