
ปฏิรูปการบิน
ข้อบกพร่องในการกำกับดูแลมาตรฐานการบินของกรมการบินพลเรือน (บพ.) กระทรวงคมนาคม ที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ได้ตรวจสอบแล้วพบว่า การกำกับดูแลความปลอดภัยสากลในเรื่องมาตรฐานกำกับดูแล และมาตรฐานความปลอดภัย การออกใบรับรองผู้ดำเนินทางเดินอากาศ และเรื่องการขนส่งสินค้าอันตรายที่มีความเสี่ยงเกิดผลกระทบ อาทิ แบตเตอรี่ เครื่องยนต์ หรือวัตถุไวไฟมีปัญหา ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลไทยจะต้องเร่งแก้ไข
ข้อบกพร่องในการกำกับดูแลมาตรฐานการบินของกรมการบินพลเรือน (บพ.) กระทรวงคมนาคม ที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ได้ตรวจสอบแล้วพบว่า การกำกับดูแลความปลอดภัยสากลในเรื่องมาตรฐานกำกับดูแล และมาตรฐานความปลอดภัย การออกใบรับรองผู้ดำเนินทางเดินอากาศ และเรื่องการขนส่งสินค้าอันตรายที่มีความเสี่ยงเกิดผลกระทบ อาทิ แบตเตอรี่ เครื่องยนต์ หรือวัตถุไวไฟมีปัญหา ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลไทยจะต้องเร่งแก้ไข
เนื่องจากผลกระทบจากความไร้มาตรฐานในการกำกับดูแลของ บพ. ที่เกี่ยวกับระบบการบินนั้น ในระยะต้นกระทบต่อการปฏิบัติงานของสายการบินที่ได้รับอนุญาต 41 สายการบิน แต่ระยะต่อไปจะกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม เพราะอาจสูญเสียโอกาสทางการบินและจำนวนนักท่องเที่ยว
การกระโดดเข้ามาเป็นโต้โผของ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม ในการสั่งการให้เร่งแก้ไขในประเด็นสำคัญเร่งด่วน และเสนอแผนปฏิบัติการในการแก้ไขภายใน 15 วัน จึงเป็นเรื่องที่ถูกต้องสำหรับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจำเป็นจะต้องให้ความสำคัญกับการปรับปรุงประสิทธิภาพในการกำกับ การตรวจสอบระบบการบินในประเทศอย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับการบินของประเทศไทยให้ได้มาตรฐานสากล
รัฐบาลต้องตระหนักว่า ประเทศไทยได้กำหนดยุทธศาสตร์ไว้ชัดเจนว่าจะทำให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค จึงได้ทุ่มเทสรรพกำลังในการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิอย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าพิจารณาผลการตรวจสอบมาตรฐานการบินโดยรวมของไทยของ ICAO ซึ่งระบุว่าไทยอยู่อันดับสุดท้ายของกลุ่มอาเซียน มีมาตรฐานแค่ 35.6% น้อยกว่ากัมพูชาที่ได้ 40.18% อินโดนีเซีย 45.09% เวียดนาม 55.78% บรูไน 64.84% พม่า 64.9% ลาว 65.31% มาเลเซีย 81.18% สิงคโปร์ 98.86% การจะผลักดันให้ไทยเป็นฮับ
การบินในภูมิภาคอาจเป็นเพียงความฝันเท่านั้น
ถึงเวลาที่รัฐบาลจะต้องให้ความสนใจในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง การตั้งธงเพียงแค่ว่าจะปรับปรุงโครงสร้างองค์กรของ บพ.ให้ชัดเจน แยกหน่วยงานที่กำกับตามกฎหมาย และหน่วยงานที่ทำหน้าที่ปฏิบัติการออกจากกันยังไม่พอ จะต้องกำหนดยุทธศาสตร์การทำงานให้มีมาตรฐานสากลให้ได้
นอกจากนี้ ควรพิจารณาหาทางจัดตั้งสถาบันที่มีมาตรฐานในการยกระดับพัฒนาวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับระบบการบินที่แยกออกมาจากการทำงานของ บพ. โดยให้หน่วยงานที่ตั้งขึ้นมาทำหน้าที่อบรม พัฒนา หรือตรวจสอบมาตรฐานวิชาชีพการบิน การเดินอากาศยาน การดูแลด้านความปลอดภัยด้านการบิน และการจัดการด้านคาร์โก เพื่อคัดกรองคุณภาพในระบบการบินให้ได้มาตรฐานสากล ก่อนเสนอให้ บพ.พิจารณาออกใบอนุญาตด้านการบิน
โอกาสทองในการปฏิรูประบบการบินของไทยเปิดขึ้นมาแล้ว อยู่ที่รัฐบาลจะกล้าตัดสินใจผ่าตัดระบบการบินของประเทศหรือไม่เท่านั้น







