posttoday
อาร์พีซีจีซื้อเพิ่มหุ้นใหญ่สัมมากร

อาร์พีซีจีซื้อเพิ่มหุ้นใหญ่สัมมากร

20 กุมภาพันธ์ 2558

อาร์พีซีจี เข้าซื้อหุ้น “สัมมากร” เพิ่มจาก 25.25% เป็น 48.25% มั่นใจธุรกิจอสังหาฯ น่าลงทุน หลังธุรกิจน้ำมันผันผวน

อาร์พีซีจี เข้าซื้อหุ้น “สัมมากร” เพิ่มจาก 25.25% เป็น 48.25% มั่นใจธุรกิจอสังหาฯ น่าลงทุน หลังธุรกิจน้ำมันผันผวน

นายกิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท สัมมากร เปิดเผยว่า ได้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นบริษัท โดยผู้ถือหุ้นลำดับที่ 2 บริษัท อาร์พีซีจี ซึ่งปัจจุบันถือหุ้นสัดส่วน 25.25% จะซื้อหุ้นสัมมากรเพิ่มกว่า 135 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 23% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมด จากผู้ถือหุ้นลำดับที่ 1 และลำดับที่ 3 ภายในเดือน มี.ค. 2558 ส่งผลให้บริษัท อาร์พีซีจี มีสัดส่วนถือหุ้นเพิ่มเป็น 48.25% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมด

“บริษัท อาร์พีซีจี หรือชื่อเดิมบริษัท ระยองเพียวริฟายเออร์ ได้เข้ามาถือหุ้นในบริษัท สัมมากรมานาน 8 ปีแล้ว เนื่องจากต้องการพัฒนาโครงการเพียวเพลส ในรูปแบบศูนย์การค้าชุมชน ปัจจุบันเปิดให้บริการ 3 สาขา ได้แก่ บริเวณรามคำแหง 110 รังสิต และราชพฤกษ์ สร้างรายได้รวมปีที่ผ่านมา 130 ล้านบาท ซึ่งในปลายปีนี้จะมีการลงทุนอีก 350 ล้านบาท เพื่อเปิดสาขาใหม่ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมกับมองหาโอกาสการลงทุนในอสังหาฯ มากขึ้น หลังจากธุรกิจน้ำมันในช่วงที่ผ่านมาซบเซา” นายกิตติพล กล่าว

สำหรับแผนสัมมากร 5 ปี (นับจากกลางปี 2557) บริษัทตั้งเป้ารายได้กว่า 4,000 ล้านบาท จากโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ 60% อีก 40% เป็นโครงการคอนโดมิเนียม โดยปี 2558 ตั้งเป้ารับรู้รายได้ 1,800-2,000 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมารับรู้รายได้ 900 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1,300 ล้านบาท เนื่องจากเผชิญกับปัญหาวิกฤตการเมืองในประเทศ

“ปีที่ผ่านมาตัวเลขการปฏิเสธสินเชื่อของสถาบันการเงินของลูกค้าบริษัทมีสูงถึง 25% แต่คาดว่าปีนี้จะลดลงหลังจากการเมืองเริ่มนิ่ง และมีการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการสาธารณูปโภคของรัฐบาล โดยกลุ่มลูกค้าที่เป็นปัญหา คือ กลุ่มที่ซื้อบ้านระดับราคา 4 ล้านบาท/ยูนิต ขณะที่กลุ่มลูกค้าบ้านแพง ราคา 7 ล้านบาท/ยูนิต แทบจะไม่มีปัญหา และมั่นใจว่าตลาดบ้านแนวราบในปีนี้จะฟื้นตัวได้ดี” นายกิตติพล กล่าว

ปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอรับรู้รายได้หรือแบ็กล็อก 850 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 250 ล้านบาท เป็นคอนโดมิเนียมกว่า 600 ล้านบาท จากโครงการคอนโดเอส 9 ที่ก่อสร้างจะเสร็จ คาดรับรู้ทั้งหมดในสิ้นปีนี้ โดยปีนี้บริษัทมีแผนจะเปิดใหม่ 2 โครงการ คือบ้านเดี่ยว 1 โครงการที่ถนนชัยพฤกษ์ ยูนิตละ 7-10 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท คาดเปิดไตรมาส 3 ปีนี้ และโครงการ
ทาวน์เฮาส์ บริเวณกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก 1 โครงการ ยูนิตละ 3 ล้านบาทบวกลบ มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาทเช่นกัน

อนึ่ง ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า บริษัท สัมมากร มีผู้ถือหุ้นอันดับ 1.พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 29.05% 2.บริษัท อาร์พีซีจี 25.25% 3.ท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม 6.94% 4.สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 5.66% และ 5.BNP PARIBAS SECURITIES SERVICES SINGAPORE BRANCH 4.63% โดยอาร์พีซีจีซื้อหุ้นจากอันดับ 1 และ 3

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท