
สารพัดมาตรการล้างท่อ แก้เบิกจ่ายแผ่วไม่ขึ้น
สำนักงบประมาณรายงานผลการเบิกจ่ายงบประมาณ 2558 กับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ล่าสุดแสดงให้เห็นว่าการเบิกจ่าย
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
สำนักงบประมาณรายงานผลการเบิกจ่ายงบประมาณ 2558 กับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ล่าสุดแสดงให้เห็นว่าการเบิกจ่าย โดยเฉพาะงบลงทุนอยู่ในอาการสาหัส ไม่ได้ดีขึ้น เงินไม่ได้กำลังไหลมาเทมาเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เหมือนที่รัฐบาลอยากจะเห็น
จากข้อเท็จจริง สำนักงบฯ รายงานว่า ล่าสุด ณ วันที่ 13 ก.พ. 2558 การเบิกจ่ายงบยังทำได้ต่ำกว่าเป้าหมาย โดยงบประมาณวงเงิน 2.57 ล้านล้านบาท เบิกจ่ายได้ 1.01 ล้านล้านบาท หรือ 39.6% เป็นการเบิกจ่ายงบประจำ 9.51 แสนล้านบาท ขณะที่การเบิกจ่ายงบลงทุน 6.79 หมื่นล้านบาท หรือ 15% ของงบลงทุน ถือว่าต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ถึง 1.2 แสนล้านบาทเป็นเท่าตัว
ผลการเบิกจ่ายงบลงทุนที่ล่าช้าสอดคล้องกับก่อนหน้านี้ ที่กรมบัญชีกลางเรียกหน่วยงานที่มีปัญหาการเบิกจ่ายงบลงทุนในขั้นโคม่ามาหาทางแก้ไข ประกอบด้วยหน่วยงานที่มีงบลงทุนเกิน 1,000 ล้านบาท รวม 20 หน่วยงาน มีงบลงทุนรวมกันถึง 3.01 แสนล้านบาท และหน่วยงานที่มีงบลงทุนระหว่าง 300-1,000 ล้านบาท อีก 20 หน่วยงาน มีงบลงทุนรวม 3.24 หมื่นล้านบาท เพื่อผ่าทางตัน เปิดท่อเบิกจ่ายให้โดยเร็วที่สุด
สาเหตุที่ล่าช้า เพราะงบลงทุนปีงบประมาณ 2558 วงเงิน 4.44 แสนล้านบาท มีการทำสัญญาไปได้เพียง 1.3 แสนล้านบาท และอยู่ระหว่างการเบิกจ่าย ส่วนงบลงทุนก้อนใหญ่กว่า 3 แสนล้านบาท นอนนิ่งสนิทไม่ขยับไปไหน เพราะติดปัญหามติ ครม.ที่ปรับลดราคาค่าก่อสร้าง (ค่าเค) จากราคาน้ำมันที่ลดลง
นอกจากนี้ มาตรการเร่งรัดเบิกจ่ายงบก๊อกแรกที่ให้หน่วยงานต่างๆ ทำสัญญาผูกผันภายในวันที่ 25 ธ.ค. 2557 ที่ผ่านมา ก็สอบตก เพราะมีการทำสัญญาได้เพียง 1 ใน 4 เท่านั้น สาเหตุเพราะหน่วยงานต่างๆ ไม่พร้อม ข้าราชการยังเกียร์ว่างเพราะความไม่แน่นอนทางการเมือง และรัฐบาลนี้อยู่ชั่วคราวแค่ 1 ปีเท่านั้น
ที่ผ่านมา สำนักงบประมาณพยายามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบปี 2558 ตั้งแต่ยังไม่ผ่านวาระ 3 ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยให้เตรียมการต่างๆ ไว้ล่วงหน้า เมื่องบประมาณมีผลบังคับใช้ 1 ต.ค. 2557 จะได้เซ็นสัญญาได้ทันที แต่มีหน่วยงานเดียวที่ทำได้คือกรมชลประทาน ส่วนที่เหลือทำไม่ได้ เพราะกลัวไม่ได้เงินตามที่ขอ หัวหน้าส่วนราชการหลายคนไม่รู้ว่าจะถูกย้ายหรือไม่ จึงไม่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้
ปัญหาดังกล่าวทำให้การเบิกจ่ายต่ำกว่าเป้า จนรัฐบาลอยู่ในภาวะมืด ต้องงัดไม้แข็งเร่งรัดเบิกจ่ายชุดใหญ่ ให้ ครม.เห็นชอบล่าสุดที่ผ่านมา
สาระสำคัญของมาตรการเร่งเบิกจ่ายตามมติ ครม. มี 4 มาตรการ คือ 1.ให้หน่วยงานที่มีงบลงทุนก่อหนี้ผูกพันภายในวันที่ 31 มี.ค. 2558 ซึ่งพิเคราะห์เป็นเรื่องไม่ง่าย เพราะแค่ให้ทำสัญญาผูกพันภายในวันที่ 25 ธ.ค. 2557 ยังทำได้ไม่ถึงเป้า และครั้งนี้เหลือเวลาอีกเพียง 1 เดือน ที่จะให้โครงการที่มีปัญหาวงเงินกว่า 3 แสนล้านบาท ก่อหนี้ผูกพันคงเป็นเรื่องยาก
2.ให้หน่วยงานที่ก่อหนี้ผูกพันไม่ทัน 31 มี.ค. 2558 หรือมีงบเหลือ เบิกจ่ายไม่ทัน 30 ก.ย. 2558 ปรับไปใช้โครงการอื่น ถือเป็นทางออกที่ดี แต่คงทำได้ไม่เร็วนัก เพราะโครงการเก่าที่ว่ามีความพร้อมแล้วยังทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง หากต้องมาเริ่มโครงการใหม่ ยิ่งต้องใช้เวลามากขึ้นอีก การเบิกจ่ายก็ยิ่งล่าช้าไปอีก และยังมีปัญหาใหม่ เพราะต้องดูว่าเป็นโครงการที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศหรือไม่ หากปล่อยผีโครงการลงทุน โดยไม่สนใจว่าเป็นโครงการอะไร แม้จะทำให้เบิกจ่ายได้มากตามเป้า แต่จะกลายเป็นใช้เงินไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เพราะลงทุนแบบเบี้ยหัวแตก
3.หน่วยงานที่ได้งบกลางไป หากใช้จ่ายไม่หมดต้องส่งคืนส่วนที่เหลือ แต่หากจำเป็นต้องใช้ต่อให้เร่งทำเรื่องให้ ครม.อนุมัติ หากไปดูไส้ในจะพบว่างบกลางมีจำนวนไม่มาก การเร่งรัดเบิกจ่ายจะส่งผลต่อเศรษฐกิจไม่มาก
และ 4.ให้สำนักงบประมาณนำผลการเบิกจ่ายไปประกอบการพิจารณาทำงบประมาณ 2559 อย่างเข้มงวด โดยคาดโทษว่า หากเบิกจ่ายไม่ได้จะไม่ได้รับจัดสรรงบลงทุนปี 2559 มาตรการนี้ถือเป็นดาบสองคม แง่ดีช่วยกระตุ้นให้หน่วยงานเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนเร็วขึ้น เพราะหวังจะได้รับจัดสรรงบลงทุนปี 2559 แต่ขณะเดียวกันก็อาจจะเป็นผลร้ายต่อเศรษฐกิจ เพราะหน่วยงานที่มีโครงการลงทุนสำคัญกับเศรษฐกิจจริงๆ มีเหตุให้ทำสัญญาไม่ได้จริง จนทำให้ปีต่อไปไม่ได้รับจัดสรรงบ ก็เท่ากับซ้ำเติมเศรษฐกิจมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ดังนั้น มาตรการทะลวงท่อเบิกจ่ายงบประมาณ 2558 เป็นเรื่องดี ที่รัฐบาลยอมรับปัญหาและหาทางแก้ไข ดีกว่าที่จะบิดเบือนข้อมูลให้ประชาชนนักลงทุนเข้าใจผิด แต่ก็หวังผลไม่ได้มากนัก เพราะไม่มีมาตรการใหม่ แม้ว่าจะมีการคาดโทษหน่วยงานราชการที่เบิกจ่ายไม่เข้าเป้า หรือพูดง่ายๆ ว่า ใครทำไม่ได้ถูกย้าย ก็ใช่ว่าจะขู่ได้ผล เพราะอย่างที่รู้กันว่า รัฐบาลนี้อยู่อีกแค่ปีเดียวเท่านั้น หัวหน้าส่วนราชการจึงกล้าเกียร์ว่าง ไม่เร่งรัดเบิกจ่ายตามนโยบายรัฐบาล เพราะคิดว่าโดนย้ายวันนี้ อีกไม่ถึงปีก็ค่อยวิ่งเต้นกับมาใหม่ได้ รัฐบาลจึงแก้เรื่องการเบิกจ่ายไม่ได้อย่างที่ต้องการ
เมื่อเป็นเช่นนี้ เศรษฐกิจปี 2558 จึงยังมีความเสี่ยงสูงเหมือนปีที่ผ่านมา เพราะการเร่งรัดเบิกจ่ายที่คิดว่าจะเป็นพระเอก ยังไม่ฉายแสงอย่างที่คาดหวังไว้







