posttoday
เอ็มโอยู...เงื่อนสุดท้าย ชี้ตาย ‘ปลัดณรงค์’

เอ็มโอยู...เงื่อนสุดท้าย ชี้ตาย ‘ปลัดณรงค์’

20 กุมภาพันธ์ 2558

ใกล้ถึงยกสุดท้ายเต็มทีสำหรับการงัดข้อกันระหว่าง ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข (สธ.) และ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัด สธ.

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ใกล้ถึงยกสุดท้ายเต็มทีสำหรับการงัดข้อกันระหว่าง ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข (สธ.) และ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัด สธ. โดยล่าสุด “หมอรัชตะ” ได้สัญญาณไฟเขียวให้ “ปลดปลัดณรงค์” ได้เต็มที่

ไฟเขียวที่ว่าไม่ใช่แค่จากทีมงานรัฐมนตรีที่อยู่รอบกายเท่านั้น หากแม้แต่ รมช.สธ. นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ ก็พยักหน้า รองนายกรัฐมนตรี ยงยุทธ ยุทธวงศ์ ก็ส่งสัญญาณลุย และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ส่งมอบดาบมายัง รมต.รัชตะ เต็มที่ว่าหากทำงานไม่ได้ก็ให้รัฐมนตรีตัดสินใจได้เลย

เป็นเรื่องราวลึกลับที่คนในกระทรวงหมอทั้งฝ่ายการเมืองและในฝ่ายข้าราชการประจำร่ำลือกันมาตลอดว่า “หมอณรงค์” มีแบ็กดีในศูนย์กลางอำนาจ คสช.

เป็นที่รู้กันดีในหมู่คนเสื้อสีขาว ว่า ก่อนหน้านี้ปลัดและรัฐมนตรีปะฉะดะกันมาหลายรอบ โดยปลัดณรงค์มีเป้าชัดเจนว่าต้องการปฏิรูปการจัดสรรเงินเหมาจ่ายรายหัวบัตรทองใหม่ทั้งระบบ โดยมีเป้าหมายสูงสุดให้เกลี่ยงบประมาณปีละ 1.2 แสนล้าน และให้ยกเลิกกองทุนย่อยหมวดต่างๆ เพื่อให้ลงเขตสุขภาพของ สธ.แทน

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ปลายทางที่หวังจัดการเม็ดเงินเองไม่เป็นจริง ปลัดณรงค์จึงออกมายืนหัวแถวพุ่งเป้าวิพากษ์การทำงานของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) หน่วยงานทำหน้าที่ดูแลกองทุนบัตรทองแทน ซึ่งก็ดูจะได้ผล เพราะข้าราชการจำนวนไม่น้อยอึดอัดกับระบบบัตรทอง เนื่องจากมีเกณฑ์การใช้จ่ายที่ยุ่งยาก ซับซ้อน จนมีการปลุกวลี “ทำงานแลกเงิน” จนฮิตติดตลาดมาตลอดหลายเดือน

ผลที่ตามมาหลังจากนั้น นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ รองปลัด สธ. กองหนุนปลัดณรงค์ก็ได้ออกหนังสือห้ามเจ้าหน้าที่เข้าประชุมร่วมกับ สปสช. ถัดมาหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ มีการงัดมาตรการงดส่งข้อมูลผู้ป่วยให้กับ สปสช. และหมัดสุดท้ายก็คือการลั่นวาจาว่าหน่วยบริการสังกัด สธ. จะไม่รับทำหน้าที่ขึ้นทะเบียนผู้ป่วยบัตรทองอีก

แม้การฟาดฟันกันระหว่างสองหน่วยงานจะรุนแรงมากเพียงใด แต่ดูเหมือนหมอรัชตะซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของทั้งสองหน่วยงาน ก็ยังเลือกแนวทางอดทนอดกลั้นและใจเย็นต่อการจัดการปัญหานี้เรื่อยมา แต่เลือกใช้วิธีการ “ตั้งคณะกรรมรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย” ซึ่งเป็นปัญหาความขัดแย้งทอดยาวมานานกว่า 5 เดือน

มิหนำซ้ำการตั้งคณะกรรมการที่ลงนามโดยอำนาจรัฐมนตรี ยัง “ล่มตั้งแต่ยังไม่เริ่ม” ซ้ำซากถึง 2 ครั้ง เริ่มจากการตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาโรงพยาบาลขาดทุน ที่มอบหมายให้ นพ.ยุทธ โพธารามิก อดีตรองปลัด สธ. เป็นประธาน ถูกตัวแทนข้าราชการ สธ. 5 คน บอยคอตไม่เข้าร่วมประชุม โดยอ้างว่าจะเป็นการซ้ำเติมโรงพยาบาลที่มีตัวเลขติดลบ

ขณะที่กรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงระหว่างปลัด สธ.และ สปสช. ซึ่งมีศ.อัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณ ทีดีอาร์ไอ เป็นประธาน ก็ล่มซ้ำอีกครั้ง เพราะปลัด สธ.ทักท้วงเรื่องความเหมาะสมของ ศ.อัมมาร ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน

เรื่องเก่ายังไม่จบเรื่องใหม่ก็เริ่มขึ้น เมื่อ ปลัด สธ.เดินเกมปลุกผีร่างกฎหมายตั้งคณะกรรมการอำนวยการสาธารณสุขแห่งชาติ ซึ่งเคยพับไปเมื่อรัฐบาลชุดที่แล้วขึ้นมาอีก โดยมีจุดมุ่งหมายคุมองค์กรอิสระด้านสุขภาพ (ตระกูล ส.) ทั้งหมด ให้เข้ามาอยู่ใต้การตัดสินใจเดียวกัน

เลยเถิดไปถึงขั้นเสนอแก้ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อเปิดช่องให้ สธ.ได้มีส่วนร่วมบริหารจัดการบัตรทองมากขึ้น

ข้อเสนอปฏิรูปกฎหมายเหล่านี้ อ้างว่ามาจากการรับฟังตัวแทนข้าราชการ สธ.ทุกระดับ จนถูกส่งตรงไปยังสภาปฏิรูปแห่งชาติและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยที่รัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย

กรณีนี้กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่บีบให้รัฐมนตรีรัชตะต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง!

อย่างไรก็ตาม เย็นวันอังคารที่ 17 ก.พ.ผ่านมา ทีมวอร์รูม สธ.ประเมินสถานการณ์ว่า หากที่ประชุม ครม.วันที่ 18 ก.พ. ตัดสินใจเชือดปลัดณรงค์ อาจเกิดแรงกระเพื่อมจากข้าราชการ สธ. ซึ่งเป็นกองเชียร์ปลัดอยู่จำนวนไม่น้อยเคลื่อนไหวแสดงพลังต่อต้าน

หาก ครม.ตัดสินใจเชือด เป้าโจมตีจะพุ่งมาที่รัฐมนตรีรัชตะโดยตรงทันทีและความเป็นไปได้ที่ร้ายแรงที่สุดก็คือ “หมอในกระทรวง” จะออกมาไล่รัฐมนตรีออกจากตำแหน่ง หรือเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ปรับออกจาก ครม. ซึ่งปัญหาจะถูกยกระดับเป็นคลื่นโถมใส่รัฐบาลและสร้างรอยเปื้อนให้ชีวิตการเมืองของหมอรัชตะไปเต็มๆ

ด้วยการประเมินสถานการณ์เช่นนี้ รมว.สธ. จึงเลี่ยงไปใช้ออปชั่นที่ซอฟต์ลง โดยเข็น “เอ็มโอยู” ออกมาอย่าศึก หวังจะให้เป็นตัวกลางดับไฟทั้งศึกเก่าและศึกใหม่ที่กำลังเริ่มต้น โดยมีหมอรัชตะนั่งหัวโต๊ะคุมเนื้อหาเอง และบีบให้เป็น “เงื่อนไขสุดท้าย” หากปลัดณรงค์ยังดื้อด้านไม่ทำตามเงื่อนไขการเขี่ยออกจากเก้าอี้่ปลัดจะมีน้ำหนักและชอบธรรมมากขึ้น

แว่วว่าเนื้อหาในเอ็มโอยูฉบับนี้ส่วนใหญ่เป็นการ “ตามล้างตามเช็ด” ปัญหาเดิมที่ปลัด สธ.สร้างขึ้น ตั้งแต่การส่งหนังสือให้ สธ.ต้องร่วมงานกับ สปสช.อย่างไม่มีเงื่อนไข ไปจนถึงการบีบให้ปลัดณรงค์ต้องยอมรับคณะกรรมการทั้งสองชุดที่รัฐมนตรีตั้งขึ้น ไม่ว่าชุด นพ.ยุทธ และชุด ศ.อัมมาร

หากปลัดณรงค์เลือกยอมรับโดยดี เรื่องวุ่นๆ ก็จะจบลงแบบแฮปปี้เอนดิ้ง แต่หากไม่ยอมอีกหมอรัชตะก็จะมีเหตุผลเต็มที่ในการลงดาบได้ทันที

อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์ลากไปถึงขั้นปลดปลัดได้สำเร็จ แน่นอนว่ารัฐมนตรีจะทำงานง่ายขึ้น แต่ก็ใช่ว่าการปกครองในกระทรวงจะราบรื่น เพราะรอยร้าวในกระทรวงนี้ซึมลึกไปทุกระดับ เกินกว่าจะจำกัดวงอยู่แค่ตัวปลัดณรงค์คนเดียว

ปลดหรือไม่ปลดปลัด...กระทรวงหมอยังต้องใช้ยารักษาตัวเองอีกหลายขนาน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท