
เครือข่ายเด็กร่วมดันร่างกม.คุมยาสูบ
เครือข่ายด้านเด็กร่วมดันร่าง พ.ร.บ.ควบคุมยาสูบ ป้องกันนักสูบหน้าใหม่ กำหนะอายุผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ขั้นต่ำ20ปี
เครือข่ายด้านเด็กร่วมดันร่าง พ.ร.บ.ควบคุมยาสูบ ป้องกันนักสูบหน้าใหม่ กำหนะอายุผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ขั้นต่ำ20ปี
เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 58 ที่สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ภาคีเครือข่ายตัวแทนด้านเด็ก เยาวชน และครอบครัว และสภาคณบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมประกาศเจตนารมณ์สนับสนุนการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ แก้ไขฉบับเก่าที่ใช้มานานกว่า 20 ปี และชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของรัฐบาล สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รวมถึงเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องของทุกฝ่ายในสังคม หลังถูกบิดเบือนข้อมูลจากกลุ่มธุรกิจยาสูบที่ออกมาคัดค้าน เนื่องจากจะเสียประโยชน์ในการสร้างฐานลูกค้าใหม่
สำหรับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวมีเนื้อหาหลักเพื่อการลดจำนวนเยาวชนหน้าใหม่ที่จะเข้ามาเสพติดบุหรี่ อาทิ เพิ่มข้อกำหนดอายุผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ยาสูบขั้นต่ำจาก 18 เป็น 20 ปี, ห้ามแบ่งขายบุหรี่แบบแยกซองและรายมวน, ห้ามบริษัทบุหรี่สื่อสารการตลาดทางอ้อม อย่างการใช้สื่อบุคคล (พริตตี้) การใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR), ให้ผลิตภัณฑ์ยาสูบนั้นหมายรวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่นบุหรี่ไฟฟ้า บารากู่ และมาตรการอื่นๆตามอนุสัญญาองค์การอนามัยโลก รวมไปถึงปรับปรุงโครงสร้างคณะกรรมการควบคุมยาสูบ ซึ่งทั้งหมดนี้จะไม่กระทบกับชาวไร่ยาสูบ และกระทบน้อยมากกับร้านค้าปลีก
ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เผยว่า ขณะนี้เยาวชนไทยอายุ 15-24 ปีติดบุหรี่แล้วกว่า 1.6 ล้านคน โดยร้อยละ 70 จะติดไปตลอดชีวิต ดังนั้นทางภาคีเครือข่ายจะส่งจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อวิงวอนรัฐบาลให้ความสำคัญกับการปกป้องเด็กและเยาวชนจากการตกเป็นเหยื่อของบริษัทบุหรี่ และออก พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบโดยเร็ว โดยมีผู้ร่วมลงนามจาก 12 สถาบันด้านพัฒนาเด็กและเยาวชน และจะนำส่งไปยังทำเนียบรัฐบาลในวันพรุ่งนี้
ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา กล่าวว่า ประเทศไทยมีผู้สูบบุหรี่กว่า 11.5 ล้านคน โดยมียอดจำหน่ายบุหรี่อยู่ที่ 2,000 ล้านซองต่อปี สร้างกำไรมหาศาลแก่บริษัทบุหรี่ แต่สร้างความสูญเสียจากการป่วยและเสียชีวิตถึง 5.2 หมื่นล้านบาทต่อปี จึงจำเป็นที่จะต้องปกป้องประชากรตั้งแต่เด็กไม่ให้เข้ามาอยู่ในวงจรของการสูบ
ศ.พญ.ชนิกา ตู้จินดา กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า สิ่งที่ทุกคนกำลังทำนั้นเพื่อเด็กซึ่งเป็นอนาคตของชาติ สิ่งที่เด็กต้องการมีเพียงอากาศ อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ และอิริยาบถ ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดคืออากาศ แต่อากาศที่เราให้เด็กกลับเป็นพิษเสียอีก พวกเราจึงขอสนับสนุน พ.ร.บ.ฉบับนี้
รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว กล่าวว่า การได้รับสารบุหรี่จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการพัฒนาส่วนต่างๆของเด็ก นอกจากนี้การสูบบุหรี่ยังเป็นประตูบานแรกสู่อบายมุขอื่นๆ เช่น เที่ยวกลางคืน เล่นการพนัน ดื่มสุรา เป็นต้น
นอกจากนี้บุคคลที่ร่วมลงนามในจดหมายเปิดผนึกดังกล่าวยังประกอบไปด้วย อ.ศรีศักดิ์ ไทยอารี ประธานสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, พญ.ศศินุช รุจนเวช กรรมการมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย, ดร.ธีรารัตน์ พันทวี วงศ์ธนะอเนก นายกสมาคมวิทยุและสื่อเพื่อเพื่อเด็กและเยาวชน (สสดย.), ฐาณิชชา ลิ้มพานิช ผู้จัดการมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว, สุวิมล จันทร์เปรมปรุง ผู้แทนเครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่, อรณัส แท่นประเสิรฐกุล รองประธานสภานักศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล, ผู้แทนนักศึกษาผู้พิการ วิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล และ เมธชนนท์ ประจวบลาภ รักษาการรองเลขาธิการเครือข่ายยุวทัศน์ กรุงเทพมหานคร (ยทก.)







