
ปทส.ยึดคืนป่าแม่ยาว ทุนใต้รุกปลูกสวนปาล์ม
ปทส.ตรวจยึดคืนผืนป่ายาวถูกกลุ่มทุนใต้แจ้งปลูกสวนปาล์มกินพื้นที่เนินเขากว่า 5 ลูก
ปทส.ตรวจยึดคืนผืนป่ายาวถูกกลุ่มทุนใต้แจ้งปลูกสวนปาล์มกินพื้นที่เนินเขากว่า 5 ลูก
ร.ต.อ.พิชยะพัศ อยู่เย็นศิริ สารวัตรกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) ได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหารกองอำนวยการรักษาความสงบและมั่นคงภายใน จ.ลำปาง เข้าตรวจยึดคืนผืนป่าสงวนแห่งชาติแม่ยาวเขตบ้านเหล่า หมู่ 10 ต.เมืองยาว อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ที่ถูกกลุ่มนายทุนภาคใต้จ้างชาวบ้านโค่นต้นไม้เบญจพรรณ เพื่อปลูกต้นปาล์มกว่า 1,000 ต้น กินบริเวณพื้นที่เนินเขากว่า 5 ลูก
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ทางกองบังคับการ ปทส.ได้รับการร้องเรียนเข้ามา จึงได้เข้ามาตรวจสอบและใช้เครื่องมือวัดพิกัดดาวเทียมตรวจสอบพิกัดผืนป่า และพบว่าเป็นการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติแม่ยาวจริง จึงเข้าตรวจยึดคืนทั้งหมด โดยตลอดปีที่ผ่านมานายทุนได้สั่งให้รถไถ่เข้ามาในพื้นที่ เพื่อโค่นป่าไม้บริเวณดังกล่าวอย่างหนัก จนโค่นป่าไม้ไปกว่า 64 ไร่ จนโล่งเตียนเสร็จภายในระยะเวลาไม่นาน และมีแนวโน้มว่าจะขยายการบุกรุกให้หนักมากยิ่งขึ้น เพื่อหวังครอบครองซึ่งสาเหตุที่กลุ่มนายทุนได้เร่งไถ่บุกรุกป่าอย่างหนัก และนำต้นปาล์ม ซึ่งเป็นต้นที่โตแล้วอายุประมาณ 1–2 ปี มาปลูกลงในพื้นที่ เพื่อหวังตบตาเจ้าหน้าที่ว่าเป็นพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์ครอบครอง
ร.ต.อ.พิชยะพัศ เปิดเผยว่า หากต้นปาล์มโตขึ้นตลอดจนให้มีการปลูกเพิ่มมากยิ่งขึ้นก็จะทำให้มีผลผลิตจากต้นปาล์มแล้วนำไปขาย เนื่องจากราคาปาล์มในปัจจุบันมีราคาที่สูงอย่างมาก ทำให้กลุ่มนายทุนปัจจุบันต้องการบุกรุกป่าในพื้นที่ภาคเหนืออย่างหนัก เพื่อหวังปลูกต้นปาล์มมากกว่าต้นยางพาราเพราะราคาปาล์มมีกำไรและขายได้ดีกว่ายางพารา แต่หลังพบว่ามีการบุกรุกป่าอย่างต่อเนื่องและตรวจยึดคืนจะต้องมีการส่งหน่วยป่าไม้เข้ามาลาดตระเวนต่อเนื่องเพื่อป้องกันกลุ่มนายทุนรุกป่าอีก







