ศาลฯนัดฟังคำสั่งฟ้อง"ปู" 19 มี.ค.
ศาลฎีกาฯนัดฟังคำสั่งฟ้อง"ยิ่งลักษณ์"หรือไม่ 19 มี.ค. ตั้งองค์คณะภายใน 14 วัน ด้านอัยการแถลงไม่ค้านประกันตัว-ห้ามออกนอกประเทศ
ศาลฎีกาฯนัดฟังคำสั่งฟ้อง"ยิ่งลักษณ์"หรือไม่ 19 มี.ค. ตั้งองค์คณะภายใน 14 วัน ด้านอัยการแถลงไม่ค้านประกันตัว-ห้ามออกนอกประเทศ
วันที่ 19 ก.พ. นายธีรทัย เจริญวงศ์ เลขานุการแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในศาลฎีกา แถลงขั้นตอนกระบวนการพิจารณาคดี ภายหลังอัยการสูงสุด ยื่นคำฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา123/1 กรณีละเลยไม่ดำเนินการยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว จนทำให้รัฐเสียหาย
นายธีรทัย กล่าวว่า ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะนัดฟังคำสั่งในวันที่ 19 มี.ค นี้ เวลา 10.00น. และระหว่างนี้ประธานศาลฎีกาจะเรียกประชุมใหญ่ ภายใน 14 วัน เพื่อเลือกองค์คณะผู้พิพากษา จำนวน 9 คน ด้วยวิธีการลงคะแนนลับ ซึ่งจะเปิดเผยให้คู่ความได้รับทราบ ภายใน 5 วัน นับตั้งแต่วันประชุมใหญ่ เพื่อให้คู่ความได้มีโอกาสคัดค้านต่อองค์คณะดังกล่าว
ส่วนฐานความผิดที่ทางอัยการสูงสุดส่งมานั้น ระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีความผิดตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา123/1 มีโทษจำคุก 1-10 ปี ปรับ 2หมื่น-2แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ มีโทษจำคุก 1-10 ปี ปรับ 2หมื่น-2แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยคดีมีอายุความ 15 ปี นับแต่วันกระทำความผิด ซึ่งในสำนวนระบุว่า มีการกระทำความผิดตั้งแต่ เดือนมี.ค. 2554 - พ.ค. 2557
นายธีรทัย กล่าวว่า หากศาลพิจารณาประทับรับฟ้องของโจทก์แล้ว จะนัดวันพิจารณานัดแรก และจะส่งสำเนาคำฟ้องต่อจำเลยในวันนัดพิจารณาครั้งแรก เพื่อให้การต่อสู้คดี ก่อนกำหนดวันนัดตรวจพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินการพิจารณาต่อไป
“หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่เดินทางมาศาล ในวันพิจารณานัดแรก อาจจะเป็นเงื่อนไขให้ศาลพิจารณาว่า จะให้ประกันตัวหรือเดินทางออกนอกประเทศได้หรือไม่” นายธีรทัย กล่าว และว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ สามารถที่จะขอยื่นหลักทรัพย์ เพื่อขอประกันตัวชั่วคราวได้ นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ขณะที่สำนักงานอัยการสูงสุดนายชุติชัย สาขากร อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ พร้อมนายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์กูล อธิบดีอัยการ สำนักงานอัยการสอบสวน และนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงภาพรวมการยื่นฟ้องคดีอาญาต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โครงการรับจำนำข้าว
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนภายหลังฟ้องคดี ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจะเลือกองค์คณะผู้พิพากษาเพื่อพิจาณาคดีนี้ จำนวน 9 ท่าน โดยเลือกจากผู้ที่ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาหรือผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ให้แล้วเสร็จภายใน 14 วัน จากนั้นองค์คณะผู้พิพากษาดังกล่าวจะประชุมเพื่อเลือกเจ้าของสำนวนคดี 1 ท่าน และพิจารณาคำฟ้องของอัยการสูงสุดหากไม่มีการแก้ไข ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะมีคำสั่งประทับรับฟ้องและกำหนดให้คู่ความมาศาลในวันพิจารณาครั้งแรก
โดยจะมีคำสั่งให้โจทก์นำเจ้าหน้าที่ศาลไปส่งสำเนาคำฟ้องและหมายเรียกให้จำเลย ตามที่อยู่ที่ระบุในสำนวนคำฟ้อง เพื่อให้จำเลยมาศาลในวันพิจารณาครั้งแรก หากไม่มีผู้รับหมายเรียก สามารถปิดหมายได้ ขั้นตอนนับจากวันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองประทับรับฟ้องจนถึงวันที่โจทก์ ไปส่งสำเนาคำฟ้องและหมายเรียกจะใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า การพิจารณาคดีครั้งแรกถือว่ามีความสำคัญคู่ความต้องไปศาล จำเลยต้องไปศาลตามนัดเพื่อชี้แจงตอบข้อซักถามตามสำนวนการฟ้อง และจะมีการพิจารณาว่าขังหรือปล่อยตัวชั่วคราว นอกจากนี้ทางอัยการสูงสุดยังได้ตั้งคณะทำงานดูแลคดีจำนวน 6 ท่าน โดยมีนายชุติชัย สาขากร อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน และตนเป็นรองหัวหน้าคณะทำงาน เพื่อดูแลความเรียบร้อยของสำนวน
“สำหรับการขออนุญาตเดินทางไปต่างประเทศของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นั้นเป็นอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช.จะเป็นผู้พิจารณาว่าจะอนุญาตหรือไม่ ในระหว่างที่ศาลฎีกายังไม่ประทับรับฟ้อง แต่หากมีการประทับรับฟ้องแล้วจะเป็นอำนาจของศาลฎีกาในการพิจารณา ทั้งนี้หากมีการหลบหนีคดีความจะไม่มีผลต่ออายุความ เนื่องจากกฎหมายมาตรา 74/1 พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2542 จะหยุดนับอายุคดีความทันทีหากจำเลยหลบหนี” นายสุรศักดิ์ ระบุ







