เวทีถกสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ส่อเลื่อน
เวทีถกสัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21 ส่อเลื่อน หลังตัวแทนภาคประชาชนเสนอเปลี่ยนรูปแบบการจัดเวทีดึงนายกฯ เป็นประธาน
เวทีถกสัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21 ส่อเลื่อน หลังตัวแทนภาคประชาชนเสนอเปลี่ยนรูปแบบการจัดเวทีดึงนายกฯ เป็นประธาน
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะบุคคลที่ร่วมลงนามในจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก่อนหน้านี้มีมติให้เปลี่ยนรูปแบบการจัดเวทีรับฟังความเห็นเรื่องการเปิดสัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21 ที่จัดในวันที่ 20 ก.พ.นี้ เป็นการจัดเวทีกลางและมีการ พูดคุยกลุ่มเล็กโดยให้มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
นอกจากนี้ ภาคประชาชนขอกำหนดบุคคลที่จะเข้าร่วมเอง เพราะมีบุคคลที่ ไม่เคยร่วมเคลื่อนไหวมีชื่อเป็นตัวแทนภาคประชาชน หากรัฐบาลไม่เปลี่ยนรูปแบบเวทีก็ควรเลื่อนการจัดออกไปอีก 1 สัปดาห์ โดยจะนำข้อเสนอนี้เข้าหารือกับ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ในวันที่ 19 ก.พ.นี้อีกครั้ง
ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี หนึ่งใน กลุ่มคัดค้านเปิดสัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21 กล่าวว่า รัฐบาลเชิญผู้เข้าร่วมเวทีนี้ไว้ 300 คน แต่มีภาคประชาชนเพียง 20 ที่นั่ง ถือว่าไม่เปิดกว้าง
น.ส.รสนา โตสิตระกูล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เสนอว่า ควรแก้ พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 และแก้ไขกฎหมายจัดเก็บภาษีปิโตรเลียมก่อน หรือให้รัฐบาลออก พ.ร.ก.การสำรวจและผลิตแหล่งปิโตรเลียมในระบบแบ่งปันผลผลิต (พีเอสซี) ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็วได้ภายใน 6 เดือน
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธข้อเสนอเป็นประธานการประชุมตามข้อเสนอของคณะบุคคลกลุ่มดังกล่าว โดยอ้างว่ามีงานอื่นต้องทำอีกมาก
นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธาน เจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับระบบพีเอสซี เพราะจะสร้างภาระ งบประมาณรองรับการขุดเจาะสำรวจของภาครัฐ และหากไม่เร่งขุดเจาะเพิ่มจะมีก๊าซธรรมชาติใช้ได้อีกไม่เกิน 7 ปี
"ไม่ควรนำเรื่องพลังงานมาเป็น ประเด็นการเมือง หรือการรักชาติเพื่อบิดเบือนข้อมูล เพราะจะทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคมและไม่เป็นประโยชน์กับประเทศ" นายไพรินทร์ กล่าว







