
อรรถวิชช์ห่วงเวทีถกสัมปทานรอบ21เป็นแค่การโต้วาที
"อรรถวิชช์" ห่วงรับฟังความเห็นค้านสัมปทานรอบ 21 เป็นแค่เวทีโต้วาที แนะ แก้พ.ร.บ.ปิโตเลียมเปิดช่องพิจารณาทางเลือกอื่นนอกจากสัมปทานเดิม
"อรรถวิชช์" ห่วงรับฟังความเห็นค้านสัมปทานรอบ 21 เป็นแค่เวทีโต้วาที แนะ แก้พ.ร.บ.ปิโตเลียมเปิดช่องพิจารณาทางเลือกอื่นนอกจากสัมปทานเดิม
เมื่อวันที่่ 18 ก.พ. กลุ่มผู้ลงรายชื่อคัดค้านการสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 อาทิ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล นายณรงค์ เพ็ชรประเสิรฐ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีตสส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์และ มล. กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ร่วมหารือถึงข้อเสนอต่อรัฐบาลในการประชุมวันที่ 20 ก.พ.เพื่อให้รัฐบาลบรรลุเป้าหมายในการจัดการทรัพยากรเพื่อความมั่นคงของประเทศอย่างแท้จริง
ภายหลังการหารือนาน 2 ชั่วโมง นายอรรถวิชช์ เปิดเผยว่า กรณีรัฐบาลได้คัดเลือกผู้นำเสนอฝ่ายประชาชนทั้ง4คนนั้นเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะควรให้ฝ่ายประชาชนที่ขอให้มีการชะลอการสัมปทานฯได้กำหนดตัวคนผู้นำเสนอบนเวทีเปิดกันเอง ไม่ควรมาล็อคตัวคนที่จะพูด นอกจากนี้รูปแบบการจัดงานก็เหมือนลักษณะการ โต้วาที คล้ายเวทีก่อนๆที่เคยทำมาแล้ว ซึ่งที่สุดก็ไม่สามารถสรุปความเห็นใดๆได้ ทั้งนี้ ไม่ต้องการเถียงกับข้าราชการ แค่อยากนำเสนอการแก้ พรบ.ปิโตรเลียมเพื่อเปิดทางเลือกระบบอื่นๆด้วย ไม่ใช่ล๊อคเสป็ก แค่การให้สัมปทานเท่านั้น
นายอรรถวิชช์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลจะปฏิรูปพลังงานอย่างไร ถ้าไม่แก้พรบ.ปิโตรเลียมเพื่อเปิดช่องให้รัฐบาลสามารถเลือกทำสัญญากับภาคเอกชนในรูปแบบอื่น นอกจากระบบสัมปทานเดิม เช่น แบ่งปันผลผลิต หรือ การจ้างผลิต ดังนั้นการสัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21 จะเป็นตัววัดความตั้งใจจริงว่า รัฐจะกล้าให้มีทางเลือกอื่นๆหรือไม่ หรือแค่ต้องการต่อสัมปทานต่อ เพราะต่อไปปี2565 สัมปทานเก่าในแหล่งใหญ่มากจะหมดอายุ
"ที่สำคัญที่ภาคประชาชนเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีมารับฟังข้อมูลอีกด้านด้วยตัวเองจะดีกว่ามอบหมายให้ตัวแทนมาเพราะสามารถที่จะตัดสินใจในแนวนโยบายที่เหมาะสม หากมีการแก้ไข พ.ร.บ.ปิโตรเลียมที่รัฐเสียเปรียบให้มีทางเลือกในการจ้างผลิต การแบ่งปันผลประโยชน์หรือจะต่อสัมปทานก็ยังดีกว่า ที่ไม่มีการแก้ไขโดยล็อคให้แค่ให้สัมปทานกับต่อสัมปทาน"นายอรรถวิชช์กล่าว







