
ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าแบงก์ชาติ สุดท้ายได้ 'ประสาร'
8...ทีมข่าวการเงิน
อีกไม่นานนี้ คณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะพิจารณาผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่ แทนนางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธปท. ที่จะหมดวาระตาม พ.ร.บ. ธปท.ในเดือน ก.ย.นี้
นายสมพล เกียรติไพบูลย์ กรรมการสรรหาผู้ว่าการ ธปท. เปิดเผยว่า คณะกรรมการสรรหาฯจะประชุมหารือร่วมกันเพื่อพิจารณาคุณสมบัติของผู้สมัครในวันที่ 18 มิ.ย.นี้
การทายใจคณะกรรมการสรรหาฯ ว่าจะเสนอชื่อใครเข้ารอบไปให้บอร์ดแบงก์ชาติพิจารณานั้นยังไม่รู้ว่าจะเสนอชื่อผู้สมัครทั้งสี่คนหรือไม่ เพราะหากดูจากประวัติการทำงานทุกคนล้วนมีคุณสมบัติโดดเด่นเข้าตากรรมการทั้งสิ้น
สำหรับผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าการ ธปท. มีทั้งหมดสี่คน คือ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย นายธีรชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการ ธปท. และนายพิสิฐ ลี้อาธรรม คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ผู้สมัครทั้งสี่คนมีคุณสมบัติโดดเด่นไม่แพ้กันแต่อย่างใด 2 คน คือ นายพิสิฐ ลี้อาธรรม เป็นนักเรียนทุน ธปท.ไปศึกษาขั้นปริญญาตรี โท และเอก ที่คณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัย อิวาสมูส ประเทศเนเธอร์แลนด์ ตั้งแต่ปี 25132520 และกลับมาทำงานที่ ธปท. ก่อนจะลาออกไปในปี 2537 ในตำแหน่งสุดท้ายที่ ธปท. คือ ผู้อำนวยการสำนักผู้ว่าการ ธปท.
นักเรียนทุน ธปท. ที่โดดเด่นอีกคนหนึ่งคือ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ได้ทุนไปเรียนวิชาการบัญชี ที่ประเทศอังกฤษ จบประกาศนียบัตรสอบบัญชีชั้นสูง The Fellow of Chartered Accountants สถาบันการสอบบัญชีของประเทศอังกฤษ และในปี 2544 ไปจบหลักสูตร Senior Managers in Government ที่ John F. Kennedy School มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา
นายธีระชัยเข้าทำงานที่ ธปท. ในปี 2536 ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายกำกับและพัฒนาสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ต่อมาขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และในปี 2545 ขึ้นเป็นรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนจะได้รับการทาบทามให้ไปนั่งเก้าอี้เลขาธิการ สำนักงาน ก.ล.ต.
ส่วนผู้สมัครที่ไม่ได้เป็นนักเรียนทุนแบงก์ชาติ แต่มีคุณสมบัติโดดเด่นไม่แพ้กันคือ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ที่จบปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาไฟฟ้า (เกียรตินิยมอันดับ 1) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ได้รับทุนอานันทมหิดล ไปเรียนในสาขาวิศวกรรมที่ Industrial Engineering and Management, และปริญญาเอกที่ Doctor of Business Administration, Harvard University, Massachusetts, U.S.A.
หลังจากเรียนจบปริญญาเอก ก็เริ่มทำงานตั้งแต่ปี 25262535 ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ในตำแหน่งเศรษฐกร ฝ่ายวิชาการ หัวหน้าหน่วย ฝ่ายกำกับและตรวจสอบธนาคารพาณิชย์ รองผู้อำนวยการ ฝ่ายกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงิน ก่อนจะลาออกมาเป็นเลขาธิการ ก.ล.ต. คนที่ 2 ต่อจาก นายเอกมล คีรีวัฒน์
และนายบัณฑิต นิจถาวร แม้จะไม่ได้เป็นนักเรียนทุน ธปท. แต่ประวัติการเรียนไม่ได้ขี้เหร่กว่าคนอื่น จบปริญญาตรี B.A. (Hons.) in Mathematical Economics University of Essex, Colchester England ปริญญาโท M.Ec.in Economic Policy and Planning และปริญญาเอก Advanced Management Program 2001 Harvard University, Boston U.S.A.
หลังจากเรียนจบ นายบัณฑิตเลือกที่จะเป็นนักวิจัยที่มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และไปเป็นอาจารย์ประจำวิชาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ออสเตรเลีย ปี 25202525 จากนั้นกลับมาเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และไปทำงานเป็นเศรษฐกรที่ไอเอ็มเอฟ 5 ปี
จากนั้นกลับมาเริ่มงานที่ ธปท. ในตำแหน่งที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการ ธปท. ไต่ขึ้นมาจนปัจจุบันเป็นรองผู้ว่าการ ธปท.
ดูจากประวัติการเรียนและประวัติการทำงาน ผู้สมัครทั้งสี่คนดูโดดเด่นไม่แพ้กัน แต่เมื่อดูจากคอนเนกชันทางการเมืองแล้ว แต่ละคนจะมีไม่เท่ากัน
สำหรับนายพิสิฐ ลี้อาธรรม นั้นก็มีความสัมพันธ์อันดีกับพรรคประชาธิปัตย์ และเคยเป็น รมช.คลัง ในโควตาพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในการทำงบประมาณแผ่นดินมือฉมัง
ส่วนนายบัณฑิตนั้น ก็มีความเป็นมืออาชีพเพียงพอที่จะคุยกับฝ่ายการเมืองรู้เรื่องไม่ว่าจะมาจากพรรคใด
สำหรับนายธีระชัยนั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะได้ป๋าดันอย่างนายวิจิตร สุพินิจ อดีตผู้ว่าการ ธปท.และที่ปรึกษาเศรษฐกิจของพรรคไทยรักไทย ก็ได้ทำให้นายธีระชัยถูกมองว่ามีความสนิทแนบแน่นกับขั้วของไทยรักไทยมากกว่าประชาธิปัตย์
ส่วนนายประสารนั้นมีความโดดเด่นตรงที่ ไม่มีคอนเนกชันกับฝ่ายการเมืองอย่างชัดเจน และในยุคที่เป็นเลขาธิการ ก.ล.ต. ก็ได้รับการยอมรับในเรื่องการเป็นคนมือสะอาด ตรงไปตรงมา อีกทั้งการได้ชื่อว่าเป็นนักเรียนทุนอานันทมหิดล ก็เข้าช่วยงานสาธารณกุศลมาก และปัจจุบันก็เป็นเลขาธิการมูลนิธิอีกด้วย
สำหรับคุณสมบัติเฉพาะของผู้สมัครตำแหน่งผู้ว่าการ ธปท. อาทิ มีความรู้ความเข้าใจด้านเศรษฐกิจมหภาคของประเทศและภาวะเศรษฐกิจการเงินของโลกเป็นอย่างดี และต้องมีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการบริหารจัดการองค์กร เคยเป็นผู้บริหารส่วนราชการไม่ต่ำกว่ารองอธิบดี เคยเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กร ที่บริหารเงินและสินทรัพย์ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาทต่อปี หรือเคยเป็นผู้บริหารรัฐวิสาหกิจระดับรองจากผู้บริหารสูงสุด
คุณสมบัติผู้ว่าการ ธปท. ที่ระบุนั้นเป็นคุณสมบัติ เบื้องต้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว แม้จะมีการแก้ไข พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ ธปท. มีอิสระมากขึ้น และ รมว.คลังไม่มีอำนาจที่จะปลดผู้ว่าการ ธปท.โดยไร้เหตุผล
แต่ในทางปฏิบัติผู้ว่าการ ธปท.จะต้องทำงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงการคลัง เพื่อที่จะให้การสอดประสานระหว่างนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง ในการดูแลเศรษฐกิจให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และทำให้เศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าไปอย่างมีเสถียรภาพ
ซึ่งเราจะเห็นความขัดแย้งอย่างเนืองๆ ระหว่าง ธปท.กับกระทรวงการคลัง ในแนวคิดที่ไม่ตรงกัน
นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธปท.คนปัจจุบัน กล่าวว่า คุณสมบัติของผู้ว่าการ ธปท. คนใหม่นั้น ขอให้เป็นคนที่ทำงานบนหลักการ มีหลักในการยึดอย่าโอนเอนตามกระแสหรือแรงกดดันต่างๆ ขณะเดียวกันก็อยากให้ผู้มาดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ ธปท. คนใหม่นึกถึงส่วนรวมเป็นสำคัญ
ในนาทีแห่งความสมานฉันท์และต้องการให้องค์การอิสระที่ดูแลนโยบายการเงินอย่าง ธปท. เป็นอิสระและปลอดการเมืองมากที่สุด
ตัวเลือกที่ดีที่สุดคงจะเป็นนายประสาร ที่ไม่มีภาพของการเมืองหนุนหลังอย่างชัดเจน และไม่มีภาพของผลประโยชน์ทับซ้อน รวมทั้งการร่ำรวยผิดปกติหรือใช้ชีวิตไม่พอเพียงให้เห็น
และนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เองก็มองเห็นคุณสมบัติที่โดดเด่นของนายประสารในข้อนี้ จึงได้ทาบทามให้เข้ามารับตำแหน่งดังกล่าว
หากไม่มีการปรับเปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจให้ฮึกเหิมกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไม่ลืมหูลืมตา ฟันธงได้ว่าผู้ว่าการ ธปท. คนใหม่ จะชื่อ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล แน่นอน







