posttoday
สำรวจปิโตรเลียม- ความจริงจากคนทำงาน

สำรวจปิโตรเลียม- ความจริงจากคนทำงาน

18 กุมภาพันธ์ 2558

โดย...ศุภจิตรา ทองฉวี

โดย...ศุภจิตรา ทองฉวี

จากข่าวสารบนโลกออนไลน์ช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา มีกระแสความสนใจการพัฒนาปิโตรเลียมในสังคมเพิ่มมากขึ้น อ่านพบข้อมูลผลกระทบจากกิจกรรมการสำรวจปิโตรเลียมที่คลาดเคลื่อนอยู่ไม่น้อย บ้างก็ว่าทำให้บ้านเรือนแตกร้าว รบกวนที่ทำกินของพี่น้องเกษตรกร บ้างก็หาว่ารัฐเสียเปรียบ ประชาชนไม่ได้อะไร จริงบ้างไม่จริงบ้าง จนรวมตัวกันก่อเป็นกระแส
ต่อต้านการเปิดสัมปทานสำรวจปิโตรเลียมรอบที่ 21 ในปัจจุบัน

ผู้เขียนในฐานะคนเคยทำงานชุมชนสัมพันธ์ ณ แหล่งน้ำมันดิบบนบกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศมากว่า 14 ปี เป็นหนึ่งใน “คนทำงาน” อีกเกือบสามพันคนที่ช่วยกันพัฒนาและสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศและลดภาระการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ ขอเล่าเรื่อง การสำรวจหาพื้นที่ศักยภาพปิโตรเลียม โดยการสำรวจคลื่นความไหวสะเทือน ที่บางท่านอาจเข้าใจว่า
ส่งผลกระทบด้านลบกับชุมชนในพื้นที่อย่างรุนแรงนั้น ความจริงในพื้นที่เป็นอย่างไร?

ผู้เขียนมีโอกาสร่วมทำงานในโครงการสำรวจและพัฒนาปิโตรเลียมบนบกหลายโครงการ รับผิดชอบด้านให้ความรู้ สร้างความเข้าใจในการดำเนินการสำรวจ ตอบข้อสงสัยและรับข้อร้องเรียนจากชุมชน “คนทำงาน” จะขอเล่าถึงกระบวนการสำรวจหาแหล่งปิโตรเลียม ดังนี้

ขั้นตอนเบื้องต้น คือ การสำรวจทางธรณีวิทยา ซึ่งอาจเริ่มด้วยวิธีการรับรู้ระยะไกล คือการศึกษาสภาพพื้นที่บริเวณกว้างด้วยภาพถ่ายดาวเทียม หรือการใช้ภาพถ่ายทางอากาศ และเก็บตัวอย่างหินไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการโดยนักธรณีวิทยา

หากการสำรวจทางธรณีวิทยามีข้อบ่งบอกว่า บริเวณที่สำรวจ “น่าจะ” มีโครงสร้างของหินที่ “น่าจะ” เป็นแหล่งกักเก็บปิโตรเลียม หรือมีร่องรอยของปิโตรเลียมที่ซึมขึ้นมาถึงผิวดิน ก็จะทำการสำรวจคลื่นความไหวสะเทือน เพื่อหาลักษณะโครงสร้างทางธรณีวิทยาใต้ดิน

การสำรวจหาแหล่งปิโตรเลียมแหล่งใหม่ มักเริ่มจากการสำรวจคลื่นความไหวสะเทือนแบบ 2 มิติ ซึ่งให้ผลเป็นภาพโครงสร้างแบนๆ เหมือนกับรูปวาดบนกระดาษ ให้ข้อมูลคร่าวๆ ว่าบริเวณนั้นมีโครงสร้างชั้นหินที่ “อาจจะ” เป็นแหล่งกักเก็บปิโตรเลียมอยู่หรือไม่ - ถ้า “มีลุ้น” นักธรณีฟิสิกส์ก็จะกำหนดพื้นที่เพื่อทำการสำรวจโดยละเอียด โดยการใช้คลื่นความไหวสะเทือนแบบ 3 มิติ ซึ่งมีความแม่นยำกว่า และค่าใช้จ่ายก็สูงกว่าการสำรวจคลื่นความไหวสะเทือน 2 มิติเช่นกัน

ก่อนเริ่มการสำรวจ “คนทำงาน” จะต้องได้รับการอนุมัติแผนบริหารจัดการด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมสำหรับการสำรวจโดยวิธีวัดคลื่นความไหวสะเทือนจากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงานก่อน แล้วจึงเข้าแจ้งข้อมูลและขั้นตอนการสำรวจกับชุมชน รับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อห่วงกังวลจากชุมชน ตลอดจนลงพื้นที่สำรวจการใช้ประโยชน์ที่ดิน ทำแผนที่บ่อน้ำบาดาล ร่วมกับผู้นำชุมชนและเจ้าของที่ดิน เพื่อให้แน่ใจว่า หากมีผลกระทบเกิดจากการสำรวจ “คนทำงาน” จะทำการแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กิจกรรมการสำรวจ เริ่มจากการรังวัด วางตำแหน่งสถานีรับคลื่น จุดรับคลื่น และจุดกำเนิดคลื่น แล้วเจาะหลุมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 นิ้ว ลึกประมาณ 21 เมตร บรรจุวัตถุกำเนิดคลื่น ปิดปากหลุม เพื่อรอการจุดระเบิดโดยใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง หรือรถกำเนิดคลื่น ในการจุดระเบิดวัตถุกำเนิดคลื่น จะมีเสียงจุดระเบิดดัง “ปุ” - เหมือนเสียงลูกมะพร้าวตกลงพื้นดิน และความสั่นสะเทือนเล็กน้อยในช่วงเวลาสั้นๆ คลื่นเสียงจากการจุดระเบิดจะส่งแรงสั่นสะเทือนทะลุชั้นหินแล้วสะท้อนกลับมาที่ตัวรับสัญญาณ ส่งผ่านสัญญาณไปตามสายรับสัญญาณ สู่เครื่องบันทึกข้อมูลที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลคลื่นความไหวสะเทือนจากจุดต่างๆ ทั่วบริเวณมาประมวลผล เป็นภาพโครงสร้างของชั้นหินในบริเวณนั้นๆ

การสำรวจ Seismic มักทำในพื้นที่โล่ง/ไม่มีบ้านเรือน เพราะหลังสำรวจอาจต้องมีการก่อสร้างฐานขุดเจาะหลุมสำรวจ (เนื้อที่ประมาณ 20-30 ไร่) หากสำรวจในพื้นที่แปลงเกษตร ก็จะตกลงการชดเชยค่าพืชผลกับชาวบ้านสำหรับเส้นทางที่เดินปฏิบัติการ ในอัตราเสมือนเป็นพืชผลพร้อมเก็บเกี่ยวสำรวจเสร็จแล้วชาวบ้านก็กลับมาทำเกษตรตามปกติ

จากรายงานการสำรวจคลื่นความไหวสะเทือน 3 มิติ ครั้งล่าสุดในปี พ.ศ. 2557 ในพื้นที่บางส่วนของ จ.กำแพงเพชร พิษณุโลก สุโขทัย และพิจิตร รวมเนื้อที่ 480 ตารางกิโลเมตร พบว่ามีบ่อน้ำบาดาลได้รับผลกระทบ 1 หลุม ซึ่งบริษัทรีบตามไปแก้ไขโดยเร็ว - ไม่มีบ้านพังค่ะ

และเมื่อสำรวจแล้วพบว่า “มีลุ้น” แต่จะรู้ว่า “มีจริง” หรือไม่ ก็ต้องการขุดเจาะหลุมสำรวจ ซึ่งจะต้องมีการทำ EIA และการเจรจาซื้อ/เช่าที่ดินจากชาวบ้านครั้งหน้า “คนทำงาน” จะมาเล่าให้ฟังต่อค่ะ

กว่า 30 ปีของการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมจากแหล่งน้ำมันแหล่งนี้ ไม่เคยมีความขัดแย้งบาดหมาง และตลอด 14 ปีที่ผ่านมา ผู้เขียนพบว่าแม้มีความท้าทาย ในงานชุมชนสัมพันธ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

แต่วันนี้เวลาได้พิสูจน์แล้วว่า การทำงานกับชุมชนด้วยความจริงใจ ใกล้ชิด อย่างตรงไปตรงมา เป็นหนทางที่ทำให้ได้รับความสนับสนุนไว้วางใจจากชุมชน และไม่เปิดช่องให้ “คนนอก” เข้ามาปลุกปั่น สร้างกระแสต่อต้านและความแตกแยกในชุมชนอย่างที่เกิดขึ้นในบางพื้นที่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท