posttoday
สุมไฟขัดแย้ง ปรองดองไม่เกิด

สุมไฟขัดแย้ง ปรองดองไม่เกิด

17 กุมภาพันธ์ 2558

ความพยายามขับเคลื่อนประเด็น “ปรองดอง” กลับมาเข้มข้นขึ้นอีกครั้ง เมื่อ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ กรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ความพยายามขับเคลื่อนประเด็น “ปรองดอง” กลับมาเข้มข้นขึ้นอีกครั้ง เมื่อ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ กรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง (คศป.) เตรียมดันแผนจัดตั้ง “คณะกรรมการปรองดองแห่งชาติ” บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

องค์กรนี้ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ 9 คน คู่ขัดแย้ง 5 คน มีหน้าที่ให้คำแนะนำเรื่องการปรองดองต่อรัฐบาล รวมทั้งการเยียวยาให้คำปรึกษากับผู้ได้รับผลกระทบ โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้เกิดความสันติสุขในชาติ

แม้จะไม่ใช่ภารกิจง่ายกับการสลายความขัดแย้งฟื้นฟูความปรองดองให้กลับคืนมา แต่ทาง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญยืนยันว่าเรื่องปฏิรูปและปรองดองไม่ได้เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญเฉยๆ แต่ต้องปฏิบัติได้

ท่ามกลางความกังขาจากสังคมที่่ยังไม่อาจปักใจเชื่อว่าความพยายามรอบนี้จะสามารถเดินหน้าไปสู่เป้าหมายได้จริง เพราะท่าทีหลายอย่างทั้งจากฝั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และฝั่งคู่ขัดแย้ง ยังดูสวนทางกับการปฏิรูป โดยเฉพาะการเปิดหน้าแลกหมัดที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

เริ่มตั้งแต่ที่ฝั่งขั้วอำนาจเก่าออกมาถล่มว่าถูกไล่บี้จาก คสช.อย่างหนัก ไล่มาตั้งแต่ มติสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ถอดถอน อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จากปัญหาในโครงการรับจำนำข้าว

ก่อนจะต่อด้วยดาบสองกับคดีอาญาที่ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นัดยิ่งลักษณ์ไปรายงานตัวต่ออัยการสูงสุด (อสส.) ในวันที่ 19 ก.พ. เพื่อนำตัวส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

วิบากกรรมยังไม่หมดเท่านี้ เมื่อมีรายงานข่าวว่ากระทรวงการคลังที่รับเรื่องจาก ป.ป.ช.เตรียมดำเนินการฟ้องทางแพ่งกับผู้ที่เกี่ยวข้องรวมมูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 5 แสนล้านบาท ที่จะต้องดูต่อไปว่าใครจะต้องรับผิดชอบ

มิหนำซ้ำการขยับแต่ละก้าวของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ดูจะถูกคุมเข้มเป็นพิเศษในช่วงนี้ ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนหรือการขอเดินทางออกนอกประเทศที่ถูก คสช.สั่งเบรกเอาไว้เนื่องจากกลัวการหลบหนีคดี

ไม่ต่างจากอดีตนายกฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ 1 ใน 4 จำเลยที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดจากการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551 จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งล่าสุดศาลฎีกาฯ ได้รับฟ้องเรียบร้อยแล้ว

แม้จะรับฟังได้ว่าการดำเนินคดีต่างๆ ล้วนแต่เป็นไปตามกลไกขั้นตอน ไม่ใช่การกลั่นแกล้งหรือไล่บี้เอาผิดแต่อย่างไร แต่เมื่อเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นติดๆ กัน ย่อมถูกขยายผลว่าเป็นการกลั่นแกล้งขั้วอำนาจเก่าได้ไม่ยาก

ทางฝั่งขั้วอำนาจเก่าไม่ว่าจะเป็นเสื้อแดงหรือพรรคเพื่อไทยเอง แม้จะมีกฎอัยการศึกแต่ก็ยังเปิดหน้าออกมาวิพากษ์วิจารณ์ คสช.และรัฐบาลต่อเนื่อง ยิ่งในระยะหลังถึงขั้นทำให้ คสช.ต้องรีบเบรก เชิญตัวแกนนำแดงและเพื่อไทยเข้าไปปรับทัศนคติหลายราย ปัจจัยเหล่านี้ย่อมเป็นอุปสรรคต่อการปรองดอง

ไม่แปลกที่ วรชัย เหมะ แกนนำ นปช.จะออกมาส่งสัญญาณว่า “ปากบอกว่าจะพูดคุยให้เกิดการปรองดอง แต่ลับหลังองค์กรอิสระจ้องจะเล่นงานฝั่งพรรคเพื่อไทย และ นปช. แสดงออกถึงความสองมาตรฐาน เช่นที่ ป.ป.ช.กำลังทำอยู่ตอนนี้ ฝั่งตรงข้ามทำอะไรก็ไม่มีความผิด มีแต่จ้องจะเล่นงานฝ่ายตน อดีตนายกฯ ทักษิณไม่ได้เป็นตัวปัญหาเหมือนที่บางคนมอง แต่อยู่ที่กระบวนการยุติธรรมที่ทำให้เกิดความอยุติธรรมสองมาตรฐานต่างหาก”

สัญญาณเหล่านี้ย่อมตอกย้ำว่าเส้นทางปรองดองไม่ใช่เรื่องง่าย ยังไม่ต้องมองไปไกลถึงเงื่อนไขสำคัญอย่างการ “นิรโทษกรรม” ที่ยังไม่อาจบอกได้ว่าจะทำให้เกิดการปรองดองหรือจะเป็นชนวนความขัดแย้งระลอกใหม่

ทว่าข้อเสนอที่ดูจะเป็นเนื้อเป็นหนังจาก วันชัย สอนศิริ โฆษกวิป สปช. ออกมาชงข้อเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้า คสช. พูดคุยหาทางออกกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับกลายเป็นหมัน เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ปิดประตูไม่เจรจากับคนมีคดีติดตัว

ดังนั้น การไล่เจรจากับคู่ขัดแย้งของคณะกรรมการปรองดองฯ ที่จะไล่คุยกับทั้งพันธมิตรฯ นปช. กปปส. ฯลฯ จึงไม่ใช่เรื่องง่าย ตราบใดที่ต้นตอความขัดแย้งในสังคมยังไม่ได้รับการคลี่คลาย

ยิ่งในภาวการณ์ที่ขั้วอำนาจเก่ากำลังรู้สึกว่าถูกไล่บี้อย่างหนัก มีแต่จะยิ่งทำให้เชื้อความขัดแย้งเพิ่มมากขึ้น แทนที่จะสลายตัวไป ที่สำคัญนี่จะยิ่งทำให้เส้นทางการปรองดองเกิดเป็นรูปธรรมได้ยากขึ้นตามไปด้วย 

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย