posttoday
ปูหลบหน้าอัยการ ก้าวพลาด ครั้งใหญ่

ปูหลบหน้าอัยการ ก้าวพลาด ครั้งใหญ่

16 กุมภาพันธ์ 2558

ถ้าวันที่ 19 ก.พ. ยิ่งลักษณ์ไม่มา ผลเสียจะมีต่อตัวยิ่งลักษณ์อย่างคาดไม่ถึง

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

นับตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา มีนายกรัฐมนตรีในเครือข่ายทางการเมืองของครอบครัวชินวัตรต้องขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองถึง 3 คน

เริ่มตั้งแต่ “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” ซึ่งถูกพิพากษาจำคุกในคดีการซื้อที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษก และถูกยึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาท “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” ในคดีการสั่งสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งศาลฎีกาฯ เตรียมนัดวันพิจารณาคดีในเร็วๆ นี้ จนมาถึงรายล่าสุด “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”

ในวันที่ 19 ก.พ.นี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นัดหมายให้อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ไปพบกับอัยการสูงสุดเพื่อส่งฟ้องศาลฎีกาฯ ในคดีโครงการรับจำนำข้าว

ตามขั้นตอน เมื่ออัยการสูงสุดได้ตัวยิ่งลักษณ์ในฐานะจำเลยแล้ว จะเป็นหน้าที่ของศาลฎีกาฯ ในการพิจารณาว่าจะนัดฟังคำสั่งว่าจะมีคำสั่งประทับรับฟ้องหรือไม่ โดยในกรณีที่ศาลฎีกาฯ มีคำสั่งประทับรับฟ้องจะเข้าสู่ขั้นตอนของการนัดวันพิจารณาคดีครั้งแรกต่อไป

ทั้งนี้ มีประเด็นที่น่าสนใจว่าทำไมยิ่งลักษณ์ถึงส่งสัญญาณว่าจะไม่เดินทางไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดในวันที่ 19 ก.พ.

พลิกดูเงื่อนไขทางกฎหมายแล้วพบว่า แม้ยิ่งลักษณ์จะไม่เดินทางในวันดังกล่าวจริง แต่ก็ไม่เป็นเหตุให้ศาลฎีกาฯ ออกหมายจับได้

ปัจจัยที่ทำให้ยิ่งลักษณ์ต้องถูกออกหมายจับนั้น คือ การไม่เดินทางมาศาลฎีกาฯ ในวันพิจารณาคดีครั้งแรกโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง

เวลานั้นหากยิ่งลักษณ์หายตัวขึ้นมา ย่อมเป็นเหตุให้ศาลฎีกาฯ มองว่าจำเลยอาจมีเจตนาหลบหนี และสามารถอาศัยเป็นเหตุให้ออกหมายจับเพื่อให้จำเลยมาที่ศาลได้ พร้อมกับจำหน่ายคดีออกจากสารบบชั่วคราวจนกว่าจะได้ตัวจำเลยมาที่ศาลฎีกาฯ

เหมือนกับที่ศาลได้ดำเนินการกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อปี 2553 ภายหลัง พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เดินทางมาศาลในวันนัดพิจารณาคดีปกปิดทรัพย์สินและหนี้สินเป็นครั้งแรก

ด้วยเหตุนี้เอง ทีมทนายความของยิ่งลักษณ์จึงคิดว่าเมื่อศาลฎีกาฯ ยังไม่ได้มีคำสั่งประทับรับฟ้องและนัดวันพิจารณาคดีครั้งแรก ก็ไม่มีความจำเป็นที่ยิ่งลักษณ์ต้องไปพบอัยการสูงสุด

เพียงแต่การไม่ปรากฏตัวที่สำนักงานอัยการสูงสุดในวันที่ 19 ก.พ.นี้ของยิ่งลักษณ์ ก็ไม่ส่งผลให้ขั้นตอนการฟ้องคดีสะดุดลงเช่นกัน เพราะอัยการสูงสุดยังสามารถส่งคดีให้ไปศาลฎีกาฯ ได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม แม้ที่สุดแล้วหากยิ่งลักษณ์ไม่เดินทางมายังสำนักงานอัยการสูงสุดจะไม่มีผลในทางกฎหมายต่อตัว ยิ่งลักษณ์ แต่สำหรับในทางการเมืองแล้วถือว่าไม่เป็นผลดีกับอดีตนายกฯ หญิงคนแรกของประเทศไทยอยู่ไม่น้อย

ต้องไม่ลืมว่าก่อนหน้านี้ยิ่งลักษณ์ประกาศต่อสาธารณะว่าพร้อมต่อสู้เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง ดังที่ปรากฏในการแถลงผ่านเว็บไซต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา หลังจากถูกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติถอดถอน

“ดิฉันขอยืนยันว่าดิฉันจะต่อสู้จนถึงที่สุด เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของดิฉันไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร”ส่วนหนึ่งจากถ้อยแถลงของยิ่งลักษณ์

คำพูดดังกล่าวข้างต้น ไม่ต่างอะไรกับเป็นสัญญาประชาคมว่าตัวเองพร้อมจะสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม

การมาหรือไม่มาที่สำนักงานอัยการสูงสุดมีผลดีและเสียต่อตัวยิ่งลักษณ์แตกต่างกัน

กล่าวคือ ถ้ายิ่งลักษณ์มาตามนัด ย่อมเป็นผลดีกับตัวเอง เพราะเป็นการแสดงให้เห็นว่าตัวเองไม่ได้มีเจตนาหนีคดี เหนืออื่นใดย่อมเป็นตัวช่วยให้ยิ่งลักษณ์สามารถขอเดินทางออกนอกประเทศได้ง่ายขึ้นในอนาคต แต่ในทางกลับกัน ถ้าวันที่ 19 ก.พ. ยิ่งลักษณ์ไม่มา ผลเสียจะมีต่อตัวยิ่งลักษณ์อย่างคาดไม่ถึง

ไม่ว่าจะเป็นการขอเดินทางไปต่างประเทศก็จะทำได้ยากขึ้น เพราะผู้มีอำนาจชี้ขาดย่อมมองถึงพฤติการณ์ที่ผ่านมาของยิ่งลักษณ์ แน่นอนว่าการไม่ปรากฏตัวในวันที่ 19 ก.พ. ย่อมเป็นปัจจัยหนึ่งในการชี้ขาดว่ายิ่งลักษณ์สมควรได้รับอนุญาตไปต่างประเทศหรือไม่ด้วย นอกจากนี้ยังอาจเป็นประเด็นให้ฝ่ายตรงข้ามนำมาโจมตีว่ากำลังเตรียมหนีคดีซ้ำรอย พ.ต.ท.ทักษิณ

จริงอยู่เงื่อนไขทางกฎหมายเปิดช่องให้ยิ่งลักษณ์ไม่ต้องมาตามหมายเรียก แต่เมื่อมองไปที่ผลเสียทางการเมืองที่จะตามมาแล้ว มีความเป็นไปได้ที่ยิ่งลักษณ์อาจเปลี่ยนใจในนาทีสุดท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท