posttoday
ติงร่างรธน.ไม่ตอบโจทย์ปฏิรูประบบการเมือง

ติงร่างรธน.ไม่ตอบโจทย์ปฏิรูประบบการเมือง

16 กุมภาพันธ์ 2558

ตัวแทนพรรคการเมืองติงร่างรัฐธรรมนูญใหม่ยังไม่ตอบโจทย์ปฏิรูประบบการเมือง แนะไม่ควรแยกอำนาจกกต.

ตัวแทนพรรคการเมืองติงร่างรัฐธรรมนูญใหม่ยังไม่ตอบโจทย์ปฏิรูประบบการเมือง แนะไม่ควรแยกอำนาจกกต.

เมื่อวันที่ 16 ก.พ. คณะกรรมาธิการ(กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ และคณะอนุกรรมาธิการประสานเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จัดงานสัมมนาเรื่อง “หลักการใหม่เกี่ยวกับระบอบการเมือง นักการเมือง และสถาบันการเมือง” ที่มี พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษก กมธ. ยกร่างฯ เป็นหัวเรือใหญ่ในการจัดงาน โดยมีประเด็นสำคัญในการหารือ คือ หลักการแห่งรัฐธรรมนูญเกี่ยวระบบการเลือกตั้ง ระบบรัฐสภา และคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีพรรคการเมืองเข้าร่วมสัมมนากว่า 37 พรรค อาทิ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติพัฒนา พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคมาตุภูมิ เป็นต้น

ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมสัมมนามีข้อสังเกตต่อหลักการแห่งร่างรัฐธรรมนูญ ดังนี้

1.ระบบเลือกตั้งแบบผสมมีความซับซ้อน ประชาชนยังไม่มีความเข้าใจในระบบดังกล่าว รวมถึงอาจสร้างความแตกแยกระหว่าง สส. แบบเขต และ สส. บัญชีรายชื่อ ที่สังกัดพรรคการเมืองเดียวกัน เพราะใช้จำนวน สส. บัญชีรายชื่อ จะต้องพิจารณาจากจำนวน สส. แบบเขตที่ได้รับเลือกตั้ง นอกจากนั้นยังจะทำให้รัฐบาลขาดเสถียรภาพ เพราะจะต้องเป็นรัฐบาลผสม แต่พรรคขนาดเล็กที่ร่วมรัฐบาลไม่มีอำนาจต่อรอง

2.แนวทางที่จะให้พรรคที่ได้คะแนนเสียง 4 อันดับแรก ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว อภิปรายผ่านโทรทัศน์ จะสร้างความไม่เป็นธรรมกับพรรคอื่นที่ไม่ได้ร่วมอภิปราย

3. สนับสนุนให้ กกต. เป็นผุ้จัดการเลือกตั้ง ไม่ควรแยกอำนาจของ กกต. ในการพิจาณาให้มีการเลือกตั้งใหม่ เพิกสิทธิเลือกตั้ง และจัดการเลือกตั้ง เพื่อความเป็นเอกภาพ

4. ข้อเสนอของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่เสนอให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ต้องมีอายุอย่างต่ำ 30 ปี ซึ่งแม้จะเป็นเพียงข้อเสนอที่ยังไม่มีการบัญญัติ แต่ตัวแทนพรรคการเมืองไม่เห็นด้วย หากคณะกมธ.ยกร่างฯ จะแก้ไขคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งในส่วนนี้

5. การเพิ่มอำนาจให้กับ สว. และไม่เห็นด้วยกับการกำหนดให้ สว. มาจากการสรรหาเพียงอย่างเดียว เพราะ สว. ที่มาจากการสรรหา ไม่เป็นกลางทางการเมืองอย่างชัดเจน    

นอกจากนั้นยังมีการอภิปรายของตัวแทนพรรคการเมืองที่น่าสนใจ อาทิ นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต สส. เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คณะกมธ.ยกร่างฯ มีการบัญญัติองค์กรใหม่ในรัฐธรรมนูญหลายคณะ โดยเฉพาะองค์กรที่จะตรวจสอบผู้สมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งอาจจะเป็นอุปสรรคในการสมัคร จนทำให้ผู้สมัครถูกตีตกไปตั้งแต่ขั้นตอนแรก ส่วนสมัชชาพลเมืองที่จะมีส่วนร่วมในการตรวจสอบระดับท้องถิ่น จะความยุ่งยากให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น จนเป็นที่มาของความแตกแยก 

"เข้าใจ กมธ.ยกร่างฯ ที่ต้องการจะออกแบบเครื่องมือการตรวจสอบตามที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2557 มาตรา 35 กำหนดไว้ แต่จากข้อเสนอที่จะตั้งองค์กรใหม่เยอะมากเกินไป เชื่อว่าจะไม่เกิดประโยชน์ แต่จะกลายเป็นอุปสรรคแทน ข้อเสนอทั้งหมดนี้ ไม่ได้ส่งเสริมระบอบพรรคการเมือง แต่เป็นการะทำลายพรรคการเมืองด้วยการทำอ่อนแอมากกว่าเดิม ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สามารถลงโดยอิสระหรือทำในนามคณะบุคคลก็ได้ สิ่งที่น่ากลัวคือการกำหนดว่าห้ามหาเสียงโดยมิชอบ เพราะไม่รู้ว่ามันคืออะไร จึงอยากขอความกรุณากรรมาธิการยกร่างฯ ให้จัดทำกติกา ที่ทุกคนในบ้านเมืองซึ่งแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่ายตลอดจนนานาชาติที่ห่วงใย ยอมรับได้ ห้ามมีอคติ และต้องอธิบายได้ทุกมาตราว่าเขียนมาไว้เพื่ออะไร"นายสามารถ กล่าว

ติงร่างรธน.ไม่ตอบโจทย์ปฏิรูประบบการเมือง สามารถ แก้วมีชัย

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า โจทย์สำคัญในการปฏิรูประบบการเมือง คือ การสร้างระบบการตรวจสอบถ่วงดุลที่มีประสิทธิภาพและการส่งเสริมให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็ง แต่หลักการที่ กมธ. ยกร่างฯ ได้สังเคราะห์ในเบื้องต้น ไม่ได้ตอบโจทย์ดังกล่าว ประกอบด้วยเหตุผล  ประการ ได้แก่

1.แทนที่จะเพิ่มประสิทธิภาพของการตรวจสอบ แต่กลับเพิ่มอำนาจให้กับฝ่ายบริหาร เช่น กรณีการเลือกประธานและรองประธานรัฐสภา โดยกำหนดให้ผู้ที่ได้คะแนนเป็นลำดับที่ 2 และ 3 เป็นรองประธานทันที แม้เจตนาของคณะ กมธ. ยกร่างฯ ต้องการให้มีตัวแทนพรรคฝ่ายค้านเป็นรองประธาน แต่ในทางปฏิบัติจะทำให้ประธานและรองประธานเป็นตัวแทนจากฝ่ายรัฐบาลทั้งหมด เนื่องจากสามารถส่งตัวแทนหลายคน แล้วบล็อกโหวตให้ได้ผู้ได้รับคะแนนเสียง 3 อันดับแรก เป็นตัวแทนจากฝ่ายรัฐบาล

2.การกำหนดให้รัฐสภาเป็นผู้ถอดถอนรัฐมนตรี แทนการให้วุฒิสภาเป็นผู้ถอดถอน จะทำให้รัฐบาลมีความเตรียมเปรียบ เท่ากับเป็นการเพิ่มแต้มต่อให้กับรัฐบาล เพราะรัฐบาลย่อมมีเสียงข้างมากในรัฐสภาอยู่แล้ว

3. การจัดตั้งองค์กรตรวจสอบที่อาจกลายเป็นเครื่องมือของรัฐบาล เช่น สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบองค์กรอิสระ สส. สว. ฯลฯ หากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบรัฐบาล เกรงว่ารัฐบาลจะยื่นเรืองต่อสัมชชาคุณธรรมแห่งชาติตรวจสอบ ป.ป.ช. ในลักษณะ "ตาต่อตา ฟันต่อฟัน"

4. การกำหนดให้คณะรัฐมนตรี จะต้องไม่เป็น สส. เท่ากับลดอำนาจในการตรวจสอบคณะรัฐมนตรีของรัฐสภา

5.ระบบการเลือกตั้งแบบผสมมีเป้าหมายที่จะทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง แต่การเปิดโอกาสให้บุคคลที่สังกัดกลุ่มการเมืองสามารถสมัครรับเลือกตั้งในบัญชีรายชื่อได้ ไม่ได้สร้างความเข้มแข็ง เพราะกลุ่มการเมืองและพรรคการเมืองไม่ได้แตกต่างกัน แต่กลับอยู่ในหลักเกณฑ์ที่ต่างกัน เท่ากับสองมาตรฐาน

6. สร้างความแตกแยกระหว่าง สส. แบบเขต และสส.บัญชีรายชื่อ ในพรรคเดียวกัน เพราะจะต้องแย่งชิงโควตที่พิจารณาจากคะแนนเสียงของประชาชน ขณะที่ สส. บัญชีรายชื่อ ก็ต้องแข่งขันกันเองเพื่อให้ได้โควตตาในส่วนของบัญชีรายชื่อ

ติงร่างรธน.ไม่ตอบโจทย์ปฏิรูประบบการเมือง วรรณรัตน์ ชาญนุกูล

นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า เห็นด้วยกับข้อเสนอส่วนใหญ่ของคณะกมธ.ยกร่างฯ เช่น การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของผู้สมัครรับเลือกตั้ง แต่ผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบจะต้องมีความเป็นกลางอย่างยิ่ง ฯลฯ ส่วนประเด็นที่ไม่เห็นด้วย เช่น การให้ปลัดกระทรวงทำหน้าที่รักษาการแทนนายกฯ และคณะรัฐมนตรี ระหว่างจัดการเลือกตั้ง เพราะหากมีการประชุมหารือกับผู้นำจากต่างประเทศจะไม่สมเกียรติ ส่วนกรณีที่จะให้พรรคการเมืองที่ได้คะแนนเสียง 4 ลำดับแรก จากการเลือกตั้งในครั้งที่ผ่านมา จัดอภิปรายผ่านโทรทัศน์ เพราะจะก่อให้เกิดความไม่เท่าเทียมกับพรรคอื่นๆ รวมถึงกรณีการลงมติของ สส. ควรที่จะเป็นอำนาจของพรรคการเมืองเช่นเดิม เพราะ สส. จำเป็นจะต้องเคารพมติพรรค

นายนิกร จำนง ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างโดยยึดปัญหาในอดีต แต่จะเป็นการสร้างปัญหาให้กับอนาคต ซึ่งพิจารณาได้จาก 1. ลดอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร โดยกำหนดให้การถอดถอนขึ้นอยู่กับรัฐสภา ซึ่งเท่ากับเพิ่มอำนาจให้กับวุฒิสภาในการร่วมถอดถอน เพราะไม่เชื่อการทำหน้าที่ของ สส. ในอดีต 2. คณะกมธ.ยกร่างฯ ไม่เชื่อในระดับเลือกตั้ง จึงกำหนดให้ สว. มาจากการสรรหาทั้งหมด ส่วนระบบเลือกตั้ง สส. ก็ออกแบบให้มีความซับซ้อน และ 3. ลดบทบาทพรรคการเมือง เพราะคณะกมธ.เชื่อว่าปัญหาที่ผ่านมาเกิดจากพรรคการเมือง ซึ่งจะทำให้ในอนาคตขาดรัฐบาลเสียงข้างมากในรัฐสภา จะมีเพียงพรรคแบบผสม ไม่มีอำนาจต่อรอง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท