
กมธ.ยกร่างฯเคาะรธน.ปฏิรูปบริหารราชการแผ่นดิน
กมธ.ยกร่างฯเคาะรธน.ใหม่ปฏิรูปบริหารราชการแผ่นดิน รื้อระบบให้สัมปทาน ต้องสร้างความโปร่งใส
กมธ.ยกร่างฯเคาะรธน.ใหม่ปฏิรูปบริหารราชการแผ่นดิน รื้อระบบให้สัมปทาน ต้องสร้างความโปร่งใส
เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ที่ประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้มีความเห็นชอบร่วมกันในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในส่วนที่ 5 การปฏิรูปด้านการบริหารราชการแผ่นดิน โดยมีเนื้อหาดังนี้
มาตรา (4/1/5) 1 ให้มีการปฏิรูปด้านการบริหารราชการแผ่นดินตามแนวทางดังต่อไปนี้
(1) การบริหารราชการแผ่นดินและการจัดสรรงบประมาณต้องดำเนินการตามยุทธศาสตร์ระยะยาวและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
(2) ให้กำหนดขอบเขตภารกิจอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐในการบริหารราชการแผ่นดินในลักษณะกลุ่มภารกิจ การบริหารราชการภาคและพื้นที่อื่น ให้ชัดเจนและสัมพันธ์กันแบบบูรณาการ โดยยึดการมีส่วนร่วมและประโยชน์สุขของประชาชนเป็นหลัก
(3) ให้สร้างระบบและกลไกในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเน้นการให้บริการผ่านระบบสารสนเทศ
(4) ให้ทบทวนภารกิจและบริการสาธารณะที่หน่วยงานของรัฐจัดทำอยู่เพื่อลดและเลิกความซ้ำซ้อนระหว่างกัน ภารกิจและบริการสาธารณะใดที่อาจให้ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม หรือองค์กรบริหารท้องถิ่น จัดทำได้โดยมีคุณภาพและมาตรฐานที่ไม่ต่ำกว่าที่จัดทำโดยหน่วยงานรัฐ และมีราคาที่ไม่สูงเกินสมควร หน่วยงานรัฐต้องยุติการดำเนินการและถ่ายโอนการกิจและบริการนั้นให้ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม หรือองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการ
(5) ให้ปรับปรุงกฎหมายซึ่งกำหนดเรื่องการออกใบอนุญาตที่มีลักษณะเป็นการผูกขาด ให้สัมปทาน หรือให้สิทธิในการประกอบกิจการใด โดยให้ใช้วิธีประมูลโดยเปิดเผยเป็นหลัก เว้นแต่มีความจำเป็น คณะรัฐมนตรีอาจมีมติให้ดำเนินการด้วยวิธีอื่นใดโดยต้องประกาศเหตุผลให้ทราบเป็นการทั่วไป ใบอนุญาตใดที่ไม่ได้มีการดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาตไว้แล้วโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ให้ถือว่าใบอนุญาตเป็นอันสิ้นสุดลง และให้หน่วยงานของรัฐซึ่งมีอำนาจออกใบอนุญาตมีหน้าที่ต้องพิสูจน์ความจำเป็นของการมีใบอนุญาตนั้นต่อรัฐสภาทุก 5 ปี
(6) ให้มีองค์การบริหารภาคเป็นราชการส่วนกลางที่ตั้งอยู่ในภูมิภาค ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะในการบริหารงานของหน่วยงานของรัฐในพื้นที่ จัดทำแผนพัฒนาภาคที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาประเทศ ประสานการบริหารงานระหว่างราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ให้เกิดการพัฒนาอย่างบูรณาการและยั่งยืนของหน่วยงานของรัฐในระดับพื้นที่ ซึ่งครอบคลุมหลายจังหวัดในภาค และให้หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามแผนพัฒนาภาค ตลอดจนคำปรึกษาและข้อเสนอแนะอย่างเคร่งครัด และเพื่อประโยชน์ในการบริหารงานขององค์การบริหารภาค จะตราพระราชกฤษฎีกาโอนอำนาจหน้าที่ งบประมาณ และบุคลากรของราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค หรือส่วนท้องถิ่น ให้องค์การบริหารภาครับผิดชอบดูแลก็ได้
(7) ให้มีคณะกรรมการอิสระว่าด้วยค่าตอบแทนบุคลากรภาครัฐ ทำหน้าที่ศึกษา วิเคราะห์ เทียบเคียง ค่าตอบแทน ซึ่งรวมทั้งเงินเดือน สวัสดิการ และประโยชน์ตอบแทนอื่นทุกประเภทของเจ้าหน้าที่รัฐทุกประเภทและทุกระดับกับค่าตอบแทนในภาคเอกชน และแจ้งให้รัฐสภาและคณะรัฐมนตรีรับทาบ แล้วประกาศให้ทราบเป็นการทั่วไปทุกระยะตามที่กฎหมายบัญญัติ







