
นายกฯคาดปีนี้เศรษฐกิจโต4%
"ประยุทธ์"คาดปีนี้เศรษฐกิจโต 4% หวังการท่องเที่ยวช่วยพยุงเศรษฐกิจ ยืนยันเร่งเดินหน้าแก้ปัญหาทุกด้าน
"ประยุทธ์"คาดปีนี้เศรษฐกิจโต 4% หวังการท่องเที่ยวช่วยพยุงเศรษฐกิจ ยืนยันเร่งเดินหน้าแก้ปัญหาทุกด้าน
เมื่อวันที่ 16 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจว่า วันนี้รัฐมนตรีท่องเที่ยวได้รายงานว่า นักท่องเที่ยวจีนและญี่ปุ่นเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก รวมถึงการท่องเที่ยวในจังหวัดต่างๆ ก็ดีขึ้น คนไทยไปเที่ยวมากขึ้น ซึ่งสิ่งที่รัฐบาลจะต้องดูแลกันต่อไปคือเรื่องการท่องเที่ยวในช่วงนี้ เพราะจะได้ช่วงพยุงเศรษฐกิจในด้านอื่นขึ้นด้วย ส่วนในเรื่องเงินเฟ้อก็ติดลบ แต่ทางฝ่ายการเงินระบุว่าไม่มีผลอะไร เรื่องดอกเบี้ยคิวอีของต่างประเทศที่ทุ่มเงินลงมาก็ยังมาไม่ถึง แต่ส่วนใหญ่เป็นการเข้ามาซื้อหุ้นระยะสั้นเกร็งกำไรก็ว่าไป วันนี้ก็ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยดู 2 เรื่อง ทั้งเรื่องของอัตราเงินเฟ้อ และดอกเบี้ยเงินกู้ ซึ่งวิเคราะห์กันว่าสถานการณ์ในปีนี้ เศรษฐกิจน่าจะเติบโต4%
นายกฯ กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องการส่งออกก็ดีขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจการก่อสร้าง รวมทั้งได้ไล่ถามไปว่าเศรษฐกิจครัวเรือนเป็นอย่างไร ซึ่งต้องไปดูเรื่องหนี้สินครัวเรือนว่าจะเป็นอย่างไร จะให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ธนาคารออมสิน เข้าไปดู ซึ่งวันนี้โครงการช่วยเหลือเกษตรกรอยู่แล้ว แต่จะให้เคลียร์หนี้ทั้งหมดคงยาก เพราะจำนวนเงินเยอะ สำหรับเรื่องยางพาราที่มีการช่วยเหลือประชาชน ก็ต้องไปดูว่าช่วยเหลือประชาชนได้แค่ไหนอย่างไร
“ทุกอย่างเราแก้ทุกวันไม่ใช่ว่าไม่สนใจ เรื่องข้าวเราก็สั่งการว่าในฤดูกาลทำนาครั้งหน้าจะทำอย่างไร เพื่อให้ลดต้นทุนได้อย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่ค่าเช่าที่ ค่าปุ๋ย ค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าไถ ซึ่งต้องไปจัดรูปแบบสหกรณ์ให้ได้ ต้องบอกพ่อแม่พี่น้องว่าผมเป็นกังวลอยู่แล้ว ในที่ประชุมครม.เศรษฐกิจผมก็ไล่ทุกอัน ก่อนที่จะนำเข้าครม. ว่าทุกอย่างที่จะทำต้องไม่มีปัญหา อย่าให้มาคนมาเรียกร้อง ซึ่งก็ดีขึ้น แต่เศรษฐกิจต้องใช้เวลาหน่อย”พล.ประยุทธ์กล่าว
เมื่อถามว่า เรื่องการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนเป็นอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ปัญหามีอยู่อันเดียวคือเกษตรกรมีรายได้น้อย เพราะราคาผลิตผลมันลดลง ทำให้เงินน้อยลงในการจับจ่าย เราต้องไปช่วยตรงอื่น แต่ตนว่าราคาผลิตผลที่ลดลงก็ลงเฉพาะราคาที่เคยบิดเบือน ซึ่งวันนี้เราได้ให้หน่วยงานลงพื้นที่ไปตรวจราคา พบว่าราคาวัตถุดิบไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก บางอย่างก็ขึ้นบางอย่างก็ลง ส่วนที่ลงเพราะราคาน้ำมันแต่ทั้งนี้มีกลไกอื่นๆอีกด้วย แต่ถ้าจะราคาลงไปทั้งหมดไม่ได้เพราะจะส่งผลให้ผู้ประกอบการเจ๊ง จะเอาถูกทั้งหมดไม่ได้ เพราะการค้าขายมันเสรี เราไม่ใช่ประเทศที่คุมไปทุกเรื่องไม่อย่างนั้นธุรกิจจะอยู่ไม่ได้ เราไม่ได้ไปเอื้อใคร เราเป็นห่วงคนจนมากมาย
เมื่อถามว่า การเมืองยังเป็นตัวฉุดความเชื่อมั่นไม่เต็มร้อยใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ได้ให้ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) อธิบายคนให้เข้าใจ ถ้าอธิบายในภาพใหญ่คนจะไม่เข้าใจ ต้องบอกว่าตอนนี้เรามีสินค้าให้เลือกอยู่แล้ว เช่นสินค้าราคาถูกธงฟ้า ไม่เห็นจะต้องไปซื้อที่ห้าง เพราะวันนี้เมื่อเงินตัวเองมีน้อยต้องซื้อของราคาถูก กินอะไรที่ถูกลงมา ซึ่งวันนี้คนไม่กล้าใช้เงิน ก็ขอร้องกันว่ามีมากใช้มาก มีน้อยใช้น้อย เลือกให้ถูกต้อง วันนี้รัฐบาลอุดหนุนเต็มที่อยู่แล้วหลายเรื่อง เดี๋ยวจะไม่มีเงินใช้อย่างอื่น ทั้งนี้ถ้าสถานการณ์รอบๆบ้านดีขึ้น ชายแดนดีขึ้น เพิ่มมูลค่าการค้าขายรอบบ้านให้ดีขึ้น ก็จะดีขึ้นเอง ตอนนี้เรากำลังสร้างความเข้มแข็ง ถ้าเราแก้ปัญหาด้วยการโยนเงินลงไป ก็จะมีเงินมาซื้ออยู่แค่พักเดียว แล้วกลับมาแบบเก่าอีก







