
ปรับปรุงประสิทธิภาพ แปรรูปรัฐวิสาหกิจ และอีกมากมาย
โดย...ผศ.ดร.สันติ ชัยศรีสวัสดิ์สุข
โดย...ผศ.ดร.สันติ ชัยศรีสวัสดิ์สุข
เป็นเรื่องที่ต้องขบคิดกันมาก และจะต้องมีการโต้แย้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันพอสมควรในประเด็นที่ได้กล่าวถึงในหัวข้อเรื่องวันนี้ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่มีประเด็นคำถามมากมายที่สังคมต้องการคำตอบ
แต่ก็น่าจะเป็นเวลาที่สุกงอมที่ประเทศไทย สังคมไทย ควรจะได้มีคำตอบต่อประเด็นคำถามที่เกี่ยวข้องกับรัฐวิสาหกิจเหล่านี้ เพื่อเป็นการเปลี่ยนแปลงไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเริ่มต้นจากคำถามแรกว่า โครงสร้างของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน เราควรจะต้องยังคงรัฐวิสาหกิจใดไว้บ้าง
รัฐวิสาหกิจใดที่รัฐไม่มีความจำเป็นต้องมีบทบาทแล้วในฐานะผู้ผลิตและผู้ให้บริการนั้น (แสดงว่าการผลิตและการให้บริการนั้นสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าโดยภาคเอกชน) หรือรัฐวิสาหกิจใดควรจะต้องคงไว้ในบางส่วนบางกิจกรรม ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเป็นคำถามที่ยากเอาการอยู่ทีเดียว
สำหรับประเทศไทยเองก็มีตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลงในลักษณะดังกล่าวให้เห็นบ้างอยู่พอสมควร เช่น การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในกิจกรรมทางด้านโทรคมนาคมติดต่อสื่อสาร การเปลี่ยนแปลงของกิจกรรมการให้บริการไปรษณีย์ ฯลฯ รวมทั้งการเกิดขึ้นของกิจการอย่างการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) ซึ่งพื้นฐานสำคัญของการตอบคำถามดังกล่าวจึงควรตั้งอยู่บนเรื่องของประสิทธิภาพเป็นหลัก กล่าวคือ ถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งอย่างใดเกิดขึ้น การเปลี่ยนแปลงนั้นควรจะต้องนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการให้บริการที่ดีขึ้น
การเกิดขึ้นและการดำรงอยู่ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในรูปแบบของรัฐวิสาหกิจมีเหตุผลในทางเศรษฐศาสตร์ที่สนับสนุน 3-4 ประการ ได้แก่
1.เหตุผลในเรื่องการประหยัดจากขนาด (Economies of Scale) หมายถึงการผลิตจำนวนมากๆ โดยผู้ผลิตเพียงรายเดียวจะมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าการมีผู้ผลิตหลายรายแข่งขันกันผลิตในตลาด
2.เหตุผลในเรื่องความจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากเกินกว่าเอกชนรายใดรายหนึ่งจะสามารถดำเนินการได้ (Insufficiency Capital) หรือแม้ว่าจะมีเอกชนเพียงรายเดียวสามารถระดมทุนได้มากเพียงพอ ก็จะทำให้โครงสร้างตลาดเป็นตลาดแบบผูกขาดได้
3.เหตุผลในเรื่องที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจนั้นอาจเกิดการล้มเหลวของตลาดได้ (Market Failure) เช่น การดำเนินงานของกิจกรรมทางเศรษฐกิจนั้นจะก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมสำหรับการแข่งขันในตลาด โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรสิทธิประโยชน์ในการเข้าถึงทรัพยากรกรผลิตเฉพาะของประเทศ ฯลฯ และ
4.เป็นกิจกรรมที่จำเป็นที่ภาครัฐต้องเป็นผู้ให้บริการกับสังคม (Social or Public Services) ได้แก่ การให้บริการแก่สังคม(โดยเฉพาะคนจน คนด้อยโอกาส) เป็นต้น
การคิดวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจนั้นจำเป็นต้องแยกวิเคราะห์แต่ละรัฐวิสาหกิจออกจากกัน เพราะแต่ละรัฐวิสาหกิจมีลักษณะ เหตุผลของการเป็นรัฐวิสาหกิจ และรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจแต่ละแหล่งแตกต่างกัน สำหรับคราวนี้ขออนุญาตหยิบเอากรณีของ ขสมก.มาเป็นกรณีศึกษาในประเด็นที่น่าจะต้องมีการคำนึงถึงเกี่ยวกับการปรับปรุงหน่วยงานนี้
การให้บริการขนส่งมวลชนของกรุงเทพมหานครมีประเด็นที่น่าสนใจหลายประการ เช่น ปัญหาการให้บริการ การเก็บค่าโดยสาร การให้สัมปทานรถร่วมบริการและการควบคุมคุณภาพการให้บริการ ปัญหาการขาดทุนและหนี้สะสมของหน่วยงาน ซึ่งล้วนแต่เป็นปัญหาที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง รวมทั้งปัญหาคุณภาพการให้บริการที่ไม่ได้อยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจนัก ดังนั้นคำถามสำคัญที่น่าสนใจของ ขสมก. คือ กรุงเทพมหานครยังมีความจำเป็นต้องมีบริการขนส่งมวลชนที่ให้บริการโดยภาครัฐหรือไม่? ถ้าคำตอบคือ ใช่ มีความจำเป็น คำถามถัดไปจึงจะเป็นว่า การให้บริการขนส่งมวลชนโดยภาครัฐนั้นควรจะต้องดำเนินการอย่างไร?
ในหลายๆ มิติที่จะต้องพิจารณาเพื่อประกอบการวางแผนการให้บริการขนส่งมวลชนของกรุงเทพมหานคร ขออนุญาตนำเสนอข้อคิดเห็นประกอบ ยกตัวอย่างเช่น ด้วยสภาพทางเศรษฐกิจของไทยที่ขาดแคลนแรงงานทักษะหรือแรงงานคุณภาพ ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านการจ้างงานของ ขสมก.กลายเป็นค่าใช้จ่ายที่สูง ยิ่งถ้ารวมเข้ากับค่าใช้จ่ายทางด้านสวัสดิการของพนักงาน ขสมก.แล้ว ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ก็ปรับเพิ่มขึ้นและมีแนวโน้มจะปรับเพิ่มขึ้นและเป็นภาระต่อการบริหารทางการเงินของหน่วยงาน
ถ้าเป็นอย่างนั้น จะเป็นไปได้ไหมที่การบริการของ ขสมก.จะใช้วิธีการเก็บค่าบริการโดยไม่ต้องใช้คนเก็บ และใช้คนจำนวนหนึ่งไปทำหน้าที่ในการตรวจสอบความถูกต้องในการจัดเก็บเงิน ถ้าดำเนินการได้จริง ขสมก.น่าจะลดค่าใช้จ่ายด้านพนักงานได้ประมาณครึ่งหนึ่ง (คิดหยาบๆ ว่ารถเมล์ 1 คัน มีคนขับ 1 คน พนักงานเก็บเงิน 1 คน)
นอกจากนี้ ถ้าจะมองไปในระยะยาว(5-10 ปีข้างหน้า) ก็น่าจะต้องมาคิดดูว่ารูปแบบของการให้บริการขนส่งมวลชนในเขตเมืองอย่างกรุงเทพมหานครควรจะเป็นอย่างไร หากมีบริการขนส่งมวลชนที่หลากหลายมากขึ้น ได้แก่ การให้บริการรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน เป็นต้น ที่จะครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางกว่าในปัจจุบันมาก ดังนั้นการให้บริการของ ขสมก.น่าจะต้องปรับรูปแบบการให้บริการมาเป็นแบบการให้บริการเพื่อการเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดินเป็นหลัก
ถ้าชัดเจนว่าจะเป็นอย่างนั้น เส้นทางเดินรถก็ควรจะกำหนดให้สั้นลง ปรับลดค่าโดยสารลง และแชร์รายได้ส่วนหนึ่งกับการให้บริการรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดิน ในฐานะที่ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในการเชื่อมโยงการให้บริการ ประเภทของรถ ลักษณะของรถที่จะนำมาให้บริการก็ต้องวางแผนให้สอดคล้องกันคงจะมีประเด็นอื่นๆ อีกมากมายในหลายมิติที่น่าจะได้มีการนำเสนอเพื่อจะได้ขบคิดแลกเปลี่ยนกันในวงกว้างเพื่อว่าการให้บริการขนส่งมวลชนของกรุงเทพมหานครจะสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้บริการในกรุงเทพมหานครได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอาจจะเป็นการบรรเทาปัญหาทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมในเขตเมืองได้ทางหนึ่งด้วย







