
สัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21 : ระเบิดเวลารัฐบาล
18 ก.พ.นี้ รัฐบาลกำลังจะปิดการยื่นประมูลสัมปทานปิโตรเลียม
โดย...สุวิทย์ คุณกิตติ
18 ก.พ.นี้ รัฐบาลกำลังจะปิดการยื่นประมูลสัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21 ท่ามกลางการเคลื่อนไหวคัดค้านของหลายฝ่ายทั้งจากภาคประชาชน องค์กรเอกชนที่สนใจศึกษาติดตามเรื่องพลังงานอย่างต่อเนื่อง และกลุ่มผู้นำในสังคม
จนรัฐบาลต้องขอให้ยุติการเคลื่อนไหวและมอบให้สภาปฏิรูปแห่งชาติไปพิจารณาว่าสมควรหรือไม่อย่างไร ในการดำเนินการเปิดสัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21
สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่รัฐบาลเป็นผู้คัดเลือกเองได้พิจารณากันอย่างเปิดเผยและกว้างขวางครอบคลุมประเด็นที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากที่เห็นด้วยกับรัฐบาลในการเปิดสัมปทาน ได้พิจารณามาแล้วอย่างรอบคอบพยายามชี้แจงว่าควรให้รัฐบาลดำเนินการต่อไป
แต่เมื่อได้มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางจนครบถ้วนแล้ว สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่น่าจะสนับสนุนรัฐบาลกลับมีมติว่า ไม่เห็นด้วยกับการเปิดสัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21 และขอให้รัฐบาลยุติการดำเนินการไว้ก่อน จนกว่าจะมีการปรับปรุงระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่ล้าสมัยเพราะใช้มานานแล้ว แต่รัฐบาลก็ยังไม่ยอมรับฟังเสียงคัดค้านของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ กลับเดินหน้าเร่งรัดการเปิดประมูลต่อไป
นอกจากนั้น รัฐบาลพยายามที่จะลดแรงกดดันและการคัดค้าน ด้วยการเพิ่มเงื่อนไขที่เป็นไปไม่ได้ ในเงื่อนไขการประมูลว่าหลังจากเอกชนรายใดได้รับสัมปทานไปแล้วจะต้องมาเจรจาเรื่องการแบ่งปันผลประโยชน์กันตามระเบียบและกฎหมายใหม่ที่จะมีขึ้นในภายหน้า
อ้อยเข้าปากช้างไปแล้ว จะไปเอาออกมาได้อย่างไร
โดยหลักนิติธรรม หลักกฎหมายสากลเบื้องต้น สำหรับคนที่ไม่ได้เรียนกฎหมายและมีสามัญสำนึกย่อมรู้ดีว่า กฎหมายและระเบียบที่ออกมาใหม่ไม่มีผลย้อนหลังและไม่สามารถไปบังคับเปลี่ยนแปลงการกระทำที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นไปแล้ว
จะให้เชื่อได้อย่างไรว่าเงื่อนไขที่เพิ่มเข้าไปจะมีผลบังคับย้อนหลังกับคู่สัญญาที่ได้รับสัมปทานไปแล้ว เงื่อนไขคือขอให้มีการเจรจา แต่ไม่ได้มีผลบังคับว่าถ้าผู้ได้รับสัมปทานไปแล้วไม่ยอมจะทำอย่างไร
สุดท้ายก็มีคณะบุคคลซึ่งมีทั้งอดีตนายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา รัฐมนตรี และผู้ทรงคุณวุฒิในหลายสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ได้ทำจดหมายเปิดผนึกคัดค้านการเปิดประมูลสัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21 ถึงนายกรัฐมนตรีโดยตรง
ที่สำคัญคือคนที่คัดค้านการเปิดประมูลเหล่านี้เป็นผู้ที่ให้การสนับสนุนรัฐบาลและ คสช.ตลอดมา
นายกฯ ยิ่งลักษณ์ รัฐมนตรีและข้าราชการที่เกี่ยวข้องโดนถอดถอนและถูกดำเนินคดีอาญาเพราะมีการแจ้งเตือนหลายครั้งแล้วว่า โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลมีปัญหาอาจทำให้เกิดการทุจริตประพฤติมิชอบ นายกฯ ยิ่งลักษณ์รู้อยู่แล้วว่ามีการทักท้วง แต่ก็ยังเร่งรัดและปล่อยให้มีการดำเนินโครงการต่อไป โดยให้เหตุผลว่าโครงการนี้จำเป็นเร่งด่วนต้องทำ เพราะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชน โดยเฉพาะเป็นการแก้ไขปัญหาของชาวนา จึงถูกกล่าวหาตามมาตรา 157 ว่าละเว้น ไม่ใส่ใจในการทักท้วง รวมทั้งมีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากโครงการอีกด้วย
โบราณว่า จิ้งจกทักยังต้องฟัง
นายกฯ ประยุทธ์ก็ได้รับข้อมูลและมีการเตือนเพื่อทักท้วงเรื่องสัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21 หลายครั้ง
ครั้งแรกมีการเคลื่อนไหวคัดค้านการเปิดสัมปทานครั้งนี้ นายกฯ ประยุทธ์ก็ขอให้ยุติการเคลื่อนไหวเพื่อเห็นแก่ชาติ ต้องยุติความขัดแย้งโดยขอให้ทุกฝ่ายไปดำเนินการในสภาปฏิรูปแห่งชาติมีมติอย่างไรก็ส่งให้รัฐบาล
สภาปฏิรูปแห่งชาติก็ทักท้วงแล้วว่า ไม่เห็นด้วย ขอให้ยกเลิกการประมูลสัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21 เสียก่อน
เมื่อรัฐบาลยังไม่ยอมยกเลิก ก็มีเสียงคัดค้านเป็นระยะ และในที่สุดเมื่อเห็นว่ารัฐบาลคงไม่ยอมหยุดจึงมีจดหมายคัดค้านเปิดผนึกถึงนายกฯ ประยุทธ์
ก่อนจะเดินหน้าต่อไป นายกฯ ประยุทธ์และรัฐบาลควรจะต้องมีการทบทวนว่า
1.ถ้าการเปิดประมูลเป็นประโยชน์และเป็นธรรมกับประเทศชาติและประชาชนแล้ว ทำไมสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่รัฐบาลและ คสช.คัดเลือกมาเอง ควรต้องให้การสนับสนุน แต่กลับไม่สนับสนุนและยังคัดค้านอีกด้วย
2.จดหมายเปิดผนึกคัดค้านการเปิดประมูลสัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21 ที่ส่งถึงนายกฯ ประยุทธ์และรัฐบาลนั้น รายชื่อที่ปรากฏก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่รณรงค์เคลื่อนไหวสนับสนุนมวลมหาประชาชนจนทำให้เกิดเงื่อนไขการปฏิวัติรัฐประหารและสนับสนุน คสช.ให้ตั้งรัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาของประเทศทั้งสิ้น หากการเปิดประมูลสัมปทานครั้งนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มอำนาจใด
หากการดำเนินการนั้นถูกต้อง โปร่งใสและเหมาะสมจริง เหตุใดคนที่เคยสนับสนุนรัฐบาลและ คสช.กลุ่มนี้ จึงออกมาคัดค้านและขอให้ยกเลิกการประมูลไปก่อน จนกว่าจะมีการดำเนินการตามข้อเสนอที่ชัดเจน ซึ่งทำไม่ยากและเป็นประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนจริงเสียก่อน เมื่อดำเนินการตามเงื่อนไขอย่างรอบคอบเรียบร้อยแล้วก็ให้เปิดประมูลได้
นายกฯ ประยุทธ์ต้องหาเหตุผลให้ได้ว่า ทำไมคนที่ต้องสนับสนุนและเคยสนับสนุนจึงต้องคัดค้าน หากเห็นว่าการคัดค้านของคนเหล่านี้ไม่สุจริตและไม่มีเหตุผลเพียงพอค่อยดำเนินการต่อไป
แต่ต้องตอบให้ได้ว่า ทำไมรัฐบาลถึงต้องเร่งรัดเปิดการประมูลสัมปทานปิโตรเลียม
ทำไมรัฐบาลจึงยังไม่เคยตอบคำถามที่ประชาชนสงสัยให้ครบถ้วน ไม่เคยเอาข้อมูลมาเปิดเผยให้ประชาชนได้รับรู้เลย มีอะไรต้องปิดบังหรือ
ปฏิรูปพลังงานเป็นวาระแห่งชาติไม่ใช่หรือ...ทำไมไม่ปฏิรูปเสียก่อนค่อยดำเนินการ
เรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญที่มีการเรียกร้องและคัดค้านกันมาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้มวลมหาประชาชนต้องออกมารวมพลังกันขับไล่รัฐบาล จนต้องมีการปฏิวัติรัฐประหาร
หากรัฐบาลยังไม่ฟังเสียงคนที่เคยสนับสนุนกันมา ก็น่าเป็นห่วง
อย่าปล่อยให้สัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21กลายเป็นระเบิดเวลาที่รัฐบาลวางไว้เอง
รัฐบาลมีเรื่องสำคัญเร่งด่วนกว่าที่ต้องทำอีกมาก ถอดชนวนเสียเถอะ อย่าปล่อยให้เป็นน้ำผึ้งหยดเดียวเลย







