
สร้างความเข้าใจ
หลายโครงการที่จะสร้างประโยชน์ให้กับส่วนรวม บางครั้งต้องโดนเก็บใส่ลิ้นชัก หรือชะลอออกไปอย่างไร้กำหนด
หลายโครงการที่จะสร้างประโยชน์ให้กับส่วนรวม บางครั้งต้องโดนเก็บใส่ลิ้นชัก หรือชะลอออกไปอย่างไร้กำหนด ด้วยปัญหาไม่เข้าใจกันเพียงเล็กๆ น้อยๆ ทำให้ประเทศชาติเสียโอกาสจากโครงการที่น่าจะเกิดประโยชน์ต่อสาธารณะ
อย่างเช่นโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเมื่อต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ได้ตั้งคณะกรรมการโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นมา ด้วยเป้าหมายดำเนินโครงการสร้างถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่ง เพื่อใช้เป็นทางสัญจร สันทนาการ และการท่องเที่ยว ตามแผนเดิมจะเริ่มที่สะพานพระราม 3 ไปถึงสะพานพระนั่งเกล้า รวมระยะทางยาว 50 กิโลเมตร แบ่งเป็นฝั่งแม่น้ำละ 25 กิโลเมตร ใช้งบในการก่อสร้าง 2-3 หมื่นล้านบาท
สำหรับเฟสแรก ทางกรุงเทพมหานคร (กทม.) จะเริ่มก่อสร้างช่วงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าถึงสะพานพระราม 7 ระยะทางยาว 14 กิโลเมตร เบื้องต้นทาง กทม.กำหนดจะสร้างเป็นทางเดิน ทางจักรยาน และพื้นที่สันทนาการ หวังจะให้เป็นสัญลักษณ์หรือแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของ กทม. โดยในโครงการไม่มีแผนจะสร้างเป็นทางสำหรับรถขนส่งสาธารณะ
จากความไม่ชัดเจนของโครงการในด้านต่างๆ การไม่เปิดเผยข้อมูล แต่รัฐบาลพยายามทุกวิถีทางที่จะเริ่มโครงการก่อสร้างให้ได้ภายในปี 2558 ทำให้โครงการที่น่าจะเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ต่อสาธารณะ เหมือนกับต่างประเทศ ที่แม่น้ำสายหลักของประเทศ บรรยากาศดี ทัศนียภาพสะท้อนวัฒนธรรม จะใช้เป็นพื้นที่สาธารณะพักผ่อนเพื่อส่วนรวม ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว อย่างโครงการถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ต้องเผชิญกับปัญหาที่คาดไม่ถึงอีกมากมายแน่ หากไม่รับฟังความคิดเห็นส่วนรวม โดยเฉพาะผู้อยู่อาศัยริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
เห็นได้จากหลายโครงการที่พัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาโดยไม่รับฟังเสียงส่วนรวม ซึ่งสร้างปัญหาอยู่ในปัจจุบัน เช่น การสร้างเขื่อนคอนกรีต ริมคลองบางกอกน้อย ที่เป็นเส้นทางท่องเที่ยวทางเรือ เมื่อรัฐสร้างเขื่อนคอนกรีตเสร็จ ตัวเขื่อนได้บดบังบรรยากาศริมแม่น้ำหมด ทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยวขณะความต้องการของผู้อยู่อาศัยริมคลองต้องการเขื่อนที่ออกแบบมาแล้วเข้ากับการใช้ชีวิตริมน้ำ
นอกจากนี้ โครงการทางเดินเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาที่สร้างไปแล้ว เช่นช่วงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ถึงสวนสันติชัยปราการ โครงการดังกล่าวก็น่าจะใช้เป็นกรณีศึกษาของโครงการสร้างถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาครั้งนี้ได้ เพราะทางเดินที่สร้างขึ้นมามีช่องทางให้คนได้เข้าถึง เข้าใช้บริการคุ้มค่าหรือไม่ รวมทั้งในด้านความปลอดภัยแสงสว่างที่จะใช้ประโยชน์ยามค่ำคืน ยังไม่นับรวมถึงเมื่อมีถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว ในส่วนของทางแยกคลองหลักต่างๆ จะทำอย่างไร
ภาพรวมทั้งหมดจะเห็นได้ว่า หากรัฐไม่นำแบบของถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาไปทำความเข้าใจ มีการรับฟังความเห็นเพื่อปรับแบบให้เข้ากับการใช้ชีวิตของท้องถิ่น เชื่อแน่ว่าโครงการนี้จะมีปัญหามากกว่าหลายโครงการที่ดันทุรังทำไปแล้ว







