
นี่สิ...ของแท้
สัปดาห์ที่แล้ว พาไปรู้จัก คุณลุงย่งติ่ง แซ่ลี้ ผู้สร้างวัดศรีแก้งคร้อและสร้างล็อกเกตหลวงปู่ผาง จิตฺตคุตฺโต
โดย...ภัทระ คำพิทักษ์
สัปดาห์ที่แล้ว พาไปรู้จัก คุณลุงย่งติ่ง แซ่ลี้ ผู้สร้างวัดศรีแก้งคร้อและสร้างล็อกเกตหลวงปู่ผาง จิตฺตคุตฺโต
และคุณลุงเล่าถึงปฐมเหตุที่ได้ไปรู้จักหลวงปู่ผางและยังให้เกิดศรัทธากับหลวงปู่
คุณลุงย่งติ่งเล่าว่า หลังจากหลวงปู่รักษาอาการประหลาดของผู้ป่วยหญิงที่ อ.แก้งคร้อ หายขาด หลังจากนั้นคุณลุงก็ไปมาหาสู่กับหลวงปู่ผางตลอดและมีศรัทธาสูงสุดคือ ได้สละเพศคฤหัสถ์ไปบวชกับหลวงปู่ผางเป็นเวลาหนึ่งพรรษา
“ตอนนั้นจะว่าไปก็มีเรื่องน่าแปลกใจอย่างหนึ่งคือ ผมอยากบวชกับท่านแต่เตี่ยผมท่านป่วยเป็นโรคหอบ ผมก็กังวลว่า ถ้าไปบวชแล้วท่านเกิดเจ็บป่วยขึ้นมาใครจะเป็นคนดูแล แต่ผมมีศรัทธาจริงๆ เมื่อไม่รู้จะทำอย่างไรก็เลยอธิษฐานเอา ผมอธิษฐานว่า ระหว่างผมบวชขอให้พ่อแม่อยู่สบายดีอย่าได้เป็นหอบก็ปรากฏว่า ท่านก็อยู่สบายดีจริงๆ ไม่ป่วยเลย...”
บวชไปได้ระยะหนึ่ง หลวงปู่ผางก็พาพระใหม่กลับมาโปรดโยมเตี่ยและโยมแม่ที่ อ.แก้งคร้อ
“ท่านพามาปักกลดที่วัดศรีแก้งคร้อในปัจจุบันนี้ บริเวณดังกล่าวเดิมเป็นที่ป่าช้าไม่มีเจ้าของและท่านก็ปรารภว่า ที่ตรงนี้น่าจะทำเป็นวัด พอปี 2511 ก็สร้างเป็นวัดขึ้น ผมไปสร้างกุฏิให้หลวงปู่หลังแรก โบสถ์ที่เห็นอยู่ทุกวันนี้ก็สร้างสิ้นเงินไปราวแสนกว่าบาท...
“...ตอนสร้างวัดนั้นผมตั้งปณิธานว่า ถ้าผมทำงานนี้ขอให้เงินผมถลำเข้าวัด ไม่ใช่เงินวัดถลำเข้าหาผม ให้ผมได้สร้างไม่ให้หยุด ไม่ให้มีติดขัด ผมคิดอย่างเดียวว่า มีโอกาสสร้างวัดก็จะทำให้ดี ลายต่างๆ ผมก็เขียนเอง ลายหน้าบันโบสถ์นั้นให้อาจารย์วาดเขียนจาก อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ ท่านหนึ่งซึ่งไปอยู่กรุงเทพฯ เขียนให้ ท่านก็เขียนให้ฟรี ผมใช้วิธีวัดสัดส่วนส่งไปให้ท่านแล้วท่านเขียนส่งมาให้ ไม่ต้องเสียเงินเลย
“ถึงวันจะลงเสาโบสถ์ หลวงปู่บอกให้ไปเอิ้น (เรียก) ทิดติ่งมา พอไปถึงท่านก็บอกว่า มื่อนี่ให้ขุดหลุมเสาสร้างโบสถ์ ตอนนั้นแบบก็ไม่มี แต่พอท่านสั่งชาวบ้านและพวกช่างพร้อมกัน ปักหลักลงได้ก็ทำกัน โบสถ์หลังนี้พิเศษอยู่หน่อยหนึ่งตรงที่ เวลาพระจะบวชในโบสถ์จะมีระยะว่ากี่เมตรๆ เดินเข้ามาจะอยู่ในหัตถบาตรใช่ไหม ตอนสร้างตั้งโครงแล้ว ผมยังทำที่โค้งออกไปอีกหน่อยให้มีบริเวณที่ให้นาคและพระอุปัชฌาย์ได้ยืนอยู่ข้างในพอดี บางโบสถ์ความยาวไม่พอ ตอนทำพิธีต้องออกไปยืนอยู่ข้างนอก”
“...สร้างตอนแรกสุดเลยนั้นมีโบสถ์ ศาลาการเปรียญไม้ กุฏิรับรองและกุฏิเจ้าอาวาสหลังหนึ่ง ตอนนั้นค่าดินต่อหนึ่งเที่ยวรถบรรทุกอยู่ที่รถละ 19 บาทเท่านั้น ส่วนค่าแรงคนงานก็วันละ 11 บาท ทำอยู่ปีเดียวเสร็จหมดเลย”
คุณลุงย่งติ่งเล่าถึงปฐมเหตุของการสร้างล็อกเกตหลวงปู่ผาง สมัยสร้างอุโบสถ ซึ่งนักสะสมถือว่าเป็นล็อกเกตยอดนิยมเนื่องจากเป็นล็อกเกตรุ่นแรกของหลวงปู่ผางว่า “ตอนสร้างเงินไม่พอเลยขออนุญาตท่านสร้างขึ้นมา สร้าง 200 ให้บูชาองค์ละ 200 บาท”
ถามว่า คิดอย่างไรถึงสร้างเป็นล็อกเกตและไปหาช่างที่ไหนมาทำ เพราะสมัยนั้นใช่ว่าจะสร้างกันได้ง่ายๆ เช่นยุคปัจจุบัน คุณลุงว่ามีคนมาติดต่อถึงที่เลย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นใครมาจากไหน เหมือนกัน แต่ภาพที่เอาไปเป็นแบบในการทำนั้น คุณลุงย่งติ่งเป็นคนถ่ายรูปหลวงปู่ผางด้วยตนเอง
“เมื่อก่อนผมเป็นช่างถ่ายรูปด้วยเรียนจากวัดแก้วฟ้าล่าง กรุงเทพฯ ภาพนี้ผมถ่ายด้วยมือ อัดมือด้วยตัวเอง ท่านสลักหลังให้ว่า พุทธังอัด ทะยะทะ คนทำเขามาติดต่อถึงที่นี่ ผมก็ให้ฟิล์มไป หลังจากนั้นขอรูปและฟิล์มคืน เอามาทำลาย ไม่ให้เอาทำต่ออีก”
แม้มิได้เป็นคนเล่นพระเครื่องอะไรกับเขาแต่คุณลุงก็รู้เหมือนกันว่า เมื่อเวลาผ่านมาหลายสิบปี ปัจจุบันล็อกเกตที่ท่านสร้างกลายเป็นของหายาก
“มีคนทำเลียนแบบแต่ไม่เหมือนหรอก บ้างก็เล็กกว่าบ้างก็ใหญ่กว่า” ว่าแล้ว คุณลุงก็ลุกขึ้นไปหยิบของแท้ต้นตำรับที่เหลืออยู่เพียงแค่ชิ้นเดียวมาให้ดู
นอกจากล็อกเกตชิ้นนั้นและเหรียญหลวงปู่ผางไม่กี่เหรียญแล้ว คุณลุงยังมีพระธาตุของหลวงปู่ผางด้วย
ตอนท่านมรณภาพ ผมก็ไปถึงพอดี ได้เอาท่านไปอาบน้ำ ไม่ได้นอนอาบนะ พระ 3-4 รูป ประคองท่านไปยืนอาบดีๆ แล้วครองผ้าออกมา แล้วถึงเอาท่านมานอน ตอนพระราชทานเพลิง พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก เป็นประธาน ประชุมเพลิงแบบโบราณใช้ไม้จันทน์หอม ประชุมเพลิงเสร็จกลับมา ตีสี่ก็กลับไปดูตอนเก็บอัฐิ เขาจะมีโกศทองมารองรับ เหลือนิดหน่อยผมก็นึกอธิษฐานว่า ขอไปบูชา
เขาว่า ท่านสำเร็จอรหันต์ อัฐิหรือเถ้าจะกลายเป็นพระธาตุ หลวงปู่มรณภาพไปปีหนึ่งแล้ว ผมเปิดออกมาดูก็เหมือนเดิม จนวันหนึ่งไปกรุงเทพฯ เห็นเขาขายเจดีย์แก้ว สวยจึงซื้อมาแล้วอัญเชิญอัฐิท่านออกมาเอาไปใส่ผอบ อัญเชิญขึ้นหิ้งไว้ จน 3 ปี ให้หลังต่อมา ถึงนึกขึ้นได้ เลยเปิดออกมาดู หนนี้กลายเป็นพระธาตุอย่างสวยเลยครับ เหมือนเม็ดข้าวสาลี เป็นเงาๆ ก็มี เป็นแก้วก็มี เป็นสีทับทิมก็มี เศษฝุ่นเถ้าที่เคยมีก็หายไปหมด ไม่มีแม้แต่นิดเดียว ดีใจตอนนั้นสั่นไปหมด..”
ปัจจุบันนี้ คุณลุงได้อัญเชิญพระธาตุหลวงปู่ไปบรรจุไว้สถานที่เหมาะสมแห่งหนึ่งใน อ.แก้งคร้อ เพื่อให้เป็นที่สักการะของประชาชนทั่วไปแล้ว
สิ่งที่คุณลุงย่งติ่งได้มาจากหลวงปู่ผางจริงๆ ไม่ใช่พระธาตุ ไม่ใช่ของศักดิ์สิทธิ์ที่กลายเป็นวัตถุที่มีราคาเช่าบูชากัน แต่คือ สิ่งที่ตกค้างเป็นแนวประพฤติปฏิบัติที่ว่า
“ปฏิปทาท่านง่ายๆ ท่านสอนผมว่า ไม่ต้องไปเรียนอะไร ไม่ต้องไปนึกอะไร ให้รักษาจิตอย่างเดียวพอ ทำจิตใจให้เป็นประภัสสร ให้เป็นโสภณจิตก็พอ ไม่ต้องไปเรียนหยัง ศีลมีหลายโพด บ่ต้องรักษาทุกข้อก็ได้แต่ว่ารักษาจิต ไม่ให้ไปโลภ ไม่ให้ไปโกรธ ไม่ให้ไปพยาบาท ไม่ให้ไปอาฆาตใคร ทำจิตให้นิ่ง พุทธะอยู่ที่ตัวเรา ไม่ได้อยู่ที่อื่นไม่ต้องไปแสวงหาที่ไหน ถ้าทำตัวให้เป็นพุทธะๆ ก็อยู่ในตัวเรา ที่ไปอ้อนวอนให้คุ้มครองปกปักรักษาอันนั้นเป็นอีกส่วนหนึ่ง แต่เราต้องทำดีก่อน ถ้าเราทำดี คุณพระหรือเทวดาก็ย่อมจะมาคุ้มครองเราเอง ถ้าทำไม่ดี สวดมนต์อ้อนวอนอย่างไรเขาก็ไม่มา ถ้าทำจิตได้ พุทธะก็สำเร็จอยู่ที่ตัวเรา ให้รักษาจิตอย่างเดียว ให้มีสติคือ คุ้มจิตไม่ให้หลง เวลาเดินจงกรมจะมีอุคคหนิมิต จะมีนิมิตอะไรไม่ต้องไปสนใจ ทำจิตให้นิ่งๆ แล้วจะเกิดปัญญาเอง...”
น่าคิดว่า คนรุ่นหลังอาจจะตื่นเต้นกับการได้ครอบครองวัตถุมงคลที่หาได้ยากจากอดีต แต่ผู้เป็นศิษย์ของหลวงปู่ผางแท้ๆ พยายามทำตัวให้เป็นพุทธะ
ครับ “ถ้าเราทำดี คุณพระหรือเทวดาก็ย่อมจะมาคุ้มครองเราเอง ถ้าทำไม่ดี สวดมนต์อ้อนวอนอย่างไรเขาก็ไม่มา” นี่ล่ะคือ พระเครื่องของแท้ที่ดีที่สุดล่ะ







