posttoday
2 เจเนอเรชั่น 'จีน' รุ่นเก่า...ผู้ทำตามขนบ

2 เจเนอเรชั่น 'จีน' รุ่นเก่า...ผู้ทำตามขนบ

15 กุมภาพันธ์ 2558

ตระกูลหวั่งหลี เป็นหนึ่งของสายเลือดมังกรที่เข้ามาปักหลักในแผ่นดินสยามตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5

โดย...วารุณี อินวันนา

ตระกูลหวั่งหลี เป็นหนึ่งของสายเลือดมังกรที่เข้ามาปักหลักในแผ่นดินสยามตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โลดแล่นโดดเด่นบนเวทีธุรกิจชั้นนำของประเทศมายาวนานเกือบ 150 ปี ถึงปัจจุบันเข้าสู่เจเนอเรชั่นที่ 5 แล้ว

วุฒิชัย หวั่งหลี กรรมการ บริษัท หวั่งหลี ซึ่งดูแลกงสีของสายเลือดหวั่งหลีในไทยร่วม 70 ชีวิต ยอมรับว่าวิถีจีนแบบดั้งเดิมเปลี่ยนไปตามกาลเวลา และไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ในฐานะคนรุ่นเก่าต้องทำความเข้าใจและยอมรับ ปรับตัวให้สอดคล้องกับสมัย เช่น ประเพณีไหว้เจ้าต้องคงอยู่ แต่ลดจำนวนครั้งต่อปีลง การเคารพรักและซื่อสัตย์กับพี่น้องต้องอยู่ในสายเลือด การใช้ชีวิตให้ถูกกาลเทศะ

“สมัยผมเด็กๆ จำได้ เรายังไหว้เจ้ากัน 18 หนต่อปี เพราะที่บ้านคุณพ่อ 'ตัน ซิ่ว ติ่ง’ จะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก เช่น สารทจีนทั้งหมด 8 ครั้ง ต้องไหว้ และไหว้แบบจีนแท้ๆ ผู้ชายต้องคุกเข่า ไหว้ในวันคล้ายวันตายบรรพบุรุษ ไหว้วันคล้ายวันเกิดของบรรพบุรุษ เพื่อแสดงความกตัญญู วันตรุษจีน คุณพ่อจะสอนว่าต้องพูดภาษาจีน (แต้จิ๋ว) ตอนเย็นต้องทานข้าวกับพ่อ แม่ คือพี่น้องที่ยังไม่ได้แต่งงานต้องทานข้าวที่บ้าน พอโตมาหน่อยคุณพ่อจะส่งไปเรียนที่ฮ่องกง ไปอยู่กับคุณย่า ได้เรียนภาษาจีน (กวางตุ้ง) ซึ่งสมัยนั้นฮ่องกงเป็นแห่งเดียวที่มีสอนภาษาต่างประเทศ จากนั้นก็ไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา” วุฒิชัย ย้อนอดีตถึงประเพณีจีนให้ฟัง

ปัจจุบัน วุฒิชัย ในฐานะเสาหลักของตระกูลหวั่งหลี ได้ปรับการไหว้เจ้าเหลือ 4 ครั้งต่อปี เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตของเจเนอเรชั่นรุ่นที่ 5 คือไหว้ในวันคล้ายวันตายของบรรพบุรุษ วันตรุษจีน วันเช็งเม้ง และวันสารทจีนใหญ่ครึ่งปี เพื่อแสดงความเคารพและกตัญญูต่อบรรพบุรุษ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่อยู่ในสายเลือดมังกรทุกยุคทุกสมัย

การลดจำนวนการไหว้เจ้าลง เพราะปัจจุบันลูก หลาน ต่างออกไปทำงานนอกบ้านและอยู่ห่างไกล ไม่ค่อยสะดวกในการเดินทาง แต่ในจำนวน 4 ครั้งนี้ทุกคนต้องมารวมตัวกันที่บ้านหวั่งหลี ซึ่งมีอายุเกือบ 150 ปี อยู่ริมน้ำเจ้าพระยา บ้านที่สร้างมาตั้งแต่สมัยคุณทวด “ตัน ฉื่อ ฮ้วง”

“เฉพาะหวั่งหลีที่อยู่ในประเทศไทยตอนนี้มีเกือบ 70 ชีวิต พอใกล้เวลาจะไหว้ ผมต้องแจ้งให้ทุกคนทราบ และจัดเตรียมอาหารสำหรับ 70 ชีวิต มากันหมด ลูก หลาน เหลน นี่ยังไม่นับรวมสายเลือดหวั่งหลีที่อยู่ในฮ่องกง อเมริกา แคนาดา และออสเตรเลีย” วุฒิชัย กล่าว

วุฒิชัย กล่าวว่า เรื่องการศึกษาครอบครัวหวั่งหลีเต็มที่ และออกจะหัวก้าวหน้าระดับหนึ่ง สมัยคุณพ่อ ขั้นแรกขอให้เรียนทางธุรกิจ เพื่อจะได้มาช่วยงานกิจการของบริษัทหวั่งหลี ที่ตอนนั้นค้าข้าว ส่งออก มีโรงสีในกรุงเทพมหานคร ที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นรายแรก ทำข้าวนึ่ง ข้าวหอม ข้าวขาว ส่งออก หลังจากนั้น อยากเรียนอะไรก็เรียนตามที่ชอบ เพราะถือว่าได้ความรู้ด้านการทำธุรกิจแล้ว

ในยุค 60 ปีที่แล้ว ผู้ชายเท่านั้นที่จะได้รับการส่งเสริมให้เรียนหนังสือและทำงานนอกบ้าน ที่บ้านจึงมีเพียงผู้ชาย 3 คน ที่ได้เรียน ส่วนพี่สาวกับน้องสาวอีก 3 คน ไม่ได้เรียนมากเหมือนลูกชาย ซึ่งเป็นแนวคิดแบบจีนดั้งเดิม

“มารุ่นนี้ทุกคนได้เรียน ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย อยากเรียนอะไรก็เรียน ให้อิสระในการเรียน ไม่บังคับ เพราะถ้าเขาไม่ชอบ เขาก็ไม่มีความสุข แต่ขั้นต่ำต้องได้ปริญญา” วุฒิชัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม แม้ทายาทรุ่นนี้จะมีความคิดสมัยใหม่ แต่ วุฒิชัย บอกว่า สิ่งที่ไม่เปลี่ยนและถูกสั่งสอนเหมือนเป็นกฎทองของ "หวั่งหลี" ที่คุณพ่อ “ตัน ซิ่ว ติ่ง’ รับมาจากคุณทวด “ตัน ฉื่อ ฮ้วง” และสอนถึงเจเนอเรชั่นที่ 5 คือ...

หนึ่ง เราต้องซื่อสัตย์กับพี่น้องของเรา เพราะเรามีญาติเยอะทั้งไทยและฮ่องกง หากพี่น้องทุกคนรักกัน การทำอะไรทุกอย่างจะราบรื่นทั้งหมด

สอง ภูเขาลูกหลังต้องสูงกว่าภูเขาลูกหน้า หมายถึง คนรุ่นลูก หลาน เหลน จะต้องดีกว่าคนรุ่นผม รุ่นพ่อ รุ่นทวด เพื่อตระกูลเของเราจะได้ดีขึ้นเรื่อยๆ

สาม กงสีที่มีอยู่จะมาเบิกไปใช้ไม่ได้ คือลูกหลานจะมาเบิกไปใช้ตามอำเภอใจไม่ได้ ทุกคนจะได้ครั้งเดียวในรูปของเงินปันผล จากการทำธุรกิจของบริษัทหวั่งหลี หากปีใดที่บริษัทมีกำไรมากก็จะได้ปันผลมาก ปีไหนกำไรน้อยก็จะได้ปันผลน้อย ถ้าอยากได้มากก็ไปทำธุรกิจของตัวเอง ทุกวันนี้มีพี่น้อง ลูก หลาน หลายคนทำธุรกิจของตัวเอง

สี่ ห้ามขายที่ดิน บริษัทหวั่งหลีมีที่ดินจำนวนมาก จากการซื้อไว้เพื่อทำโรงสี ต่อมากิจการโรงสีไม่ดีเพราะค่าแรงสูงก็ได้เลิกกิจการ เหตุผลที่ไม่ให้ขายเพื่อจะได้ให้เป็นทรัพย์สมบัติที่คนรุ่นๆ ต่อๆ ไปมีกินมีใช้ หากขายได้เงินมาแบ่งกัน เงินใช้เดี๋ยวก็หมด ลูกหลานจะเอาอะไรกิน ทุกวันนี้จึงปล่อยให้เช่า และก็นำไปพัฒนา มีรายได้จากค่าเช่า ก็นำไปแบ่งกันในรูปของปันผล

“การใช้ชีวิตในสังคม คุณพ่อจะสอนให้ประหยัดอย่างเหมาะสม แต่งตัวให้ถูกกาลเทศะ ให้ถูกสถานการณ์ สอนไม่ให้เวอร์ จะสังเกตว่าหวั่งหลี เราไม่พูดมาก และไม่เวอร์” วุฒิชัย กล่าว

จากกฎทองที่ถูกถ่ายทอดจากสายเลือดสู่สายเลือด ทำให้ตระกูล "หวั่งหลี" ยังคงมีความมั่นคงมาเกือบ 150 ปี และเริ่มเข้าสู่ยุคเจเนอเรชั่นที่ 5 โดยที่ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องยังคงแน่นแฟ้น

เพียงแต่วัฒนธรรม ประเพณี แบบจีนดั้งเดิมอาจเจือจางไปตามสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท