
มาร์คซัดกรมศุลฯถูกร้องมากสุด
โพสต์ทูเดย์
— อภิสิทธิ์สั่งคลังสังคายนากรมศุลกากรหลังนักลงทุนร้องเรียนทุจริตอันดับหนึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้บรรยายหัวข้อ
“บทบาทผู้นำการป้องกันและปราบปรามการทุจริต กลไกการแก้ปัญหาของไทยและมุมมองในระดับสากล” ให้ผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรนักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง (นยปส.) ตอนหนึ่งว่า ที่ผ่านมากรมศุลกากรถูกนักลงทุนชาวต่างชาติร้องเรียนมากที่สุดทั้งนี้ เป็นการร้องเรียนว่าไม่ได้รับการอำนวยความสะดวกในการดำเนินการ จึงได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังดำเนินการแก้ไขแล้ว
“
หน่วยงานที่มีเรื่องร้องเรียนการทุจริตอันดับหนึ่ง คือ กรมศุลกากรในเรื่องการใช้อำนาจ ดุลพินิจ ตีความและมีการวินิจฉัยไม่ตรงกันในแต่ละระดับและบางคนถูกลงโทษเพราะทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จึงต้องปรับรื้อกันทั้งระบบ” นายกฯ กล่าวนายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า การทุจริตคอร์รัปชันที่ผ่านมาได้สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจจำนวนมากและยังทำให้ต้องเสียโอกาสในการค้าและการลงทุนเพราะถูกจัดลำดับไม่ได้ส่งผลต่อเครดิตของประเทศและยังกระเทือนไปถึงระบอบประชาธิปไตยด้วย เพราะมักจะต้องล้มลุกคลุกคลานจากการรัฐประหารที่มักจะเอาเงื่อนไขเรื่องการทุจริตมาดำเนินการ
“
การแก้ไขปัญหานี้เคยมีความพยายามว่าจะเสนอค่าตอบแทนให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐเพิ่มมากขึ้น แต่ปรากฏว่าก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะบางกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐก็นำเงินที่ได้จากการทุจริตไปให้ผู้ใหญ่ซึ่งมีรายได้สูงอยู่แล้ว จึงเป็นการแสดงให้เห็นว่าการแก้ปัญหานี้ต้องแก้ที่ตัวบุคคล” นายอภิสิทธิ์ กล่าวนายกฯ กล่าวว่า การรณรงค์เรื่องนี้ต้องไปไกลกว่าการบอกเพียงว่าอย่าโกง อย่าทุจริต เพราะในสังคมคนโกงมีฐานะ บางคนถูกยกย่องว่า โกงเก่ง และวงจรการทุจริตที่เกิดขึ้นไม่ได้เพื่อความสุขส่วนตัวอีกต่อไป แต่เพื่อเป็นการต่อยอดอำนาจของตัวเอง ถ้าตัดวงจรนี้ก็ทำให้การทุจริตคอร์รัปชันหมดไปจากแวดวงการเมือง แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะนักการเมืองท้องถิ่นจนถึงระดับชาติส่วนใหญ่ก็มีการใช้เงินกันทั้งสิ้น
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลจะใช้ระบบการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ โดยจะปฏิรูปการศึกษาไม่ให้เด็กเรียนเฉพาะการท่องจำหรือนั่งฟังครูอาจารย์อย่างเดียว แต่จะปรับหลักสูตรประมาณ 30% ของการเรียนทั้งหมด 5 วัน ให้เรียนรู้ถึงกิจกรรมนอกห้องเรียนมากขึ้น เพื่อสร้างจิตสำนึกที่ดี







