
ตลท.ขอข้อมูลโบรกเกอร์ สอบลึก 'ไทยคม'
หุ้นบริษัท ไทยคม (THCOM) ฮอตทันตาเห็น เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากข่าวเรื่อง รัฐบาลดอดเจรจาขอซื้อดาวเทียมไทยคมคืนจากกลุ่มเทมาเซกแห่งสิงคโปร์ ได้รับการยืนยันจากปากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ว่าข่าวนี้มีมูลความจริง ไม่ใช่ข่าวมั่ว ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาถึงวัตถุประสงค์ของเรื่องนี้ ว่ารัฐบาลต้องการซื้อดาวเทียมจริง หรือต้องการสร้างราคาหุ้นไทยคมกันแน่ พร้อมกับมีเสียงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบว่าใครได้รับประโยชน์จากข่าวชิ้นนี้หรือไม่
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ และนายสิงห์ทอง บัวชุม พรรคเพื่อไทย ได้ไปยื่นหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อบ่ายวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา ให้เข้าไปตรวจสอบเรื่องการซื้อขายหุ้นบริษัท ไทยคม ที่ผิดปกติ
นายประเวช องอาจสิทธิกุล ผู้ช่วยเลขาธิการอาวุโส ก.ล.ต. ผู้รับหนังสือดังกล่าว กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กำลังตรวจสอบในเรื่องนี้อยู่ และ ก.ล.ต.ได้ประสานงานกับตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างใกล้ชิด ซึ่งหากตรวจพบการซื้อขายหุ้นบริษัท ไทยคม ที่ผิดปกติ ก็จะส่งข้อมูลให้ ก.ล.ต.เพื่อดำเนินการต่อ
ส่วนหนังสือที่ได้รับมาจากพรรคเพื่อไทยก็ขอพิจารณารายละเอียดก่อนว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์รู้แล้วว่ามีกลุ่มใดที่เข้ามาซื้อขายหุ้นไทยคมบ้าง ส่วนจะมีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะยังอยู่ในขั้นตอนของการสืบสวนว่าเข้าเกณฑ์ผิดกฎหมายหรือไม่ ทั้งในเรื่องของการสร้างราคาหุ้นและการใช้ข้อมูลภายในหาประโยชน์ส่วนตัวหรืออินไซเดอร์เทรดดิง
“
หากมีหลักฐานที่บ่งชี้อย่างชัดเจนว่าผิดข้อกฎหมาย เราพร้อมที่จะดำเนินการตามขั้นตอน”นายศักรินทร์ ร่วมรังษี ผู้ช่วยผู้จัดการ สายงานกำกับตลาด ตลท. กล่าวว่า ตลาดขอข้อมูลการซื้อขายหุ้นไทยคมย้อนหลังก่อนวันที่ 14 มิ.ย. จากโบรกเกอร์ และขณะนี้กำลังตรวจสอบข้อมูลอยู่ และตอบไม่ได้ว่าจะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบกี่วัน เพราะขึ้นอยู่กับความซับซ้อน
ส่วนวันที่ 14 มิ.ย. ราคาหุ้นไทยคมปรับตัวขึ้นสูงสุด 30% (ซิลลิง) มาปิดที่ 7.05 บาท พบว่านายไพบูลย์ ภานุวัฒนวงศ์ ผู้บริหารบริษัท ไทยคม ได้ขายหุ้นออกจำนวน 2 แสนหุ้น ในราคาหุ้นละ 7 บาท ได้รับเงินทั้งสิ้น 1.4 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นไทยคมปรับตัวขึ้นเพียง 2 วัน (1415 มิ.ย.) และวันที่ 16 มิ.ย. ก็อ่อนตัวลงแรง ปิดที่ 6.50 บาท ลดลง 0.70 บาท หรือคิดเป็นเกือบ 10% ด้วยมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 500 ล้านบาท เหตุผลหนึ่งที่ราคาปรับตัวลงเป็นเพราะนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ธนชาตประเมินว่าหุ้นไทยคมมีความเสี่ยงต้องซื้อขายด้วยบัญชีเงินสดเท่านั้น ทำให้นักลงทุนเทขายหนีตายก่อนที่ราคาจะทรุดหนักในสัปดาห์หน้า







