
เปิดผลสำรวจรายการบันเทิงไทยลามก-รุนแรง
มีเดีย มอนิเตอร์ เปิดผลสำรวจ “รายการบันเทิงไทย” พบมีเนื้อหาส่อลามกอนาจาร ความรุนแรง พิธีกรใช้ภาษาจิก แฝงเรื่องเพศ ชู้สาว นักวิชาการเสนอ จัดมาตรฐาน-เรตติ้งรายการบันเทิงให้เข้มข้น
มีเดีย มอนิเตอร์ เปิดผลสำรวจ “รายการบันเทิงไทย” พบมีเนื้อหาส่อลามกอนาจาร ความรุนแรง พิธีกรใช้ภาษาจิก แฝงเรื่องเพศ ชู้สาว นักวิชาการเสนอ จัดมาตรฐาน-เรตติ้งรายการบันเทิงให้เข้มข้น
นายธาม เชื้อสถาปนศิริ ผู้จัดการกลุ่มงานวิชาการ โครงการศึกษาเฝ้าระวังสื่อและพัฒนาการรู้เท่าทันสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคม(มีเดีย มอนิเตอร์) เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “รายการข่าวบันเทิงในฟรีทีวี” (ช่อง 3,5,7,9,NBT และทีวีไทย) ระหว่างเดือน พ.ย. – ธ.ค. 2552 ผลสำรวจพบว่า เนื้อหาส่วนใหญ่ที่รายการข่าวบันเทิงนำเสนอมากที่สุดคือ ข่าวคนดัง ดารา นักร้อง คิดเป็น 56% รองลงมาคือ ข่าวโปรโมท 31%
สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ในจำนวนข่าวบันเทิง 1,052 ชิ้น เป็นข่าวที่มีเนื้อหาส่งผลกระทบทางสังคม 54 ชิ้น คิดเป็น 5.32% โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องลามก อนาจาร เรื่องเพศ และความรุนแรง ขณะที่อีก 40 ชิ้น มีลักษณะใส่ความ หมิ่นประมาท ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง และเป็นข่าวที่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล 14 ชิ้น
นอกจากนี้ในรายการข่าวบันเทิงยังพบว่า ผู้ดำเนินรายการมักใช้ภาษาแบบแซวจิกกัดมากที่สุด รองลงมาคือ ภาษาแบบขำขัน ภาษาข่าวแบบหวือหวา ที่น่าตกใจคือ มีการใช้ภาษาแบบสองแง่สองง่าม ที่สื่อความหมายแฝงเรื่องเพศ ในลักษณะชู้สาว ลามก อนาจาร ซึ่งมักพบในทุกชิ้นข่าวที่เนื้อหาเน้นชีวิตรักของคนดัง
นายธาม กล่าวอีกว่า รายการบันเทิงส่วนใหญ่มักมีการโฆษณาทั้งทางตรง และแฝง จำนวนมาก โดยพบ 10 รายการที่มีระยะเวลาการโฆษณาเกินกำหนดของ พ.ร.บ.ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ที่กำหนดให้สามารถมีระยะเวลาในการโฆษณาได้ไม่เกิน ชั่วโมงละ 12 นาทีครึ่ง ส่วนการโฆษณาแฝงในข่าวบันเทิง จากการศึกษาแบบสุ่ม รายการละ 5 เทป พบมีโฆษณาแฝงมากถึง 25 รายการ ส่วนใหญ่เป็นการโฆษณาแฝงในข่าวมากถึง 807 ชิ้น คิดเป็น 77 % ขณะที่รายการข่าวบันเทิงมีอัตราค่าโฆษณาอยู่ระหว่าง 1-3 แสนบาทต่อนาที
ด้าน พญ พรรพิมล หล่อตระกูล ผู้จัดการโครงการศึกษาเฝ้าระวังสื่อฯ กล่าวว่า ยอมรับว่า รายการบันเทิงส่วนใหญ่เน้นการประชาสัมพันธ์ และการโปรโมท และมีหลายรายการที่ไม่ได้จัดกรอบการนำเสนอแก่ผู้ชม ดังนั้นรายการข่าวบันเทิงจึงควรเน้นคุณภาพของข่าวบันเทิงให้มากขึ้น ไม่ควรให้ความสำคัญ หรือพื้นที่ข่าวแก่ดารา นักร้องที่มีพฤติกรรมในทางลบ หากนำเสนอก็ควรเป็นไปในลักษณะสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ที่จะไม่เอาเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เด็กและเยาวชน
ผศ.ชวนะ ภวกานันท์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและการวางแผน คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ขณะนี้รายการบันเทิงไทย มีพัฒนาอย่างรวดเร็ว และมีการแข่งขันกันสูง โดยเฉพาะการทำการตลาด และการสร้างแบรนด์ให้กับรายการ รายการบันเทิงส่วนใหญ่ จึงมักนำเรื่องที่ประชาชนอยากรู้มานำเสนอ เช่น เรื่องชู้สาว เปลี่ยนแฟนของดารานักแสดงซึ่งเป็นบุคคลที่ประชาชนสนใจ ขณะเดียวกันผู้ดำเนินรายการมักใช้คำพูดปลุกเร้าความรู้สึกให้ผู้ชมคล้อยตามกับข่าวนั้นๆ ส่วนใหญ่ใช้ภาษาไม่ค่อยสุภาพ พูดจาส่อเสียด หรือแม้แต่การวิจารณ์ดารานักแสดงแบบเกินเลย
"ขอเสนอให้ทางหน่วยงานภาครัฐมีการจัดระดับความเหมาะสมของสื่อ หรือ เรตติ้ง ในรายการบันเทิง เพื่อให้รายการต่างๆ ได้แบ่งระดับการนำเสนอข่าวบันเทิงให้เหมาะสมด้วย"ผศ.ชวนะกล่าว
นายธิติพร จุติมานันท์ โปรดิวเซอร์รายการไนน์เอนเตอร์เทน กล่าวว่า ผลสำรวจเป็นภาพสะท้อนที่เป็นประโยชน์ต่อคนในวงการบันเทิง แต่ผลสำรวจบางเรื่องอาจจะ คิดคนละมุมกับผู้นำเสนอข่าวบันเทิง ต้องยอมรับว่าปัจจุบันข่าวบันเทิง อาจจะไม่มีประโยชน์ต่อผู้ชมเท่าใดนัก แต่ก็จะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ทางธุรกิจ และเรียกเรตติ้งผู้ชมด้วย ซึ่งถ้ามานำเสนอแต่ข่าว หรือ ธุรกิจอุตสาหกรรมบันเทิงเพียงอย่างเดียว คนก็อาจจะไม่ชมรายการของก็ได้







