
สธ.จ่อตรวจซ้ำ401ชาวบ้านรอบเหมืองพิจิตร
รมช.สธ.จ่อลงพื้นที่พิจิตรสัปดาห์หน้า ตรวจละเอียดผลเลือด รวมถึงสิ่งแวดล้อมน้ำ-ผัก คาดได้ผลสิ้นเดือนมี.ค.
รมช.สธ.จ่อลงพื้นที่พิจิตรสัปดาห์หน้า ตรวจละเอียดผลเลือด รวมถึงสิ่งแวดล้อมน้ำ-ผัก คาดได้ผลสิ้นเดือนมี.ค.
วันที่ 13 ก.พ. ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ รมช.สธ. เป็นประธานการประชุม ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเรื่องการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบกรณีเหมืองทองคำของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จ.พิจิตร โดยมี นพ.อำนวย กาจีนะ รองปลัดสธ. นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย รวมถึงผู้ตรวจราชการสธ. และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ในพื้นที่ เข้าร่วมประชุมด้วย
นพ.สมศักดิ์ เปิดเผยว่า สธ.เตรียมให้หน่วยงานในพื้นที่ 3 จังหวัด และ 2 เขตสุขภาพของสธ. และ 2 กรมของสธ. คือกรมอนามัย และกรมควบคุมโรค ลงพื้นที่ตรวจสุขภาพชาวบ้านอย่างละเอียด โดยจะแบ่งการทำงาน ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.ชาวบ้านที่มีโรคภัยไข้เจ็บ โดยไม่สนใจว่าเป็นผลกระทบจากเหมืองหรือไม่ ซึ่งขณะนี้มีประมาณ 20 คน โดยสธ.จะให้การดูแลรักษาตามอาการ 2.กลุ่มชาวบ้านที่มีผลโลหะหนักผิดปกติ ซึ่งผลล่าสุดจากอาจารย์มหาวิทยาลัยรังสิต พบว่ามีทั้งหมด 401 คน โดยในวันที่ 19-20 ก.พ. นี้ จะมีทีมจากกรมควบคุมโรคไปตรวจร่างกายอย่างละเอียด ว่ามีความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับโลหะหนักหรือไม่ รวมถึงจะตรวจเลือด และตรวจสุขภาพอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะได้ผลในสิ้นเดือน มี.ค.
ทั้งนี้ หากได้ผลการตรวจอย่างละเอียด ก็จะสามารถนำไปประเมินวิธีการดูแลกลุ่มที่ 3 คือ ชาวบ้านทั้งหมดอีก 6,000 คน ใน 3 จังหวัด รอบเหมือง ว่าจะดูแลอย่างไร นอกจากนี้ จะมีการตรวจสิ่งแวดล้อมโดยรอบ เช่น น้ำ และ ผัก ในพื้นที่ด้วยว่ามีการปนเปื้อนสารเคมี ที่อันตรายต่อสุขภาพชาวบ้านรอบเหมืองหรือไม่
รมช.สธ. กล่าวอีกว่า หลังจากนี้จะมีกลไกการพัฒนาระบบเฝ้าระวังผลกระทบทางสุขภาพอย่างเป็นระบบ ซึ่งเข้าใจว่าล่าสุด ในสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ก็มีการเสนอแนะให้ การจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ต้องมีกลุ่มคนที่เป็นกลางเข้าไปช่วยตรวจสอบ มากกว่าจะให้เจ้าของโครงการจ้างบริษัทเพื่อจัดทำรายงานฯ เพียงอย่างเดียว โดยอาจมีการตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในส่วนนี้







