posttoday
เก็บแวตเพิ่ม ภาพลวงเศรษฐกิจ

เก็บแวตเพิ่ม ภาพลวงเศรษฐกิจ

13 กุมภาพันธ์ 2558

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

แม้ว่ารัฐบาลจะออกมายืนยันเช้าเย็นว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ฟื้นตัวแล้ว แต่ความรู้สึกของคนไทยส่วนใหญ่ โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือน คนหาเช้ากินค่ำ คนรายได้น้อยไปถึงคนจน ยังไม่รู้สึกว่าเศรษฐกิจดีอย่างที่รัฐบาลอยากให้คนทั้งประเทศรู้สึก

รัฐบาลระบุว่า การดูว่าเศรษฐกิจฟื้นตัว ต้องดูที่การจับจ่ายใช้สอยของประชาชนภายในประเทศ หากการใช้จ่ายขยายตัวก็หมายความว่าเศรษฐกิจจะดีตามไปด้วย

ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลได้ยกตัวเลขการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือแวต ที่บริโภคในประเทศ ซึ่งขยับต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือน ต.ค. 2557 เก็บได้ 3 หมื่นกว่าล้านบาท จนถึงเดือน ม.ค. 2558 ที่เก็บได้ 4 หมื่นล้านบาท หากคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจคิดเป็น 5 แสนกว่าล้านบาท/เดือน ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแจกเงินชาวนาและชาวสวนยาง 4.8 หมื่นล้านบาท

เมื่อดูภาพรวมของการเก็บภาษีแวตที่เพิ่มขึ้น ก็พอประเมินได้ว่าเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวดีขึ้นเรื่อยๆ แต่หากลงไปดูในรายละเอียดของการเก็บภาษีแวต สัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจดูไม่สดใสเหมือนภาพรวม

กระทรวงการคลังรายงานภาวะเศรษฐกิจล่าสุดเดือน ธ.ค. 2557 ในส่วนของบริโภคภาคเอกชน ยอดเก็บภาษีแวตกลับมาหดตัว -1.9% ต่อปี จากเดือนก่อนหน้าขยายตัว 0.6% หากแยกเป็นภาษีแวตที่จัดเก็บบนฐานการบริโภคในประเทศ ขยายตัว 0.8% แต่แวตที่จัดเก็บบนฐานการนำเข้ายังหดตัวต่อเนื่องที่ -5.5%

ยิ่งลงไปดูการบริโภคในประเทศ ยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และรถยนต์นั่งในเดือน ธ.ค. 2557 ยังหดตัว -3.3% และ -28% ตามลำดับ ทำให้ไตรมาส 4 ปี 2557 ยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และรถยนต์หดตัวจากไตรมาสก่อนหน้าที่ -7.8% และ -27.9% ต่อปี ตามลำดับ

แม้ว่าปริมาณการนำเข้าเพื่อการบริโภคเดือน ธ.ค. 2557 จะขยายตัวได้มาก 18.3% จากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 1.7% แต่เมื่อดูข้อมูลรายละเอียดการบริโภคจะพบว่ายังมีจุดที่เป็นปัญหาอีกมาก ถึงจะมีจุดดีที่เป็นบวกกับเศรษฐกิจมากก็ตาม

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังประเมินว่า ปี 2558 การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราเร่งขึ้นมาอยู่ที่ 3.1% ซึ่งถือว่าไม่สูงมาก เมื่อเทียบกับฐานที่ต่ำในปีที่ผ่านมา โดยการขยายตัวมาจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ปรับตัวดีขึ้น เอื้อต่อการจับจ่ายใช้สอยของภาคเอกชน อย่างไรก็ตาม รายได้เกษตรกรที่อยู่ในระดับต่ำตามราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลกยังเป็นข้อจำกัด ทำให้การฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชนเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป แสดงให้เห็นว่าการบริโภคไม่ได้ฟื้นตัวรวดเร็วอย่างที่อยากให้เป็น

เมื่อเป็นเช่นนี้ ปัจจัยด้านการเก็บภาษีแวต จึงใช้ประเมินเศรษฐกิจได้เฉพาะช่วงเวลาเท่านั้น แต่ไม่ได้การันตีว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวดีตามเป้า

อย่างที่รัฐบาลระบุว่าการเก็บภาษีแวตที่เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากการแจกเงินชาวนาและชาวสวนยางไร่ละ 1,000 บาท ที่วันนี้ได้จ่ายเงินไปหมดแล้ว จึงเป็นปัญหาว่าหลังจากนี้การบริโภคภาคเอกชนจะมีแรงขับเคลื่อนมาจากส่วนไหน หากรัฐบาลไม่ออกมาตรการกระตุ้นต่อเนื่อง ก็อาจทำให้การเก็บภาษีแวตในเดือนต่อๆ ไปแผ่วลงได้

ขนาดกระทรวงการคลังประเมินว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้ 3.9% ต่อปี และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่าจะขยายตัวได้ 4% ต่อปี แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังไม่เชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ถึงเป้า เพราะการเบิกจ่ายยังช้า ส่งออกยังมีปัญหา การลงทุนการบริโภคภาคเอกชนยังฟื้นตัวไม่ชัดเจน

การประเมินล่าสุดของศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าเศรษฐกิจไตรมาสแรกปีนี้จะขยายตัวได้ 1% เท่านั้น หากเทียบกับเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายปี 2557 ที่คลังคาดว่าจะขยายตัวได้ 2.3% ก็ยิ่งแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจขยายตัวได้แย่ลง และเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิค หากเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ปีนี้ขยายตัวได้ต่ำกว่า 1%

ยังมีกรณีที่เงินเฟ้อเดือน ม.ค. 2558 ขยายตัวติดลบ 0.4% ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายเข้าสู่ภาวะเงินฝืด แต่รัฐบาลยืนยันว่าไม่ใช่ สวนทางกับนักวิชาการด้านเศรษฐกิจที่มองว่า ในแง่ของผู้ประกอบการผลิตสินค้าภาวะเงินฝืดมีมานานแล้ว เพราะขายสินค้าได้น้อย ต้องลดราคา มานานหลายเดือน ภาวะเงินฝืดของผู้ประกอบการอาจจะส่งผ่านไปยังผู้บริโภค และทำให้ไทยเข้าสู่ภาวะเงินฝืด ประชาชนไม่กล้าใช้จ่าย การเก็บภาษีแวตก็จะเริ่มดิ่งเหวมากขึ้น การบริโภคในประเทศที่บวกก็จะตีลังกาเป็นลบในที่สุด

การบริโภคภายในประเทศยังมีข้อจำกัดจากหนี้สินครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นมาก่อนหน้านี้ รายได้เพิ่มขึ้นน้อย แต่รายจ่ายเพิ่มขึ้นมาก ส่วนหนึ่งเป็นปัญหาการบริหารงานของรัฐบาลที่ราคาน้ำมันลดลงมาก แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาสินค้าราคาแพงได้

ปัญหาของเศรษฐกิจขณะนี้จึงดูน่ากลัวกว่าที่ผ่านมา เพราะข้างนอกดูดีแต่ข้างในยังอมโรค หากพลาดท่าดูแลไม่ดี เกิดติดเชื้อก็จะป่วยหนักทันที ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลแก้ไม่ตก และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เริ่มนั่งไม่ติด เรียกแบงก์รัฐหารือมาตรการพยุงเศรษฐกิจรากหญ้า ช่วยคนรายได้น้อยและคนจนกันยกใหญ่ ทั้งปลดหนี้เพิ่มรายได้ เพื่อให้มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นจนแบงก์รัฐเกิดอาการมึน เพราะรัฐบาลสั่งที คสช.สั่งที มาตรการต่างๆ ยังอลเวง จับต้นชนปลายกันไม่ถูก

สถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่่เกิดขึ้นและดำเนินอยู่ แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจปีก่อนที่ว่ายากแล้ว ปีนี้ยากยิ่งกว่า เพราะรัฐบาลและ คสช.มีอำนาจเต็มมือ แต่บริหารเศรษฐกิจให้คนรู้สึกว่ามันดีขึ้นไม่ได้ ก็จะเสียคะแนนนิยมไปไม่น้อย การทำงานด้านอื่นก็จะลำบากมากขึ้นไปด้วย

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน