
2558 ปีแห่งการท้าทาย ธุรกิจท่องเที่ยวไทย
เท่าที่สังเกตในระยะนี้ สำนักพยากรณ์เศรษฐกิจในระดับโลกหลายต่อหลายสำนัก รวมถึงในประเทศของเราเองด้วย
โดย...ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม
เท่าที่สังเกตในระยะนี้ สำนักพยากรณ์เศรษฐกิจในระดับโลกหลายต่อหลายสำนัก รวมถึงในประเทศของเราเองด้วย ต่างก็ประสบความยากลำบากในการคาดการณ์สถานการณ์ และความเป็นไปของตัวเลขในระบบเศรษฐกิจของโลก และส่วนในประเทศของเขาเอง ทั้งในด้านการเติบโตหรือถดถอยในปีแพะแบ๊ะๆ นี้อย่างถ้วนหน้ากัน
แต่ที่แน่นอนที่สุด อย่างที่ผมได้เคยแสดงความเห็นล่วงหน้าไว้ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาแล้วว่า ในปี 2558 นี้ ธุรกิจท่องเที่ยวไทย ไม่ว่าจะเป็นสายการบินทั้งระดับ Premium, Low Cost หรือแม้กระทั่ง Charter Flight แบบเหมาลำ
รวมไปถึงโรงแรมทุกระดับ ร้านอาหาร สถานบริการและธุรกิจอื่นๆ ที่อยู่ในวงจรของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย จะต้องประสบความท้าทายและอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจอีกครั้งหนึ่งด้วย
สาเหตุมาจากหลายปัจจัยที่ปะปนกัน ทั้งการเมือง การเงิน การคลัง การค้า การลงทุน ตลอดจนถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างเหนือความคาดหมาย ซึ่งอาจส่งผลกระทบไปถึงจำนวนนักท่องเที่ยว นักเดินทางต่างชาติที่ลดน้อยลง ทำให้เกิดการขาดเสถียรภาพความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจและความมั่นใจจากผู้ประกอบการสถานธุรกิจทั้งขนาดย่อมขนาดใหญ่ พนักงาน ลูกจ้าง หรือแม้กระทั่งพี่น้องเกษตรกรที่ผลิตอาหารเพื่อบริโภคในภาคบริการนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ
แนวทางแก้ไขปัญหานี้ นอกจากการระดมสมองร่วมกันทำงานอย่างมีเอกภาพระหว่างภาครัฐกับเอกชน หรือผู้แทนจากสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวทั้งหลายอย่างที่เคยปฏิบัติมาเป็นประจำแล้ว
ผมว่าถึงเวลาแล้วครับ ผู้ดูแลรับผิดชอบสูงสุดของภาครัฐในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ควรที่จะต้องศึกษาผลกระทบของการที่อาจจะต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจท่องเที่ยวไทยทั้งระบบอย่างเร่งด่วนครับ อาทิ
-การพิจารณาเปิดเสรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้าไทย เฉกเช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวรัสเซีย โดยอาจจะมีกำหนดวันพักในแต่ละครั้งที่ไม่นานนัก แต่จะเน้นความถี่ในการมาเยือน
-การพิจารณาเปิดเสรีวีซ่าให้กับนักธุรกิจ นักท่องเที่ยวกลุ่ม ประชุม สัมมนา ท่องเที่ยวเป็นรางวัล หรือจัดแสดงสินค้าจากทุกชาติ ตลอดระยะเวลาที่มีการกำหนดท่องเที่ยวและจัดสันทนาการในประเทศไทย
-จัดงบประมาณของภาครัฐมาทำการตลาดผ่านตัวแทนท่องเที่ยว Off Line ที่มีประสบการณ์ทำงานจริงในแต่ละตลาดต่างประเทศที่มีศักยภาพสูง มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีพอ ประชาชนมีความต้องการท่องเที่ยวและใช้จ่ายในประเทศไทย อาทิ กลุ่มประเทศในตะวันออกกลางบางประเทศ ประเทศจีน ประเทศอินโดนีเซีย เป็นต้น
ต้องยอมรับความจริงนะครับว่าในตลาดพิเศษเหล่านี้ เจ้าหน้าที่จากภาครัฐมีความคล่องตัวและความสัมพันธ์ทางธุรกิจน้อยกว่านักธุรกิจภาคเอกชนครับ
-จัดกิจกรรมโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพื่อกระตุ้นการเดินทางในกลุ่มประเทศอินโดจีนและพม่า ทั้งในด้านการศึกษา ชมภาพยนตร์ การบันเทิง การกีฬา การท่องเที่ยวช็อปปิ้ง การท่องเที่ยวทะเลและชายหาด รวมถึงศัลยกรรมและการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลชั้นนำของไทยในกรุงเทพฯ และปริมณทล
-แนวคิดใหม่อื่นๆ
ผมขอเรียนด้วยความเคารพไปยังท่านผู้มีอำนาจและเกี่ยวข้องในภาครัฐ ช่วยพิจารณาเรื่องนี้เป็นวาระเร่งด่วนนะครับ อย่ารีรอครับ เอาเป็นแบบว่าตัดสินใจแล้วทุบโต๊ะเลยยิ่งดีครับ
อย่าไปวิตกหรือกังวลในเรื่องอื่นๆ ที่ประเทศเรากำลังเผชิญอยู่ และดูเหมือนจะเป็นอุปสรรคในการเดินทางท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นกฎอัยการศึก สภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัวหรือถดถอย เรามาพิจารณายุทธวิธีใหม่ๆ หรือจะทำการตลาดแบบกองโจร “Guerrilla Marketing” ก็ไม่ว่ากันครับ
อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในปี 2558 นี้ ต้องการความอยู่รอดครับ







