
คลัง-ไอซีทีงัดกม.กดราคาซื้อไทยคม
กรณ์ เผยผลหารือร่วมกับ จุติ เตรียมพิจารณาข้อกฎหมายจากคดียึดทรัพย์ทักษิณมาใช้ในการลดมูลค่าในการซื้อดาวเทียมไทยคมคืน คาดบางเรื่องให้ได้ข้อสรุปภายในต้นเดือนหน้า
กรณ์ เผยผลหารือร่วมกับ จุติ เตรียมพิจารณาข้อกฎหมายจากคดียึดทรัพย์ทักษิณมาใช้ในการลดมูลค่าในการซื้อดาวเทียมไทยคมคืน คาดบางเรื่องให้ได้ข้อสรุปภายในต้นเดือนหน้า
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า ได้หารือกับนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ในประเด็นซื้อดาวเทียมไทยคม ว่าต้องพิจารณาประเด็นทางข้อกฎหมายที่มาจากคำพิพากษาของศาล คดีอาญาแผนกผู้ดำรงตำแหน่งทางเมือง ในกรณียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใน 4 ประเด็น ให้ชัดเจนเสียก่อนที่จะดำเนินการต่อไป
ประเด็นที่ 1 เรื่องการแก้สัญญาสัมปทานบริษัทไทยคม ที่ได้มีการอนุมัติโดยรัฐบาลของ พ.ต.ท. ทักษิณ ให้บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น สามารถลดสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทไทยคมจาก 51% ลงมา 42% ได้ ซึ้งทางศาลได้มีคำพิพกาษาชัดเจนว่าเป็นการแก้สัมปทานที่เอื้อประโยชน์ให้ทางบริษัทชินคอร์ป ซึ่งเป็นทางไอซีทีต้องนำไปพิจาณาว่าด้วยคณะกรรมการตามาตรา 22 ของ พ.ร.บ.ร่วมทุนต่อไปว่าจะมีผลในการที่จะดำเนินการต่อไป รวมถึงการแก้ไขให้ถูกต้องตามสัมปทานเดิมอย่างไรหรือไม่
ประเด็นที่ 2 เรื่องสินไหมชดเชย 6 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่ทางบริษัทไทยคมได้รับแต่ไม่ได้นำเข้าคลังตามสัญญาสัมปทานแต่ได้นำสินไหมชดเชยทีได้รับไปใช้ในการซื้อหรือเช่าดาวเที่ยวโดยพลกาล เป็นเรื่องที่ไอซีทีต้องแสดงความคิดเห็นให้ชัดเจนว่าจะดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องอย่างไร
ประเด็นที่ 3 เรื่องดาวเทียมไอพีสตาร์ว่า ไม่เป็นการดำเนินการตามสัมปทาน คือเป็นดาวเทียมนอกระบบ เป็นคำถามต่อไอซีทีว่าหากเป็นเช่นนี้จะดำเนินการต่ออย่างไร เพราะบริษัทไทยคมไม่มีสิทธิที่จะดำเนินการยิงดาวเทียมไอพีสตารณ์แต่แรก ก็เป็นประเด็นที่ต้องมีคำตอบให้คลังก่อนที่เราจะตัดสินใจได้ว่ามีความจำเป็นต้องซื้อหรือไม่หากซื้อต้องรวมมูลค่าของไอพีสตาร์หรือไม่ และทั้งหมดจะมีผลต่อราคาของธุรกิจดาวเทียมที่อยู่ภายใต้ไทยคมอย่างไร
ประเด็นที่ 4 เรื่องไทยคม 5 ซึ่งกระทรวงการคลังมีข้อสังเกตเบื้องต้นไปยังไอซีทีตรวจสอบเพิ่มเติมว่า เป็นการยิงดาวเทียมที่ถูกต้องตามสัญญาสัมปทานหรือไม่
"ทั้ง 4 ประเด็นเป็นประเด็นทางกฏหมายที่ต้องมีความชัดเจนก่อนที่เราจะตัดสินใจได้ว่ามีแนวทางในการเดินหน้าเรื่องนี้อย่างไร โดยจะสรุปมาให้เราเมื่อไหร่ก็แล้วแต่ไอซีที แต่ไอซีทีพูดมาว่าในบางเรื่องก็ให้คำตอบได้ภายใน 21 วัน นับจากวันที่ 14 มิ.ย.นี้ หากมีความชัดเจนว่าประเด็นทางกฏหมายเหล่านี้มีผลทางกฏหมายอย่างไรก็ถึงจะนำเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจาณา" นายกรณ์ กล่าว
นายกรณ์ กล่าวว่า ยังสรุปไม่ได้ว่าจะต้องซื้อธุรกิจดาวเทียมไทยคมโดยใช้เงินหรือไม่ เพราะต้องมีคำตอบในเรื่องเหล่านี้ก่อน เพราะแต่ละข้อมีผลอย่างมีนยัยสำคัญต่อมูลค่าของธุรกิจดาวเทียมไทยคม และที่ผ่านมาได้ที่ได้ไปพบกับผู้บริการกองทุนเทมาเซกที่เน้นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องลงทุน ในส่วนของไทยในการเจรจากับเทมาเซกแม้จะมีเป้าหมายความมั่นคงแต่เราก็ต้องเจรจาบนพื้นฐานในเชิงพาณิชย์เพื่อไม่ให้เราเสียเปรียบ







