posttoday
นาโนไฟแนนซ์...เมกาธุรกิจ

นาโนไฟแนนซ์...เมกาธุรกิจ

12 กุมภาพันธ์ 2558

คำว่า "นาโน" สื่อความหมายว่าเล็กมาก แต่ถ้ามีมาร์จิ้นสูงๆ และมีจำนวนรวมกันหลายล้านบัญชีก็อาจกลายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่หรือเมกาธุรกิจได้

โดย...อรุณ จิรชวาลา

คำว่า "นาโน" สื่อความหมายว่าเล็กมาก แต่ถ้ามีมาร์จิ้นสูงๆ และมีจำนวนรวมกันหลายล้านบัญชีก็อาจกลายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่หรือเมกาธุรกิจได้

นาโนไฟแนนซ์มีศักยภาพที่จะเป็นเมกาธุรกิจ กลุ่มทุนต่างๆ เห็นแล้วน้ำลายสอ อยากเข้ามาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ โดยหลายบริษัทประกาศตัวจะเข้ามารุกหรือลุยทันทีที่ตลาดเปิดนักเลงหุ้นก็พลอยได้อานิสงส์ไปด้วย มีการไล่ซื้อหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องจนหลายตัวราคาวิ่งขึ้นไปแล้วหลายสิบเปอร์เซ็นต์ ทำให้ร่ำรวยอู้ฟู่ไปตามๆ กัน

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า นโยบายจัดให้มีนาโนไฟแนนซ์ของรัฐบาลออกมาเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ยากไร้ หรือออกมาเพื่อช่วยเหลือพวกนายทุนกันแน่

ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่เชื่อว่า ดอกเบี้ยระดับ 36% ต่อปี จะช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนจนดีขึ้นได้อย่างยั่งยืน สำหรับทุกๆ คนที่ประสบความสำเร็จด้วยเงินทุนประเภทนี้ จะมีอีกนับร้อยคนที่เป็นเพียงเครื่องมือสร้างความร่ำรวยให้กับพวกนายทุน หาเงินโดยวิธีสุจริตอย่างไรก็ใช้หนี้ไม่รู้จักหมดสิ้น หยาดเหงื่อแรงงานถูกเบียดบังไปเป็นดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม

เจ้าของนโยบายอ้างว่า ที่ให้กู้โดยคิดดอกเบี้ย 3% ต่อเดือนเป็นการช่วยลดภาระให้ เพราะถ้าไปกู้นอกระบบจะต้องจ่ายแพงกว่านี้หลายเท่า อย่างน้อยก็อาจจะต้อง 10% ต่อเดือน

ข้ออ้างนี้จะถูกต้องหากกู้ในระบบแล้วทำให้ไม่สามารถกู้นอกระบบได้ แต่ในความเป็นจริง รัฐบาลไม่มีวิธีหรือมาตรการที่จะไปหยุดการกู้ยืมนอกระบบได้ ทำให้หลังจากกู้ยืมในระบบเพื่อไปลดหนี้นอกระบบได้ไม่นาน ส่วนใหญ่ก็จะกลับมาเป็นหนี้นอกระบบตามเดิม ภาระหนี้และภาระดอกเบี้ยโดยรวมจึงสูงขึ้น ไม่ใช่ต่ำลง

ด้วยเหตุนี้ โครงการประเภทเดียวกันนี้ที่เคยทำกันมาในอดีตโดยรัฐบาลก่อนๆ จึงไม่เคยประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือคนยากจนอย่างแท้จริง เห็นได้ชัดจากหนี้สินภาคครัวเรือนที่กลับยิ่งเพิ่มสูงขึ้นจนปัจจุบันอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง คือกว่า 80% ของรายได้

ลองนึกดูเล่นๆ ก็ได้ครับ หากที่ผ่านมาในอดีต ไม่เคยมีรัฐบาลไหนมอมเมาประชาชนด้วยโครงการประเภทนี้ ตัวเลขหนี้สินภาคครัวเรือนจะสูงขึ้นมาเร็วขนาดนี้หรือไม่ หรือจะสูงขึ้นมาได้อย่างไร
คำตอบชัดเจนอยู่แล้วว่า หากไม่มีโครงการประเภทนี้ ตัวเลขหนี้สินภาคครัวเรือนจะต่ำกว่านี้เป็นอันมาก

นาโนไฟแนนซ์จะช่วยเติมสภาพคล่องให้คนที่หมุนเงินไม่ทันในระยะสั้นเท่านั้น หลังจากนั้นจะกลายเป็นภาระและเป็นอุปสรรคต่อชีวิตอนาคต

ในระดับประเทศ นาโนไฟแนนซ์จะช่วยกระตุ้นการบริโภคได้บ้างในระยะสั้น แต่จะกลายเป็นตัวถ่วงและฉุดเศรษฐกิจในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ผมทราบดีว่าถึงจะคัดค้านอย่างไรก็ยากที่จะเป็นผล เพราะเป็นเรื่องที่ยังไม่มีใครเดือดร้อน ถึงส่วนรวมจะเสียหายก็ไม่มีเจ้าทุกข์ที่มีตัวตนชัดเจน เกือบทุกคนที่เกี่ยวข้องจะรู้สึกว่าตัวเองได้ประโยชน์จากโครงการนี้ของรัฐบาล ดังนี้

หนึ่ง ผู้กู้ ประชาชนที่เป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจะรู้สึกว่ามีแหล่งเงินทุนให้เข้าถึงได้มากขึ้น มีทางเลือกมากขึ้น ใครไม่อยากเป็นหนี้ก็ไม่ต้องกู้

น้อยคนจะได้คิดว่า มันไม่ต่างจากยาเสพติด เมื่อเป็นเรื่องถูกกฎหมายก็จะมีคนถูกชักชวนให้ทดลองเสพมากขึ้นเป็นลำดับ และเมื่อได้เสพแล้ว โอกาสที่จะเลิกได้มีน้อย มีแต่จะเสพมากขึ้น จนในที่สุดก็หมดอนาคต

สอง ผู้ให้กู้ ซึ่งมีชื่อเรียกว่าบริษัทสินเชื่อรายย่อย หรือ บย. บริษัทเหล่านี้จะผุดขึ้นมาเกือบจะเรียกได้ว่าเป็นดอกเห็ด เพราะจะไปหาธุรกิจอื่นที่มีมาร์จิ้นสูงขนาดนี้คงเป็นไปได้ยาก เรื่องความเสี่ยงก็มีน้อยกว่าที่หลายคนคิด เพราะถึงเอ็นพีแอลหรือหนี้เสียจะสูง แต่ก็สามารถใช้หลักสถิติช่วยควบคุมให้ต่ำกว่ามาร์จิ้นที่ได้รับ

ยกตัวอย่างให้เห็นชัดๆ นะครับ สมมติต้นทุนดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวมกันเท่ากับ 10% หากควบคุมหนี้เสียสุทธิให้อยู่ในระดับไม่เกิน 10% ก็จะยังเหลือกำไรไม่ต่ำกว่า 16% ซึ่งธุรกิจสถาบันการเงินปกติไม่มีทางทำได้

สาม ระบบธนาคารจะได้ประโยชน์ด้วย เพราะรัฐบาลห้ามไม่ให้ บย.รับฝากเงิน จึงต้องไปกู้ยืมจากธนาคารเพื่อนำไปปล่อยกู้ อัตราดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายให้ธนาคารถือเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อย วงเงินที่ได้รับสำคัญกว่า ทำให้ธนาคารที่ให้กู้ได้ลูกค้าสินเชื่อที่ค่อนข้างดี ไม่ขี้เหนียวดอกเบี้ย

สี่ ธุรกิจตามหนี้จะได้ประโยชน์ โดยการไปซื้อหนี้เสียจาก บย. มาบริหารและติดตามเรียกเก็บธุรกิจตามหนี้ดูผิวเผินมีความเสี่ยงสูงและไม่น่าพิสมัยนัก บางคนอาจนึกเลยเถิดไปถึงการส่งอันธพาลไปข่มขู่ทุบตีชาวบ้าน แต่ความเป็นจริงไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น บริษัทที่บริหารจัดการแบบมืออาชีพสามารถมีผลประกอบการที่ดี โดยไม่ต้องพึ่งวิธีผิดกฎหมาย

ขอยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพอีกเช่นกัน สมมติไปประมูลซื้อเอ็นพีแอลมาในราคา 10% ของเงินต้น แต่สามารถติดตามและกล่อมให้ลูกหนี้นำเงินมาชำระได้ 30% หักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสมมติว่าเท่ากับ 10% ก็ยังเหลือกำไรอีก 10% เป็นต้น

นาโนไฟแนนซ์จะช่วยให้ธุรกิจนี้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว เพราะจะมีซัพพลายเอ็นพีแอลป้อนให้เป็นจำนวนมาก

ห้า กลุ่มเจ้าหนี้นอกระบบ อย่าหลงเชื่อเป็นอันขาดนะครับว่ากลุ่มนี้จะเดือดร้อนเพราะหมดอาชีพ ลูกค้าจะหันไปกู้ในระบบแทน ในความเป็นจริง กลุ่มเจ้าหนี้นอกระบบจะได้ประโยชน์จากนาโนไฟแนนซ์ไม่แพ้กลุ่มอื่น

หากยังนึกภาพไม่ออก ผมก็ขอเล่าเรื่องที่เคยได้ยินมาให้ฟัง ว่าเจ้าหนี้นอกระบบได้เฮอย่างไร เรื่องมีอยู่ว่า มีลูกหนี้บางรายที่เป็นหนี้สินล้นพ้นตัวจนเจ้าหนี้นอกระบบเองก็หมดหนทางที่จะรีดเลือดจากปูต่อไปได้ ขู่จะหักแขนหักขาหรือฆ่าให้ตายก็ไม่เป็นผล พอมีนาโนไฟแนนซ์เจ้าหนี้จึงถือโอกาสบังคับลูกหนี้ให้ไปขอกู้ ได้เงินมาแล้วต้องแบ่งส่วนหนึ่งมาชำระหนี้

เห็นหรือยังครับว่าเจ้าหนี้นอกระบบได้อานิสงส์อย่างไร

ในภาพรวม นาโนไฟแนนซ์ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับการกู้ยืมนอกระบบ ทำให้สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงมากขึ้น เพราะมีโครงการภาครัฐช่วยรองรับ

ก่อนจบ ขอยืนยันว่าผมไม่ใช่คนเดียวที่ไม่เห็นด้วยกับนาโนไฟแนนซ์ เท่าที่ทราบ ธปท.ก็ไม่เห็นด้วย แต่ไม่สามารถห้ามปรามหรือป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น ถึงตอนนี้อาจเหลือเพียงนายกรัฐมนตรีคนเดียวที่จะสามารถหยุดยั้งมันได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท