
ปัญหาปากท้อง
อุณหภูมิการเมืองร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ หลังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติถอดถอนอดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
อุณหภูมิการเมืองร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ หลังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติถอดถอนอดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกจากตำแหน่ง กรณีปล่อยปละให้เกิดความเสียหายจากโครงการรับ
จำนำข้าว
ไล่มาตั้งแต่เหตุระเบิดกลางกรุงที่ถือเป็นการท้าทาย “กฎอัยการศึก” และลูบคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
ต่อเนื่องด้วยแถลงการณ์ปลอมที่เข้าข่ายหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งถือเป็นเรื่องเปราะบางที่สุ่มเสี่ยงบานปลายไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงในอนาคต
ทว่า ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงหรือเหลือบ่ากว่าแรงของรัฐบาล คสช.ที่อยู่ระหว่างการติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีและป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยต่อไป
แต่จากสัญญาณเวลานี้ “จุดสลบ” ที่จะชี้เป็นชี้ตายต่ออนาคตของรัฐบาล คสช. คือ ปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพ ราคาข้าวของแพงขึ้นจนกระทบเป็นลูกโซ่ ซ้ำเติมวงจรเศรษฐกิจที่ส่อเค้าจะเข้าสู่ภาวะชะงักงัน
สอดรับไปกับโพลหลายสำนักที่สะท้อนความเห็นของประชาชนส่วนใหญ่ ซึ่งต้องการให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาปากท้องเป็นลำดับแรกๆ แซงหน้าเรื่องความสงบเรียบร้อย
ในสังคม
ไม่ใช่เพียงแค่รัฐบาลนี้เท่านั้น แต่ปัญหาปากท้องถือเป็นเรื่องใหญ่ของทุกรัฐบาลที่มีผลสั่นคลอนเสถียรภาพอย่างรุนแรงและมากกว่าเรื่องอื่นๆ
ทว่า ผลพวงจากความขัดแย้งทางการเมืองที่ลากยาวต่อเนื่องหลายปี ฉุดความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจกระทบไปถึงตัวเลขการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว ยิ่งทำให้การแก้ปัญหาราคาข้าวของแพงในเวลานี้ยากลำบากขึ้น
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ถูกจับจ้องเป็นพิเศษเวลานี้คือ “ฝีไม้ลายมือ” ของรัฐบาลที่ตั้งขึ้นมาหลังรัฐประหาร โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกกำลังลงรุนแรง แทนที่ราคาข้าวของจะลดลงตามไปด้วย หรืออย่างน้อยก็ควรจะชะลอไม่ให้สินค้าราคาแพงขึ้น แต่ทุกอย่างกลับสวนทางกันราคาข้าวของซึ่งพุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะหมวดอาหารที่เสียงโอดครวญเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ วิเคราะห์ว่าปัญหาของแพงเวลานี้ ส่วนหนึ่งมาจากนโยบายที่ผิดพลาดเรื่องก๊าซหุงต้ม ที่เป็นต้นทุนสำคัญดึงให้ราคาอาหารสูงขึ้น ทั้งที่รัฐบาลควรจะเข้าไปดูแลในส่วนนี้
“ปัจจุบันพบว่ามีการกระทำที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่ควรจะเป็นทั้งเรื่อง นโยบาย ก๊าซหุงต้มของรัฐบาล ซึ่งเป็นการบังคับให้ประชาชนต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อก๊าซนำเข้าที่ภาคอุตสาหกรรมกับปิโตรเคมีต้องการ แทนที่จะคิดว่าของที่มีอยู่ในประเทศ เราพอที่จะให้ชาวบ้านหุงต้มทั้งประเทศ ส่วนปิโตรเคมี หรืออุตสาหกรรม ใช้มาก ทำให้ประเทศต้องนำเข้าคุณก็รับผิดชอบตรงนั้นไป เพราะใช้เสร็จก็ไปผลิตสินค้าในตลาด” อภิสิทธิ์ ระบุ
กระบวนการไล่ตรวจสิินค้าอาหารราคาแพงที่กระทรวงพาณิชย์เป็นผู้รับผิดชอบเวลานี้ จึงอาจเป็นเพียงแค่ปลายทางที่แก้ปัญหาได้เฉพาะหน้าและชั่วคราว หากยังไม่ปรับไปแก้ไขต้นทุนที่แท้จริง
อีกทั้งยังถูกซ้ำเติมกับปัญหาขึ้นราคาค่าโดยสารแท็กซี่ใหม่ ซึ่งแม้จะอ้างว่าไม่มีการปรับเพิ่มมานานหลายปี แต่การขยับขึ้นราคา รวมทั้งการขยับขึ้นราคาค่ารถเมล์ ในช่วงนี้ย่อมถือเป็นการซ้ำเติมภาระค่าครองชีพของชาวบ้าน
ต่างจากเหตุผลเมื่อครั้งกลุ่มผู้ประกอบการเคยอ้างเรื่องราคาน้ำมันสูงขึ้นเพื่อขอขึ้นราคา แต่เมื่อถึงวันที่ราคาลดลงแทนที่ราคาจะลงตามมากลับยังเพิ่มขึ้นอีก ทั้งที่คุณภาพการให้บริการที่เคยเป็นประเด็นเรียกร้องให้พัฒนาตามราคาที่ปรับขึ้นก็ไม่เป็นเช่นนั้น
สวนทางกับรายได้ของชาวบ้านที่ไม่ได้เพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน ยิ่งเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา ที่ยังต้องประสบกับปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะยางพาราที่สร้างความเดือดร้อนจนเกษตรกรตั้งท่าจะออกมาเคลื่อนไหวอยู่หลายรอบ เพราะมาตรการแก้ปัญหาของรัฐบาลยังไม่เห็นผล
การอัดฉีดงบประมาณเพื่อเข้าไปกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือการริเริ่มโครงสร้างพื้นฐานที่พยายามทำเวลานี้ แม้จะเป็นเรื่องดีแต่กว่าจะเห็นผลเงินหมุนกลับมาถึงมือประชาชนวนอยู่ในระบบเศรษฐกิจคงต้องใช้เวลานาน
อีกจุดอ่อนสำคัญยังอยู่ที่การไม่มี สส.เป็นตัวเชื่อมระหว่างชาวบ้านและรัฐบาล และนั่นย่อมปลุกให้ปัญหาลุกลามบานปลายได้รวดเร็วกว่าปกติ ยังไม่รวมกับมือที่สามจะหยิบยกประเด็นนี้ไปปลุกกระแสต่อต้านรัฐบาล
ดังนั้น หากปัญหาปากท้องยังไม่ได้รับการแก้ไขในเร็ววัน ความเดือดร้อนสะสมของชาวบ้านย่อมจะแปรเปลี่ยนเป็นพลังที่ออกมาเขย่าเสถียรภาพของรัฐบาล คสช.อย่างรุนแรง
ที่สำคัญปัจจัยนี้อาจจะทำให้ คสช.ต้องสะดุดขาตัวเองล้มลงก่อนที่กระบวนการการปฏิรูปจะเห็นเป็นรูปเป็นร่างตามโรดแมปที่วางแผนเอาไว้







