posttoday
อินโดนีเซีย กับนโยบายลดการอุดหนุนราคาพลังงาน

อินโดนีเซีย กับนโยบายลดการอุดหนุนราคาพลังงาน

11 กุมภาพันธ์ 2558

หนึ่งในประเทศเพื่อนบ้านของไทยเราที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสมาชิกของกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก หรือกลุ่มโอเปก

โดย...ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร 

หนึ่งในประเทศเพื่อนบ้านของไทยเราที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสมาชิกของกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก หรือกลุ่มโอเปก อย่างประเทศอินโดนีเซีย ได้ประกาศนโยบายครั้งสำคัญภายใต้การนำของประธานาธิบดีคนใหม่ โจโก วิโดโด หรือที่รู้จักกันทั่วไปคือ “โจโกวี” ซึ่งได้เปลี่ยนโฉมหน้าให้ประเทศอินโดนีเซีย ชาติซึ่งเคยอุดหนุนราคาพลังงานมหาศาลให้คนในประเทศมานาน ต้องยุตินโยบายดังกล่าวลงและนำมาซึ่งเสียงชื่นชมของนักวิเคราะห์เศรษฐกิจทั่วโลกถึงความมุ่งมั่นและการกล้าคิดต่างของโจโกวีในครั้งนี้

ปฐมบทของนโยบายการยกเลิกอุดหนุนราคาพลังงานของอินโดนีเซีย บัมบัง โบรโจเนโกโร (Bambang Brodjonegoro) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของอินโดนีเซีย เล่าเหตุผลให้ฟังอย่างน่าสนใจว่า นโยบายการชดเชยราคาพลังงาน โดยการตรึงราคาหรือลดราคาพลังงานไว้อย่างยาวนานนั้น ถูกมองว่าเป็นนโยบายช่วยเหลือคนจน ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นมาตรการที่รัฐบาลนำเงินมหาศาลไปช่วยอุ้มกลุ่มคนชนชั้นกลางของประเทศมากกว่า และแทบจะ
ไม่ได้มีเม็ดเงินจากภาครัฐตรงไปถึงกลุ่มคนจนเลย

รัฐมนตรีบัมบัง โบรโจเนโกโร ยังได้ให้แง่คิดที่น่าสนใจเพิ่มเติมว่า ประเทศอินโดนีเซียแทบจะไม่มีทางส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการลดความยากจนและความไม่เสมอภาคในประเทศได้ ถ้าจุดเริ่มต้นของการทำให้ราคาพลังงานสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงไม่เกิดขึ้น รวมทั้งไม่สามารถจัดการค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้เป็นธรรมได้

วิธีที่อินโดนีเซียจะเริ่มดำเนินการ ซึ่งถือเป็นนโยบายหลักจากนี้คือ  ต้องมีการปรับราคาและการอุดหนุนราคาสินค้าแบบเฉพาะกลุ่ม หรือการอุดหนุนราคาสินค้าหรือราคาพลังงานที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง อธิบายด้วยภาษาเข้าใจง่ายๆ ว่า ประเทศอินโดนีเซียจะช่วยเหลือกลุ่มประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือจริงๆ ถึงจะได้รับสิทธินี้ โดยการช่วยเหลือจะเป็นเฉพาะด้าน เช่น ไฟฟ้า อาหาร รวมไปถึงปุ๋ยสำหรับการเกษตร เป็นต้น

นโยบายการลดการอุดหนุนราคาพลังงานจึงมาช่วยตอบโจทย์นี้เป็นลำดับแรกๆ เพราะหลังจากทยอยลดการอุดหนุนราคา รัฐบาลอินโดนีเซียสามารถประหยัดเงินได้สูงถึง 25 ล้านล้านรูเปียห์ หรือประมาณ 5.4 แสนล้านบาท/ปี ซึ่งเท่ากับอินโดนีเซียมีงบประมาณไปอุดหนุนการช่วยเหลือคนจนของประเทศจริงๆ รวมไปถึงการวางแผนนำไปใช้ในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษา ระบบสาธารณสุข และระบบสาธารณูปโภค เป็นต้น

เบื้องต้นคาดว่ารัฐบาลของอินโดนีเซียจะได้นำเงินที่ประหยัดได้จากการลดอุดหนุนราคาพลังงานในประเทศประมาณ 60% หรือ 1.3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี นำไปช่วยการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมของประเทศ เช่น สร้างถนนสายหลักและท่าเรือเพื่อช่วยในการเชื่อมต่อของหมู่เกาะต่างๆ และบางส่วนจะได้ไปช่วยสนับสนุนความมั่นคงด้านอาหาร ด้านการประมง และการเดินเรือในประเทศ

โดยภาพที่รัฐบาลอินโดนีเซียกำหนดไว้ในแผนพัฒนาประเทศอีก 5 ปี และได้ประกาศให้ทั่วโลกทราบแล้วนั้น คือ การสร้างท่าเรือที่ไม่เกี่ยวข้องกับเชิงพาณิชย์เพิ่มเติมอีก 20 แห่ง การสร้างท่าอากาศยานภายในประเทศอีก 10 แห่ง อีกทั้งยังจะวางแผนที่จะสร้างทางรถไฟหลักภายในปี 2558 นี้ เพื่อสร้างระบบคมนาคมภายในประเทศให้ประชาชนได้ใช้อย่างสะดวก
ยิ่งขึ้น ลดการใช้พลังงานในภาพรวมอนาคตอีกด้วย

นอกจากนี้ แนวทางการช่วยเหลือกลุ่มคนจน ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ รัฐบาลจะให้ความคุ้มครองทางสังคมโดยตรง ผ่านระบบ “Smart Card”  โดยจะเป็นทางเลือกใหม่ที่จะช่วยให้รัฐบาลสามารถเข้าไปดูแลประชาชนในเรื่องการศึกษา สาธารณสุข และสวัสดิการสังคมได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยบัตรนี้จะมอบประกันสุขภาพฟรีให้แก่คนจน และให้ได้รับสิทธิการศึกษาฟรี 12 ปี และสนับสนุนการศึกษาในกลุ่มเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือโดยตรง

ความช่วยเหลือต่างๆ นั้นจะมุ่งไปยังกลุ่มคนจนและคนใกล้จนของประเทศ เพราะรัฐบาลอินโดนีเซียถือว่ากลุ่มคนเหล่านี้จะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงราคา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพลังงานหรืออาหาร โดยระบบ Smart Card จะทำรายการผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ไปยังบัญชีของผู้ที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว เพื่อเลี่ยงไม่ให้มีการใช้เงินสดไปในทางที่ผิดและป้องกันการคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นปัญหาหลักของประเทศอินโดนีเซียเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของอินโดนีเซียยังได้ย้ำความมั่นใจในการลดการอุดหนุนราคาพลังงานว่า การปฏิรูปราคาพลังงานนั้นรัฐบาลอินโดนีเซียจะดำเนินนโยบายอย่างจริงจัง เพราะผลที่ได้รับไม่เพียงจะเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจโดยรวม ลดการอุดหนุนราคาให้กลุ่มชนชั้นกลาง ซึ่งไม่ควรได้รับการช่วยเหลือที่แท้จริง ยังจะช่วยให้ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งต้องนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศแล้ว ลดการใช้พลังงานในประเทศลง ลดการนำเข้าน้ำมันและช่วยให้ยอดการขาดทุนสะสมของระบบบัญชีในประเทศลดลงอีกด้วย

ตัวอย่างนโยบายการลดอุดหนุนราคาพลังงานจากอินโดนีเซียนี้ จะเป็นต้นแบบให้ประเทศไทยได้กลับมาทบทวนถึงนโยบายการอุดหนุนราคาพลังงานภายในประเทศ ซึ่งขณะนี้พบว่าประเทศไทยของเราได้มีความก้าวหน้าในการสร้างความเป็นธรรมของราคาพลังงานไปในหลายด้านแล้ว โดยเฉพาะโครงสร้างราคาน้ำมัน ราคาก๊าซหุงต้ม และก๊าซธรรมชาติที่ใช้ในรถยนต์ หรือเอ็นจีวี ซึ่งได้มีการปรับราคาสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและเป็นตามกลไกตลาดแบบเสรียิ่งขึ้น

เพราะหากมีการสร้างความเป็นธรรมด้านราคาพลังงาน ซึ่งถึงเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจแล้ว ก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นในการปฏิรูปด้านอื่นๆ เพื่อพัฒนาประเทศในอนาคตต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท