
ยุทธศาสตร์ระบบราง
ข้อเสนอแนะของบรรดานักวิชาการจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่แนะนำให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้อำนาจเบ็ดเสร็จในการจัดทำยุทธศาสตร์การจัดการบริหารระบบรางของประเทศให้พร้อม ก่อนจะดำเนินการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศครั้งใหญ่ ซึ่งจะใช้งบประมาณกว่า 3.4 ล้านล้านบาท เป็นเรื่องที่ผู้บริหารประเทศควรตระหนักและนำไปกำหนดเป็นแผนปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม
ข้อเสนอแนะของบรรดานักวิชาการจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่แนะนำให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้อำนาจเบ็ดเสร็จในการจัดทำยุทธศาสตร์การจัดการบริหารระบบรางของประเทศให้พร้อม ก่อนจะดำเนินการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศครั้งใหญ่ ซึ่งจะใช้งบประมาณกว่า 3.4 ล้านล้านบาท เป็นเรื่องที่ผู้บริหารประเทศควรตระหนักและนำไปกำหนดเป็นแผนปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม
เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยยังไม่มีการเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับการพัฒนาในแทบทุกด้าน ทั้งด้านเทคโนโลยี ด้านบุคลากร วิศวกร กฎระเบียบ นโยบายการค้า การกำหนดมาตรฐาน มาตรการรับรองการผลิตชิ้นส่วนรถไฟฟ้า แผนพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนรถไฟในประเทศ
แนวคิดการผลักดันให้มีการจัดตั้งกรมรางขึ้นมาของกระทรวงคมนาคมเป็นเพียงหนึ่งในแนวทางการตั้งองค์กรขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ดูแลกฎระเบียบและกฎหมาย รวมถึงขยายขอบข่ายการทำงานของกระทรวงคมนาคมให้มีขอบเขตที่กว้างขึ้นเท่านั้น แต่สาระสำคัญที่สุดคือยุทธศาสตร์การจัดการระบบรางกลับเป็นเพียงผลงานทางวิชาการ ไร้ซึ่งรูปธรรมของแผนปฏิบัติการ
ยังไม่สายเกินไปที่รัฐบาลจะหันมาให้ความสำคัญในการกำหนดยุทธศาสตร์และแผนการบริหารจัดการระบบรางของประเทศให้มีรูปธรรม เพราะการจะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศครั้งนี้ รัฐบาลจำเป็นต้องปฏิรูปหน่วยงานรับผิดชอบด้านการวางแผนพัฒนาและให้บริการขนส่งระบบราง ทั้งส่วนที่จะเป็นผู้วางยุทธศาสตร์ในภาพรวม การก่อสร้าง การบำรุงรักษา หน่วยงานที่จะดูแลการโดยสารขนส่งคนและขนส่งสินค้า องค์กรที่จะทำหน้าที่ประสานงานระหว่างผู้เดินรถ หน่วยงานกำกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยรับรองมาตรฐานการเดินรถ
อย่าปล่อยให้หน่วยงานของรัฐแต่ละส่วน ที่ปัจจุบันแยกหน้าที่กันดำเนินการเป็นผู้เสนอแผนงานมารองรับการเปลี่ยนโฉมหน้าประเทศไทยเช่นในอดีต ไม่เช่นนั้นการพัฒนาจะไร้ทิศทาง
มิเช่นนั้นประเทศไทยจะเป็นเพียงผู้ซื้อสินค้าหลักในระบบรางของโลก แต่จะไร้ซึ่งองค์ความรู้ในการพัฒนาเทคโนโลยีและการผลิต ซึ่งในที่สุดจะกลายมาเป็นภาระของประเทศ เพราะท้ายที่สุดของการลงทุนระบบรางนั้น ภาระในการลงทุนระยะต้นน้อยกว่าภาระในการซ่อมบำรุงและซื้อชิ้นส่วนอุปกรณ์ถึง 3 เท่าตัว
ผู้นำรัฐบาลต้องกระโดดออกมาเป็นโต้โผในการระดมสรรพกำลังของผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ เพื่อดึงมาร่วมกันกำหนดแนวทางในการกำหนดยุทธศาสตร์และแผนการจัดการระบบราง เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการพัฒนาระบบรางที่ยั่งยืน มีการกำหนดกลไกการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาเทคโนโลยีและสร้างอุตสาหกรรมด้านระบบรางให้เกิดขึ้นในประเทศอย่างยั่งยืน







