
ลุ้นชะตา‘เหมืองทองอัคราฯ’
อธิบดี กพร. ระบุชัด หากข้อมูล-หลักฐาน “อัคราฯ” ฟังขึ้น ยอมให้เปิดเหมืองต่อ
อธิบดี กพร. ระบุชัด หากข้อมูล-หลักฐาน “อัคราฯ” ฟังขึ้น ยอมให้เปิดเหมืองต่อ
เวทีสาธารณะที่ จ.พิจิตร และเพชรบูรณ์ ในวันที่ 11 ก.พ.นี้ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) จัดขึ้นเพื่อให้บริษัทอัครา รีซอร์ทเซส เจ้าของสัมปทานเหมืองแร่ทองคำ นำข้อมูลและหลักฐานมาชี้แจงใน 2 ประเด็น ตามที่ กพร.มีคำสั่งให้ดำเนินการระหว่างหยุดประกอบการโลหกรรมเป็นเวลา 30 วัน
นายสุรพงษ์ เชียงทอง อธิบดี กพร.เปิดเผยว่า หากบริษัท อัคราฯ ไม่มีหลักฐานยืนยัน หรือชี้แจงไม่ชัดเจนก็อาจต้องให้ปิดเหมืองต่อ แต่หากสามารถอธิบายได้ครบถ้วน ฟังขึ้น มีหลักฐาน ก็คงต้องยอมให้ดำเนินกิจการต่อไป
ทั้งนี้ สิ่งที่บริษัท อัคราฯ ต้องชี้แจง ได้แก่ 1.ได้นำชาวบ้านที่เจ็บป่วยจำนวน 250 คน ไปรักษาโดยทันทีหรือไม่ ซึ่งบริษัท อัคราฯ ต้องแสดงหลักฐานว่ารักษาแล้วจริง 2.ต้องชี้แจงวิธีการหาสาเหตุของผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชาวบ้าน รวมถึงวิธีการทำงาน และการแถลงผลการรักษา ซึ่งต้องเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย
อย่างไรก็ดี หากในวันที่ 11 ก.พ.นี้ บริษัท อัคราฯ ไม่ได้รับการยอมรับ ก็ยังมีเวลาให้ดำเนินการแก้ไขถึงวันที่ 14 ก.พ.ซึ่งครบกำหนด 30 วัน โดย กพร.จะตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อตรวจสอบ หากยังพบว่าไม่มีความชัดเจนก็จะสั่งให้ปิดเหมืองต่อไป
นายปกรณ์ สุขุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อัคราฯ กล่าวว่า ไม่สบายใจที่นายสมิทธ์ ตุงคะสมิต นักวิชาการมหาวิทยาลัยรังสิต ให้ข่าวผลการตรวจสิ่งแวดล้อมต่อสาธารณชน ทั้งที่ก่อนหน้านี้กำหนดกติกาไว้ว่าควรหารือกันในคณะกรรมการ 5 ฝ่ายก่อน
“เรายอมรับทุกอย่าง แต่ขอให้เราเข้าใจตรงกันว่าตรวจกันยังไง ไปตรวจที่ไหนมา ไปเก็บตัวอย่างอย่างไร” นายปกรณ์ ตอบคำถามที่ว่า หากทีมวิชาการมหาวิทยาลัยรังสิตไม่นำผลออกไปเปิดเผย แต่นำมาคุยภายในคณะกรรมการ 5 ฝ่ายก่อน ทางบริษัท อัคราฯ จะยอมรับผลที่เปิดเผยออกมาใช่
หรือไม่
วันเดียวกัน ศาลปกครองสูงสุดตัดสินคดีชาวบ้าน อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ซึ่งได้รับผลกระทบการทำเหมืองลิกไนต์ของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ยื่นฟ้องการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยศาลได้สั่งให้ กฟผ.รื้อถอนสนามกอล์ฟแล้วให้ถมดินพร้อมปลูกป่าทดแทน และพิจารณาอพยพชาวบ้านออกนอกรัศมีผลกระทบ 5 กิโลเมตร ภายใน 90 วัน แต่ไม่มีคำสั่งให้ต้องจ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายแก่ชาวบ้าน







