
ประยุทธ์แนะกลไกปฏิรูป กำหนดเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์พิเศษ “บางกอกโพสต์” ระหว่างการเดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่น
โดย...พิชาย ชื่นสุขสวัสดิ์
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์พิเศษ “บางกอกโพสต์” ระหว่างการเดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยยอมรับว่า 11 ประเด็นที่ต้องปฏิรูป ซึ่งกำลังถกเถียงกันในสภาการปฎิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในขณะนี้ไม่สามารถดำเนินการให้เสร็จก่อนการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นภายในสิ้นปีนี้หรือต้นปีหน้าได้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จำเป็นจะต้องเขียนเงื่อนลงไปในรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อให้ประเด็นการปฏิรูปทั้งหลายสามารถเดินหน้าต่อไปได้ แต่การปฏิรูปพื้นฐานอย่างการยกเครื่องตำรวจ ข้าราชการและอื่นๆ จะอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของรัฐบาลชุดใหม่
“ทำไมถึงไม่ระบุเงื่อนไขการปฏิรูปลงไปในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คุณต้องเขียนลงไปในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งเป็นกลไกรับรองการปฏิรูป คุณรับได้หรือเปล่า?” พล.อ.ประยุทธ์ ถาม พร้อมแนะนำว่า กลไกนี้อาจเป็นร่างกฎหมายหรือคณะกรรมการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวุฒิสภาหรือสภาผู้แทนราษฏร โดยมีบทบาทหน้าที่หลักหนึ่งเดียวก็คือการติดตามและผลักดันให้เกิดการปฏิรูป
“เขียนมัน (เงื่อนไข) ลงไปในรัฐธรรมนูญ โดยให้อยู่เป็นวาระในกฎหมายสำหรับ 1-2 รัฐบาล ซึ่งหากไม่เขียนลงไปอย่างชัดเจน ผมถามคุณหน่อยสิว่า รัฐบาลชุดใหม่จะริเริ่มการปฏิรูปหรือเปล่า? คำตอบคือไม่มีทาง” นายกฯ ย้ำ
นอกจากนี้ อธิบายต่อว่า จำเป็นต้องหากลไกก่อนทำให้มั่นใจได้ว่ากฎหมายจะปกป้องผู้คนที่ทำหน้าที่ปฏิรูป และให้อำนาจกลุ่มคนเหล่านี้ เช่นจำเป็นต้องมีอำนาจในการเสนอกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูป ไม่ใช่เพียงแค่รอให้นักการเมืองร่างกฎหมายปฏิรูปเพียงอย่างเดียว ซึ่งนักการเมืองส่วนใหญ่ไม่ทำกัน การเขียนกลไกจะต้องเป็นไปในทางที่ทั้งรัฐสภาและรัฐบาลเห็นชอบร่วมกัน
คำถามที่ยังคาใจอยู่คือหลังการเลือกตั้งประเทศจะสามารถขจัดการแตกแยกทางการเมืองและความไม่มีเสถียรภาพได้หรือไม่?
“ผมไม่กังวลเรื่องเลือกตั้ง ผมกังวลสิ่งที่จะเกิดขึ้นก่อนเลือกตั้ง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว พร้อมระบุว่า การร่างรัฐธรรมนูญจะเสร็จสิ้นภายในเดือน ก.ย. หรือไม่ ขึ้นอยู่กับคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตนเอง
“คุณต้องไปถามคนร่าง” นายกฯ ย้ำ
เมื่อร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้น กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญต้องได้รับการอนุมัติต่อไป ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่ากังวลเกี่ยวกับความล่าช้าหากคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพยายามจะผ่านกฎหมายทั้งหมดภายในครั้งเดียว
“ไม่ว่าการร่างรัฐธรรมนูญจะเสร็จทันเวลาหรือไม่ ผมขอย้ำว่าผมต้องการให้จัดการเลือกตั้งในช่วงต้นปีหน้า แต่หากคณะกรรมการยกร่างยังคงถกเถียงและไม่สามารถหาความเห็นร่วมกันได้ คิดว่าร่างรัฐธรรมนูญจะเสร็จภายในเดือน ก.ย.ไหมล่ะ
“นักการเมืองทุกฝ่ายต้องพยายามทำให้เกิดการยอมรับรัฐธรรมนูญ หากร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นภายในเดือน ก.ย. จากนั้นจำเป็นต้องร่างกฎหมายประกอบที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการจัดการเลือกตั้ง
ไม่ได้หมายถึงกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทุกฉบับ แต่หลังจากการเลือกตั้ง หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะ ฝ่ายตรงข้ามจะรับผลการเลือกตั้งได้หรือไม่ เราไม่รู้ นี่คือประเทศไทย” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
เมื่อถามว่าการเปลี่ยนบทบาทจากผู้นำของกองทัพมาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นยากหรือไม่ พล.อ. ประยุทธ์ ถามกลับว่า “ยากตรงไหน ในเมื่อผมไม่ได้ทำทุกอย่างด้วยตัวเองทั้งหมด ผมต้องอ่าน ผมต้องใช้หัวในการตัดสินใจว่าควรทำอะไรก่อนหน้า ผมเรียงลำดับความสำคัญในหัว”
นายกฯ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องหานักการเมืองที่ทำงานเหมือนที่ตนเองทำ คือเป็นคนที่รับฟังความเห็นของข้าราชการ ต้องดูแลและให้ความเป็นธรรม “ผมไม่คิดว่ามันยาก (ในการเป็นนายกฯ) แต่ต้องคิดระวังหากคุณเอาตัวเข้าไปพัวพันมากเกินไป สุดท้ายคุณก็จะเริ่มคิดว่า คุณจะได้อะไร หรือคุณจะเสียอะไร” พล.อ. ประยุทธ์ ระบุ







