"ทนาย"โวย จี้ จนท.ยุติละเมิดสิทธิ์"ปู"
ทนายปู “ ชี้” ลูกความถูกคุกคามสิทธิและเสรีภาพ เรียกร้องให้ ทหาร ตำรวจ ยุติการละเมิดสิทธิและเสรีภาพ ตามที่รัฐธรรมนูญคุ้มครอง
ทนายปู “ ชี้” ลูกความถูกคุกคามสิทธิและเสรีภาพ เรียกร้องให้ ทหาร ตำรวจ ยุติการละเมิดสิทธิและเสรีภาพ ตามที่รัฐธรรมนูญคุ้มครอง
วันที่ 11 ก.พ. นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ภายหลังที่ คสช. ไม่ได้อนุญาตให้ น.ส. ยิ่งลักษณ์ เดินทางไปต่างประเทศตามคำขอแล้ว จึงได้เดินทางไปที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทำบุญไหว้ บรรพบุรุษ แต่ในระหว่างการเดินทาง ได้มีเจ้าหน้าที่ทหารจากกองทัพภาคที่ 3 และตำรวจหลายนาย เข้าทำการตรวจค้นรถยนต์ ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในขณะที่นั่งอยู่ในรถ ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยยินยอมให้เจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจตรวจค้นรถยนต์ได้
หลังจากนั้นแม้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ฯจะเดินทางไปที่ใดก็ตาม ในจังหวัดเชียงใหม่ ก็จะสังเกตเห็นว่า มีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ได้คอยติดตามตลอดทั้งวัน และก่อนหน้านี้นั้นในช่วงเวลากลางคืน ก็จะมีทหารมาเฝ้าหน้าบ้านพัก โดยนำรถทหารมาจอดในสนามหญ้า บริเวณหมู่บ้าน ซึ่งการกระทำในลักษณะดังกล่าว แม้จะไม่เป็นการควบคุมตัวโดยตรง แต่ก็ถือได้ว่าเป็นการควบคุมตัวโดยทางอ้อมแล้ว อันเป็นการลิดรอนสิทธิความเป็นส่วนตัว และในขณะเดียวกันยังเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลด้วย อย่างไรก็ตามหากมีการดูแลวีไอพีตามที่ฝ่ายความมั่นคงได้ให้สัมภาษณ์เป็นข่าวนั้น ก็ขอให้ประสานงานโดยตรงเพื่อให้เกิดความสบายใจกันทั้งสองฝ่าย
นายนรวิชญ์ กล่าวว่า นับแต่มีการยึดอำนาจ และประกาศใช้กฎอัยการศึก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็นลูกความของตน ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของ คสช. ด้วยดีตลอดมา ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศ หรือการเดินทางไปต่างประเทศ ไม่เคยทำอะไรให้เกิดความวุ่นวาย ในทางการเมืองแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตามนายนรวิชญ์ ยังกล่าวอีกด้วยว่า สำหรับการฟ้องคดีที่ถูกกล่าวหาในโครงการรับจำนำข้าวเป็นที่ทราบกันดีว่า เมื่อวันที่ 23 มค.2558 สำนักงานอัยการสูงสุด ได้แถลงว่าจะใช้เวลาร่างฟ้องประมาณ 1 เดือน หรือจะฟ้องคดีไม่เกินเดือนมี.ค. น.ส. ยิ่งลักษณ์ จึงเข้าใจว่าในช่วงระหว่างวันที่ 10-21ก.พ น.ส.ยิ่งลักษณ์สามารถที่จะใช้สิทธิและเสรีภาพในการเดินทางไปต่างประเทศได้ จึงได้ยื่นขออนุญาตเดินทางตามเงื่อนไขของ คสช. ประกอบกับสำนักงานอัยการสูงสุดเองก็แถลงชัดเจน แล้วว่า อัยการสูงสุดไม่มีอำนาจในการห้ามการเดินทาง เว้นแต่จะมีการยื่นฟ้องคดีต่อศาลแล้ว ซึ่งก็เป็นอำนาจของศาลฎีกา ดังนั้นในขณะนี้จึงยังไม่ถึงขั้นตอนตามกฎหมายที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ฯ จะต้องเดินทางไปศาล และในทางปฏิบัติที่ผ่านมาในการยื่นฟ้องคดี ของอัยการสูงสุด ก็ไม่เคยมีการนำตัวจำเลยมาพร้อมกับการยื่นคำฟ้องแต่อย่างใด ซึ่งในเรื่องนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ผู้ดูแลงานฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลและ คสช. ก็ได้ให้สัมภาษณ์ยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า “นส.ยิ่งลักษณ์ ไม่จำเป็นต้องมาในวันที่อัยการยื่นฟ้อง” ซึ่งปรากฏเป็นข่าวโดยทั่วไปเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว
นายนรวิชญ์ กล่าวต่อว่าในฐานะทนายของน.ส.ยิ่งลักษณ์ฯขอเรียกร้อง ให้ เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องทั้งทหาร และตำรวจ ยุติการคุกคามสิทธิและเสรีภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตามที่ได้รับการ รับรอง คุ้มครอง ตามรัฐธรรมนูญ และควรปล่อยให้คดีเป็นไปตามขั้นตอนและกระบวนการของกฎหมายต่อไป







